
อย่าหาทำ! 5 นิสัยตอนเช้าทำความดันพุ่งสูง สัญญาณอันตรายเสี่ยงสโตรก (Stroke) ภัยใกล้ตัวที่มองข้ามไม่ได้
หลังจากตื่นนอน สมองเราอาจจะยังไม่คุ้นชินกับสภาวะหลังตื่นมากนัก และมีโอกาสอาจเป็นช่วงเวลาอันตรายสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง มีผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าความดันโลหิตมักเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดในช่วงเช้า ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก (Stroke) ได้
หมอเจด นายแพทย์ เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา แชร์ความรู้ 5 นิสัยอันตรายช่วงเช้า สาเหตุหลักความดันโลหิตพุ่ง เสี่ยงสโตรกไม่รู้ตัว ภัยใกล้ตัวที่มองข้ามไม่ได้ ผ่านทางเพจหมอเจด ไว้ดังนี้
หลายคนไม่รู้ว่า “ช่วงเช้า” เป็นช่วงที่ความดันโลหิตมีโอกาสพุ่งสูงที่สุดของวัน เพราะหลังตื่นนอนร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและความดันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีพฤติกรรมบางอย่างร่วมด้วย อาจทำให้ความดันพุ่งสูงผิดปกติ จนเพิ่มความเสี่ยง หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก (สโตรก) ได้ มาดูกันว่ามีนิสัยตอนเช้าแบบไหนที่ควรระวัง
1. รีบลุกจากเตียงทันที
หลายคนพอตื่นก็รีบลุกจากเตียงทันที แต่การเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นยืนอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดต้องปรับตัวเร็ว ส่งผลให้ความดันโลหิตแกว่งขึ้นลงได้ โดยเฉพาะในคนที่มีความดันสูงอยู่แล้ว แนะนำว่าหลังตื่นนอนควรนั่งบนเตียงสัก 1–2 นาที ก่อนค่อยลุกขึ้นยืน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
2. ดื่มกาแฟทันทีที่ตื่น
กาแฟช่วยให้สดชื่นก็จริง แต่คาเฟอีนสามารถทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้ โดยเฉพาะถ้าดื่มทันทีหลังตื่นนอนในขณะที่ร่างกายยังปรับตัวไม่เต็มที่ สำหรับคนที่มีความดันสูงอยู่แล้ว ควรดื่มน้ำก่อน และเว้นระยะสักเล็กน้อยก่อนดื่มกาแฟ เพื่อไม่ให้ความดันพุ่งเร็วเกินไป
3. อาหารเช้าเค็มจัด
อาหารเช้าหลายอย่างมีโซเดียมสูง เช่น ไส้กรอก หมูยอ หมูหยอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแปรรูปต่าง ๆ การกินอาหารเค็มตั้งแต่เช้าอาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะความดันสูงหรือโรคไตอยู่แล้ว
4. ไม่กินอาหารเช้า
การข้ามมื้อเช้าอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดมากขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้สามารถทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและความดันเพิ่มขึ้นได้ ในคนที่เพิ่งเริ่มทำ IF ใหม่ๆ อาจจะได้รับผลกระทบนี้ แต่เมื่อทำ IF ไปสักพัก ( 2-4 สัปดาห์) ร่างกายเราจะเรียนรู้การสลับโหมดไปใช้ไขมันเป็นพลังงานแทนน้ำตาล ส่งผลให้ความดันไม่พุ่งด้วย
5. เครียดตั้งแต่ตื่น
บางคนเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการเช็กข่าว อ่านอีเมล หรือคิดถึงปัญหางานทันที ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอย่างอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดตัว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หากเกิดขึ้นเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรกได้
ช่วงเช้าเป็นช่วงที่ความดันมีแนวโน้มสูงอยู่แล้ว หากมีพฤติกรรมบางอย่างร่วมด้วย เช่น อาหารเค็ม กาแฟทันทีหลังตื่น หรือความเครียด อาจทำให้ความดันพุ่งสูงมากขึ้นได้ การเริ่มต้นวันด้วยการดื่มน้ำ ขยับร่างกายเบาๆ และเลือกอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ จะช่วยให้ความดันโลหิตสมดุลและลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้
ที่มา : หมอเจด
Advertisement