Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ยากไปไหม? ชวนทุกคนแยกขยะ เรียนรู้วิธีทำได้จริงจากกทม. SET, The Streeth
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ยากไปไหม? ชวนทุกคนแยกขยะ เรียนรู้วิธีทำได้จริงจากกทม. SET, The Streeth

13 มี.ค. 69
10:39 น.
แชร์

คุณคิดว่าใน 1 วัน กรุงเทพมหานครสร้างขยะมากแค่ไหน? คำตอบคือเกือบ 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งขยะมากขนาดนี้แน่นอนว่ามาพร้อมกับค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดการ นอกจากนี้ ยังสร้างคาร์บอน และใช้พลังงานจำนวนมากในการจัดการอีกด้วย

การสร้างขยะให้น้อยลงคือสิ่งสำคัญ แต่การหาวิธีจัดการที่ดีกว่าเพื่อลดจำนวนขยะที่จะไปจบยังบ่อฝังกลบ ย่อมเป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการจัดการขยะได้ ทั้งสำหรับหน่วยงานปกครองท้องถิ่น และค่าขยะรายครัวเรือน

วันนี้ Spotlight ชวนเรียนรู้จาก 3 หน่วยงานที่จัดการขยะจริง เห็นผลจริง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), The Street Ratchada ที่ใช้วิธีการทางเศรษฐศาสตร์, กดดันผ่านสังคมรอบตัว, และร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายในการสร้างนิสัย “จัดการขยะ” ให้คนในองค์กร

กทม. จูงใจแยกขยะด้วยมาตรการเศรษฐศาสตร์

คุณพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แนวทางการทำให้ประชาชนแยกขยะนั้นมีสามแบบ อย่างแรกคือขอความร่วมมือ ซึ่งก็อาจไม่ได้รับ หรือใช้เวลานาน, อย่างที่สองคือ มาตรการเชิงกฎหมาย ซึ่งไม่แน่ว่าสังคมไทยพร้อมหรือไม่, แต่แบบที่สามซึ่งอยู่ตรงกลางคือ มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ 

สำหรับมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ที่ กทม. ใช้คือ การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อไม่แยกขยะ

“หลักการคือ ไม่แยกก็ได้ เป็นเรื่องของคุณ แต่คุณจ่ายแพงนะ แต่ถ้าคุณแยกขยะ เราก็ไม่ได้ปรบมือชื่นชมว่าคุณเป็นคนดี แต่เรามีประโยชน์ให้คุณ นั่นคือการลดค่าใช้จ่าย มาตรการนี้เหมือนเป็นกึ่งกลางระหว่างการขอความร่วมมือและการใช้มาตรการทางกฎหมาย ในช่วงเปลี่ยนผ่าน” พรพรหมกล่าว

การเก็บค่าธรรมเนียมของ กทม. แบ่งผู้ชำระเงินเป็น 3 กลุ่มคือ:

ไซส์ S: บ้านพักอาศัย คอนโดฯ หมู่บ้าน ชุมชนที่มีขยะไม่เกิน 4 กก. ต่อวัน ใช้หลัก “แยกขยะ จ่ายน้อย” แยก 20 บาท ไม่แยก 60 บาท

ไซส์ M: ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ สถานประกอบการขนาดเล็ก ที่สร้างขยะ 4-200 กก. ใช้หลัก “ทิ้งเยอะ จ่ายมาก” มีค่าธรรมเนียม 120 บาทต่อหน่วย (หน่วยละ 20 ลิตร)

ไซส์ L: ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานประกอบการขนาดใหญ่ สร้างขยะเกินวันละ 200 กก. ใช้หลัก “ทิ้งเยอะ จ่ายมาก” ค่าธรรมเนียม 8,000 บาทต่อหน่วย (หน่วยละ 1 ลบ.ม.)

ครัวเรือนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเป็น “บ้านไม่เทรวม” ลดค่าธรรมเนียมได้ที่แอปพลิเคชัน BKK Waste Pay หรือที่เจ้าหน้าที่พื้นที่ได้ และหมู่บ้าน/ชุมชน ยังสามารถลงทะเบียนแบบกลุ่มได้เช่นกัน หากมีการรวมกลุ่มกัน 100 หลัง จะสามารถลดค่าธรรมเนียมรายปีจาก 72,000 เหลือ 24,000 เลยทีเดียว

นอกจากนี้ การที่ชุมชนมีจุดแยกขยะรวมจะช่วยสร้างความสะดวกให้สมาชิก และเจ้าพนักงานเก็บขยะได้อีกด้วย คุณพรพรหมยกตัวอย่างหมู่บ้านชัยพฤกษ์ เขตทวีวัฒนา ที่มีทั้งระบบจุดทิ้งรวม แทนการเก็บขยะทุกบ้าน มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับจัดการขยะครบวงจร และมีการจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือน (เพราะกว่าครึ่งของขยะใน กทม. คือขยะเศษอาหาร ทั้งยังทำให้การรีไซเคิลขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ลำบากมากขึ้น) คือถังหมักรักษ์โลกประจำบ้าน

ปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนโครงการไม่เทรวมแล้วมากกว่า 1 ล้านคน และมีเป้าหมายเพิ่มครัวเรือนลงทะเบียนไปถึง 1.6 ล้านคนภายในปี 2569 และมีเป้าหมายลดขยะฝังกลบลง 1,000 ตันต่อวันเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้รวมเฉพาะครัวเรือน แต่ยังต้องใช้ความร่วมมือจากผู้ประกอบการ หน่วยงานขนาดใหญ่ หรือที่เห็นว่าเป็นไซส์ M และ L ด้วย

หนึ่งในสำนักงานขนาดใหญ่ ที่มีสมาชิกมาก แต่ไม่ได้ส่งขยะให้ กทม. จัดการแล้วเป็นเวลาหลายปีคือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กับการสร้างวัฒนธรรมแยกขยะ

คุณกาญจนา โลกคำลือ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิศวกรรมและความปลอดภัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีนโยบายการแยกขยะที่จริงจัง และสร้างเป็นวัฒนธรรมองค์กรเข้มแข็งจนตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้จ่ายค่าขยะให้ กทม. มาตั้งแต่ปี 2566 และไม่ได้ส่งขยะให้ กทม. จัดการมาก่อนหน้านั้นหลายปึแล้ว

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรของตลาดหลักทรัพย์เริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 และผ่านการสำรวจพฤติกรรมการสร้างและทิ้งขยะของคนในองค์กร จนสามารถสร้างระบบแยกขยะที่ละเอียดและใช้ได้จริง

ถังแยกขยะแต่ละชั้นของตลาดหลักทรัพย์ประกอบด้วย ถังเศษอาหาร, ถังขยะเปื้อน, ขยะไม่เปื้อน ไม่เปียก ไม่มัน พร้อมรีไซเคิล, ถังใส่ทิชชู, กล่องรับกระดาษ, ภาชนะเล็ก ๆ  สำหรับใส่ ไม้เสียบลูกชิ้น หนังยาง และฝาขวดแยกกัน นอกจากนี้ ยังมีบริเวณสำหรับใส่ถุงก๊อบแก๊บ และถุงกระดาษสำหรับการนำมาใช้ใหม่ ส่วนขยะไหนที่รีไซเคิลได้ แต่ยังไม่ว่างล้างก็สามารถใส่ไว้ใน “ถังฝากล้าง” ให้แม่บ้านช่วยล้างได้ หรือหากล้างแล้วแต่ยังไม่แห้ง ก็มีชั้นวางไว้ให้ตากขยะรีไซเคิลจนกว่าจะแห้ง แล้วจึงทิ้งลงถังรีไซเคิล

การสำรวจพฤติกรรมคนในองค์กรและเพิ่มเติมระบบจนครบวงจรทำให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ลดข้ออ้างในการทิ้งขยะแบบไม่แยก แต่ถ้าความง่ายยังไม่มากพอให้บางคนแยกขยะแล้ว อีกวิธีการหนึ่งที่คุณกาญจนาพูดถึงคือ การกดดันจากสังคม เนื่องจากหากเจ้าตัวไม่ล้างขยะแล้ว ปล่อยให้ขยะไปถึงถังฝากล้าง ก็จะเป็นการเพิ่มหน้าที่ให้แม่บ้าน ซึ่งเป็นพนักงานองค์กรที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีมักจะมีความเกรงใจซึ่งกันและกัน นิสัยความขี้สงสารนี้จึงเป็นสิ่งที่คุณกาญจนากล่าวว่า เป็นกุญแจอีกข้อในการสร้างนิสัยแยกขยะ

“คนไทยเป็นคนขี้สงสารค่ะ คำถามคือถ้าเราไม่ทำ ใครทำ? เขาอาจยังไม่รู้ เราจึงต้องทำให้เขารู้ว่า พี่แม่บ้านเป็นคนทำ แม่บ้านประจำชั้นที่เห็นหน้าเห็นตากันทุกวัน รู้จักกันอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ทำ แม่บ้านต้องล้วงขยะขึ้นมาจัดการ และยังมีกิจกรรมให้แม่บ้านสื่อสารกับพนักงานให้รู้ว่า แม่บ้านรู้สึกอย่างไรด้วย” คุณกาญจนากล่าว

นอกจากนี้ พนักงาน SET ทุกคนจะได้เรียนรู้การแยกขยะอย่างละเอียดเช่นนี้ตั้งแต่วันปฐมนิเทศเริ่มงาน เป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรตั้งแต่ต้น เมื่อเสริมกับวัฒนธรรมที่ทุกคนรอบตัวทำ ตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นองค์กรที่จัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีกระบวนการสร้างแรงจูงใจผ่านการสื่อสารประจำปีอีกด้วย

“ทุกปีเราจะเรียกตัวแทนของทุกฝ่าย มาให้ความเห็น จากการที่เราขอความร่วมมือทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องขยะ แต่เรื่องพลังงานด้วย ที่เราทำแล้วรบกวนชีวิตประจำวันของทุกคนในออฟฟิศ เราก็อยากฟังความเห็นทุกคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นเหมือนตัวแทน Green Ambassador ที่จะกลับไปถ่ายทอดสารของเราให้ฝ่ายของตัวเองฟังด้วย” คุณกาญจนาอธิบาย

นอกจากนี้ SET ยังมีแพลตฟอร์มที่จะขยายวัฒนธรรมการแยกขยะสู่สังคมภายนอกด้วย Climate Care แพลตฟอร์มการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกในองค์กร ที่จะช่วยให้เราเห็น

Climate Care ช่วยองค์กรธุรกิจบริหารจัดการ วางแผน และคำนวณก๊าซเรือนกระจกได้แม่นยำ เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจที่มีเป้าหมายปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) นอกจากนี้ ยังไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ปัจจุบัน มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,046 องค์กร และช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 290,826.08 tCO2eq เทียบเท่าการดูดซับ CO2 ของต้นไม้ 30,613,271 ต้นต่อปี นอกจากนี้ ยังบันทึกการดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ 945.25 tCO2eq เทียบเท่าการดูดซับของต้นไม้ 99,500 ต้นต่อปี

นี่เป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ช่วยผลักดันกันสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งเป็นอีกหลักการที่สำคัญที่ช่วยให้การแยกและจัดการขยะสำเร็จได้ง่ายขึ้น

หาพันธมิตรลงมือทำด้วยกัน

The Street Ratchada มีพื้นที่คัดแยกขยะส่วนรวม มีการประสานงานกับผู้เช่าพื้นที่ และพยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรสม่ำเสมอเช่นกัน แต่เพราะธรรมชาติของพื้นที่ที่เป็นร้านค้าเสียส่วนใหญ่ ทำให้สร้างขยะอาหารจำนวนมาก เมื่อรวมกับการเป็นพื้นที่เปิด มีคนจากภายนอกเข้ามาใช้บริการทุกวัน การสร้างวัฒนธรรมการสร้างขยะจึงเป็นเรื่องท้าทาย ดังนั้นการจัดการขยะจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คุณนุชนาฏ ประจันทรา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาคาร บริษัท เดอะ สตรีท รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อธิบายให้เราฟังว่า การทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลาย ให้พวกเขาเข้ามาช่วยจัดการขยะถือเป็นสิ่งสำคัญ

ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา The Street Ratchada มีพาร์ทเนอร์จัดการขยะหลากหลาย เริ่มตั้งแต่การเข้าร่วมโครงการ Care The Whale ขยะล่องหน กับ SET เน้นการเปลี่ยนขยะเป็นสินทรัพย์, โครงการธนาคารขยะ, โครงการวน เน้นจัดการถุงและฟิล์มพลาสติกชนิดอ่อน, โครงการขยะกำพร้า ที่รับขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ และซาเล้งไม่รับซื้อ แต่นำไปทำเป็นเชื้อเพลิงขยะได้, โครงการขวดแก้วล่องหน มุ่งจัดการขวดแก้วครบวงจร, โครงการเหลือขอ, โครงการถุงให้เพื่อน รวมถึงโครงการไม่เทรวมของ กทม. อีกด้วย

“เราเสียงเดียว คนเดียวทำไม่ได้เยอะค่ะ เราต้องหาแนวร่วม ทั้งชุมชน สมาชิกของเรา และพนักงานออฟฟิศ พยายามหล่อหลอมสร้างความเข้าใจ”

“เรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องขยะ เรื่องน้ำเสีย เรื่องฝุ่น กทม. ทำคนเดียวไม่สำเร็จหรอก และทุกคนเป็นเจ้าของปัญหาร่วมกัน ดังนั้นเราต้องเป็นเหมือนสปริงที่สนับสนุนกัน” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าว ตอกย้ำว่า ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และสมาชิกในองค์กร/พื้นที่ คือกุญแจที่สำคัญที่สุด


แชร์
ยากไปไหม? ชวนทุกคนแยกขยะ เรียนรู้วิธีทำได้จริงจากกทม. SET, The Streeth