
หน้าร้อนนี้ต้องรอด! เปิดสัญญาณเตือนฮีทสโตรก ภัยร้ายที่มาพร้อมแสงแดดที่คุณห้ามชะล่าใจ สังเกตให้ชัดก่อนหัวใจจะหยุดเต้น เรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องรู้
ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่หน้าฤดูร้อนอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 และหนึ่งสิ่งที่หลายคนต้องเฝ้าระวังในช่วงอากาศร้อนจัด คือ ภาวะฮีทสโตรก (Heatstroke) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยไม่เลือกหน้า ภัยร้ายที่มาพร้อมแสงแดดที่คุณห้ามชะล่าใจ
ฮีทสโตรก (Heatstroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความร้อนสูงเกินไป โดยจะวัดจากอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย หากวัดแล้วมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะถือว่าอุณหภูมิร่างกายร้อนมากกว่าปกติ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เป็นอันตรายหากไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงที มีโอกาสพิการและเสียชีวิต
ทำไมถึงเกิดฮีทสโตรกในหน้าร้อน?
โดยปกติร่างกายจะเพิ่มการสูบฉีดหัวใจเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงตามร่างกายได้ดีขึ้น ความร้อนจะค่อย ๆ ถูกขับออกทางผิวหนัง แต่ในเด็กและผู้สูงวัยต้องระวัง เพราะระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าวัยอื่น ในผู้สูงอายุบางคนที่รับประทานยาบางชนิด อาจทำให้ร่างกายสะสมความร้อนเพิ่มขึ้น ขับเหงื่อได้น้อยลง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นแล้วระบายความร้อนไม่ทันก็ทำให้เป็นฮีทสโตรกได้ อีกกรณีคือการออกกำลังกายหนักเกินไป ส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน เพราะเก็บความร้อนไว้มากเกินไป อาจเกิดฮีทสโตรกตามมาได้
อาการโรคฮีทสโตรก
สัญญาณเตือนเริ่มต้น ที่สามารถสังเกตได้ชัด
อาการทางระบบประสาท เมื่อเริ่มวิกฤต
ระยะอันตราย ที่อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
กลุ่มเสี่ยงฮีทสโตรกมีใครบ้าง?
คนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสร้อนจัดจนเป็นฮีทสโตรกได้ แต่จะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือ กลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป เพราะเกิดฮีทสโตรกได้ง่ายกว่าคนกลุ่มอื่น รวมทั้งเมื่อฮีทสโตรกจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป
วิธีป้องกันฮีทสโตรก
วิธีปฐมพยาบาลฮีทสโตรกเบื้องต้น
ฮีทสโตรกจะส่งผลกับระบบต่างๆ ของร่างกาย แม้จะรักษาจนหายดีแล้วก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา โดยเฉพาะระบบสมอง เช่น ปัญหาความจำ การเดิน การทรงตัว รวมถึงการทำงานของตับหรือไตไม่ปกติ เป็นต้น ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว
Advertisement