Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จุดเสี่ยงรถพังเงียบช่วงแดดสลับฝนและวิธีดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง

จุดเสี่ยงรถพังเงียบช่วงแดดสลับฝนและวิธีดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง

23 พ.ค. 69
12:00 น.
แชร์

การเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลจากหน้าร้อนจัดสลับกับเริ่มมีฝนตกชุกในประเทศไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชิ้นส่วนและระบบกลไกต่างๆ ของรถยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรวดเร็วนี้มักทำให้เกิดความเสียหายสะสมในจุดที่ผู้ขับขี่มองข้ามจนกลายเป็นปัญหาบานปลายในที่สุด การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ให้พร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง การตรวจเช็กสภาพชิ้นส่วนสำคัญด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการยกข้าวของซ่อมแซมครั้งใหญ่ บทความนี้ได้รวบรวมเทคนิคการดูแลรักษาเครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศ และชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ง่ายในช่วงรอยต่อฤดูอย่างละเอียดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่

5 จุดเสี่ยงในรถยนต์ที่ชำรุดเงียบๆ จากความร้อนสะสม

ใบปัดน้ำฝนและขอบยางกระจก

ชิ้นส่วนประเภทจำพวกยางที่ต้องตากแดดจัดเป็นเวลานานจะเกิดการกรอบ แตกหัก และสูญเสียความยืดหยุ่นอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดฝนตกยางที่เสื่อมสภาพจะไม่สามารถรีดน้ำออกจากกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงจนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ วิธีการตรวจเช็กทำได้โดยการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไปตามความยาวของใบปัดน้ำฝน หากพบว่าเนื้อยางแข็งกระด้าง มีรอยฉีกขาด หรือเมื่อเปิดใช้งานแล้วเกิดคราบน้ำและเสียงดังสะดุด ควรทำการเปลี่ยนทันที โดยทั่วไปมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200 ถึง 800 บาท ต่อคู่ ขึ้นอยู่กับขนาดและแบรนด์ผู้ผลิต

แบตเตอรี่รถยนต์

ความร้อนสะสมใต้ฝากระโปรงรถยนต์ที่จอดกลางแดดจัดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่ให้ทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้น้ำกลั่นระเหยเร็วกว่าปกติและทำให้อายุการใช้งานสั้นลง เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนเป็นชื้นแฉะจากฝนตก อาจเกิดคราบขี้เกลือเกาะบริเวณขั้วแบตเตอรี่จนกระแสไฟฟ้าเดินไม่สะดวก วิธีการดูแลคือการเปิดฝากระโปรงตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสัปดาห์ละครั้งสำหรับแบตเตอรี่กึ่งแห้งหรือแบบน้ำ และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่หากมีคราบสกปรกเกาะอยู่

ยางรถยนต์และระบบเบรก

อุณหภูมิบนพื้นผิวถนนที่สูงมากทำให้แรงดันลมยางขยายตัว และเมื่อต้องลุยน้ำขังในทันที ยางจะเกิดการยืดและหดตัวอย่างรวดเร็วรวมถึงเนื้อยางอาจแข็งกระด้างได้ง่าย อีกทั้งร่องดอกยางที่ตื้นเกินไปจะไม่สามารถรีดน้ำได้เมื่อขับผ่านแอ่งน้ำ สำหรับระบบเบรก จานเบรกที่ร้อนจัดเมื่อเจอน้ำเย็นสะาดสะอ้านจากฝนอาจเกิดอาการคดงอได้ วิธีการตรวจสอบคือการเช็กความลึกของร่องดอกยางสะสมไม่ควรต่ำกว่า 2 มิลลิเมตร และสังเกตการตอบสนองของแป้นเบรกว่ามีอาการสั่นสะเทือนผิดปกติหรือไม่

ท่อยางและสายพานในห้องเครื่อง

ความร้อนภายในห้องเครื่องยนต์ประกอบกับแดดภายนอกทำให้ท่อยางระบบระบายความร้อนและสายพานหน้าเครื่องยนต์เกิดการแห้งกรอบและแตกลายงา หากท่อยางหม้อน้ำเกิดการแตกหรือฉีกขาดในขณะขับขี่จะทำให้น้ำยาหล่อเย็นรั่วไหลจนเครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงเกินขั้นวิกฤต ผู้ขับขี่สามารถตรวจเช็กโดยการใช้นิ้วบีบตามท่อยางต่างๆ ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นสนิท หากพบว่าท่อยางนิ่มหรือแข็งกระด้างเกินไป หรือมีรอยแตกแยกตามร่องสายพาน ควรเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ทันที

ฟิล์มกรองแสงและชิ้นส่วนพลาสติกภายในห้องโดยสาร

รังสีอัลตราไวโอเลตและความร้อนที่ส่องผ่านกระจกเข้ามาจะทำลายสารเคลือบของฟิล์มกรองแสงทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพ เปลี่ยนเป็นสีม่วง หรือเกิดฟองอากาศด้านใน ซึ่งจะลดประสิทธิภาพการกันความร้อนลง ชิ้นส่วนพลาสติกและคอนโซลหน้าจะแห้งกรอบและซีดจาง วิธีการสังเกตคือหากรู้สึกว่าแอร์ในรถเย็นช้าลงกว่าเดิมทั้งที่เปิดแรงสุด หรือฟิล์มเริ่มลอกล่อน เป็นสัญญาณที่ต้องเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่

เจาะลึกระบบปรับอากาศและการเลือกของเหลวให้เหมาะสม

เทคนิคการเปิดแอร์ให้เย็นเร็วและถนอมคอมเพรสเซอร์

เมื่อจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดจัด อุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะสูงกว่าภายนอกอย่างมาก ก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์และเปิดแอร์ควรปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศดังนี้

  • เปิดประตูหรือลดกระจกลงทุกบานเพื่อระบายลมร้อนสะสมออกนอกรถก่อนเคลื่อนตัว
  • สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วเปิดพัดลมแอร์ไปที่ระดับสูงสุดโดยยังไม่ต้องเปิดสวิตช์ความเย็นหรือระบบปรับน้ำยาแอร์
  • ขับรถออกไปสักระยะประมาณ 100 เมตรเพื่อให้ลมภายนอกช่วยไล่ความร้อน
  • กดเปิดสวิตช์ระบบปรับน้ำยาแอร์แล้วตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม
  • ปิดกระจกทุกบานเมื่อระบบเริ่มเป่าลมเย็นออกมา

การเลือกค่าความหนืดน้ำมันเครื่องและน้ำยาหล่อเย็น

การเลือกใช้ของเหลวที่ถูกต้องมีส่วนช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ในช่วงแดดจัดสลับฝนได้อย่างดีเยี่ยม โดยสเปกและหลักการเลือกมีดังนี้

  • ตรวจสอบสเปกความหนืดตามคู่มือประจำรถยนต์เป็นหลักเพื่อความถูกต้อง
  • รถยนต์ใช้งานทั่วไปในเมืองไทยช่วงหน้าร้อนสามารถใช้ค่าความหนืดมาตรฐานเช่น 0W-20 หรือ 5W-30 สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่
  • รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมายาวนานอาจขยับไปใช้ค่าความหนืด 10W-40 เพื่อช่วยเคลือบชิ้นส่วนและลดการสึกหรอในสภาวะความร้อนสูง
  • รักษาระดับน้ำยาหล่อเย็นในถังพักให้อยู่ระหว่างขีดสูงสุดและต่ำสุดเสมอ
  • ห้ามใช้น้ำเปล่าเติมแทนน้ำยาหล่อเย็นเนื่องจากน้ำเปล่ามีจุดเดือดต่ำกว่าและก่อให้เกิดตะกรันรวมถึงสนิมในระบบระบายความร้อน

คู่มือการขับรถลุยน้ำท่วมขังสำหรับรถแต่ละประเภท

เทคนิคการขับรถเก๋งและรถยนต์ขนาดเล็กลุยน้ำขัง

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถค่อนข้างต่ำ ความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่ห้องโดยสารหรือระบบท่อไอดีจึงมีสูง การขับขี่ผ่านน้ำท่วมขังควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้

  • ประเมินระดับน้ำขังหากสูงเกินครึ่งล้อรถหรือท่วมเสกิร์ตหน้าไม่ควรขับลุยผ่านไป
  • ปิดระบบปรับอากาศภายในรถทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมหม้อน้ำพัดกระจายน้ำเข้าสู่ห้องเครื่องหรือใบพัดหัก
  • ใช้เกียร์ต่ำในการขับเคลื่อนเช่นเกียร์ L หรือเกียร์ 1 และรักษาความเร็วให้คงที่สม่ำเสมอ
  • เลี่ยงการเหยียบคันเร่งแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดคลื่นน้ำม้วนเข้าสู่ฝากระโปรงหน้า
  • หลังจากพ้นน้ำท่วมขังให้แตะเบรกเบาๆ เป็นระยะเพื่อไล่ความชื้นออกจากจานเบรก

เทคนิคการขับรถยกสูง รถอเนกประสงค์ และรถกระบะลุยน้ำขัง

แม้รถยนต์ประเภทนี้จะมีระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่สูงกว่ารถเก๋ง แต่ก็ไม่ควรประมาทเนื่องจากระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่อาจโดนน้ำได้เช่นกัน

  • ระดับน้ำที่ปลอดภัยสำหรับการลุยไม่ควรเกิน 40 ถึง 60 เซนติเมตร
  • หากเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำเพื่อแรงบิดที่สม่ำเสมอ
  • รักษาความเร็วให้ต่ำและคงที่เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่ไปกระทบรถคันอื่นหรือย้อนกลับเข้าหารถตนเอง
  • ตรวจสอบรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ ไม่เบาเครื่องยนต์กะทันหันในขณะที่ท่อไอเสียยังจมน้ำอยู่
  • เมื่อเดินทางถึงจุดหมายควรเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจสอบว่ามีเศษสิ่งสกปรกหรือถุงพลาสติกเข้าไปอุดตันในหม้อน้ำหรือไม่

การหมั่นสังเกตและตรวจเช็กสภาพรถยนต์ในช่วงรอยต่อฤดูเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันความเสียหายล่วงหน้า การดูแลระบบแอร์อย่างถูกวิธีและการเลือกใช้ของเหลวที่เหมาะสมจะช่วยรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ผ่านเส้นทางน้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดทุกการเดินทาง

แชร์
จุดเสี่ยงรถพังเงียบช่วงแดดสลับฝนและวิธีดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง