Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
E20 ทางรอดพลังงานระยะยาว พลิกเศรษฐกิจไทยลดนำเข้าแสนล้าน

E20 ทางรอดพลังงานระยะยาว พลิกเศรษฐกิจไทยลดนำเข้าแสนล้าน

11 ก.ค. 69
12:00 น.
แชร์

สถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรงในปัจจุบันกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและสร้างความสั่นคลอนให้กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปรับมุมมองเชิงยุทธศาสตร์และตระหนักอย่างจริงจังว่า แก๊สโซฮอล์ E20 ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานทางเลือกชั่วคราวในระยะสั้นอีกต่อไป แต่คือทางรอดระยะยาวที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงเพื่อสิ่งแวดล้อมสู่การเป็นพลังงานหลักของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

เจาะลึกวิกฤตโครงสร้างพลังงานไทยและภาวะเลือดไหลทางเศรษฐกิจ

จากข้อมูลในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่าปัจจุบันประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของปริมาณการใช้ทั้งหมดภายในประเทศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการนำเข้ามหาศาลกว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือหากคำนวณเฉลี่ยแล้วจะมีเงินตราไหลออกนอกประเทศสูงถึง 3,600 ล้านบาทในทุกๆ วัน ความผันผวนด้านพลังงานนี้ผูกโยงเศรษฐกิจไทยไว้กับภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างใกล้ชิด การยกระดับบทบาทของ แก๊สโซฮอล์ E20 ให้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งภาวะเลือดไหลทางเศรษฐกิจและช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน

ถอดบทเรียนความสำเร็จ Ethanol ระดับโลก โมเดลต้นแบบจาก บราซิล และ อินเดีย

ประเทศไทยไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง เพราะมีประเทศยักษ์ใหญ่ประสบความสำเร็จในการลดการพึ่งพาน้ำมันดิบด้วยการใช้เอทานอลที่เป็นพลังงานชีวภาพ หรือ Biofuel ซึ่งมีรายละเอียดความสำเร็จที่น่าสนใจดังนี้

โมเดลประเทศบราซิล ผู้นำด้านเอทานอลโลก

  • พลิกฟื้นประเทศจากที่เคยต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% ในยุค 1970 จนกลายมาเป็นผู้ส่งออกพลังงานในปัจจุบันด้วยนโยบายที่ชัดเจน
  • กำหนดสัดส่วนผสมเอทานอลขั้นต่ำสูงถึง 30% หรือ E30 ในน้ำมันเบนซิน
  • รถยนต์ใหม่ในประเทศมากกว่า 90% เป็นระบบ Flex-Fuel ที่ยืดหยุ่นและรองรับการเติมเอทานอลได้ทุกสัดส่วนจนถึงเอทานอลบริสุทธิ์หรือ E100
  • นโยบายนี้ช่วยสร้างงานในระบบเศรษฐกิจชีวภาพมากกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมไปแล้วมากกว่า 730 ล้านตัน

โมเดลประเทศอินเดีย พลิกวิกฤตมลพิษและพลังงาน

  • เร่งผลักดันนโยบายเอทานอลอย่างก้าวกระโดดเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันดิบราคาแพงและมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่
  • ประสบความสำเร็จในการบังคับใช้ E20 ทั่วประเทศภายในปี 2025 ซึ่งทำได้เร็วกว่าเป้าหมายเดิมถึง 5 ปี เมื่อเทียบกับปี 2014 ที่มีสัดส่วนผสมเพียง 1.5% เท่านั้น
  • ช่วยประหยัดงบประมาณในการนำเข้าน้ำมันดิบได้มากกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี
  • สร้างรายได้สะสมให้แก่เกษตรกรอินเดียไปแล้วกว่า 4.7 แสนล้านบาท และปัจจุบันยังมีแผนที่จะขยายสัดส่วนผสมเอทานอลเพิ่มขึ้นเป็น 27%

ยกระดับเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG Economy ด้วยพืชพลังงานไทย

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. ระบุว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความได้เปรียบสูงมากในการผลิต ไบโอเอทานอล หรือ Bioethanol จากพืชพลังงานหลักอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เชื้อเพลิง แต่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ หรือ Bioeconomy ตามโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมเอทานอลช่วยสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยและก๊าซชีวภาพ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าอุตสาหกรรมโดยรวมประมาณกว่า 1.34 แสนล้านบาทในปี 2568

ผลประโยชน์รอบด้านสู่เกษตรกรไทยและเป้าหมาย Net Zero

การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อภาคการจ้างงาน ทั้งในภาคการเกษตร ภาคการผลิต และภาคบริการขนส่งโลจิสติกส์ โดยประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนจะได้รับหากผลักดันการใช้ E20 อย่างเต็มศักยภาพมีดังนี้

  • สร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประชากรกว่า 4 ล้านคน บนพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 20 ล้านไร่
  • ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานไปพร้อมกัน
  • ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. ระบุว่าหากผลักดันการใช้ E20 ได้เต็มที่ จะเกิดการใช้เอทานอลสูงถึง 6 ล้านลิตรต่อวัน
  • สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งได้ประมาณ 3.12 ล้านตัน สนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • ช่วยบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5

นโยบายส่งเสริม แก๊สโซฮอล์ E20 จึงเปรียบเสมือนการยิงกระสุนนัดเดียวได้ประโยชน์หลายทาง ที่จะทำให้เม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนอยู่ภายในระบบเศรษฐกิจไทย แทนที่จะไหลออกนอกประเทศ ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างสมดุล

แชร์
E20 ทางรอดพลังงานระยะยาว พลิกเศรษฐกิจไทยลดนำเข้าแสนล้าน