
สิ่งที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2569... Gasohol E85 (แก๊สโซฮอล์ E85) หลังจากเผชิญข่าวลือมาหลายระลอกเกี่ยวกับการเลิกจำหน่าย E85 ในประเทศไทย แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงสายลม แต่ในท้ายที่สุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการจาก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ OR ว่าจะตัดสินไม่ไปต่อกับการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E85 เนื่องจากภาครัฐได้ยกเลิกการอุดหนุดราคาน้ำมัน รวมทั้งความต้องการของการลดน้อยลง ถึงแม้ที่ผ่านมาความต้องการของการใช้แก๊สโซฮอล์ E85 จะไม่เคยพุ่งสูงจนเข้าขั้นประสบความสำเร็จก็ตาม บทความนี้จะพาไปย้อนดูไทม์ไลน์ของแก๊สโซฮอล์ E85 ว่ามีความเป็นมาอย่างไร จนวันสุดท้าย 1 กุมภาพันธ์ 2569
ในขณะนั้น ประเทศไทยมีความต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ จึงได้เกิดแนวคิดการส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลเป็นส่วนประกอบในเชื้อเพลิงภายในประเทศเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ในปีพ.ศ. 2551 ได้มีมติจากคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และเริ่มมีการร่างมาตรการด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการผลิตและการนำเข้าเชื้อเพลิงและสนับสนุนรถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิง E85
E85 คือคำเรียกสั้น ๆ เข้าใจง่ายของเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 85% และมีน้ำมันเบนซิน 15% จัดอยู่ในกลุ่มพลังงานทางเลือก ซึ่งคาดหวังให้เป็นตัวแปรในการช่วยลดการใช้พลังงานจากน้ำมันดิบและเพิ่มการใช้วัตถุดิบทดแทนอย่างเอทานอลที่ประเทศไทยสามารผลิตได้เองจากพืชผลภายในประเทศ เช่น อ้อย หรือมันสำปะหลัง
ในปีพ.ศ. 2551 เริ่มมีการใช้งานจริงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นครั้งแรก และต่อมาในช่วงปลายปี 2551 เริ่มมีการทยอยขายจริงตามสถานีบริการน้ำมันบางแห่งของ ปตท. ในชื่อ "PTT แก๊สโซฮอล์ E85 พลัส" ในเดือนสิงหาคม 2551 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาสวัสดิการสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ริมทางด่วนเฉลิมมหานคร (บางนา ฝั่งขาออก) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
ถัดมาในช่วงปีพ.ศ. 2552 ได้มีการสนับสนุนการใช้รถยนต์ FFV หรือ Flexible Fuel Vehicle เป็นรถยนต์ที่สามารถใช้พลังงานแบบยืดหยุ่น ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานพลังงานแบบแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการเติบโตของยานยนต์กลุ่มนี้ค่อนข้างเป็นอย่างล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสถานีบริการน้ำมันยังจำกัด ส่วนในด้านผู้บริโภคก็ยังไม่รู้จักและเปิดใจยอมรับกับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ E85 มากอย่างที่คาดหวัง
ตั้งแต่ปี 2550 - 2560 รัฐบาลไทยได้มีการผลักดันในการใช้เอทานอลเป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิงหลายรูปแบบ ทั้ง E10, E20 จนถึง E85 วัตถุประสงค์ก็เพื่อความมั่นคงทางพลังงานลดการนำเข้าน้ำมันดิบ แต่ดูเหมือนแก๊สโซฮอล์ E85 จะไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับพลังงานแบบอื่น ๆ ซึ่งน่าจะมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะสถานีบริการ E85 ที่ไม่ได้มีทั่วถึง ทำให้การรับรู้หรือการได้ทดลองใช้มีน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น โดยตัวเลือกหลักที่คนนิยมใช้กลับเป็นแก๊สโซฮอล์ E20 เสียมากกว่า
รวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้งานเมื่อเทียบกับน้ำมันชนิดอื่น ทั้งเรื่องความคุ้มค่ากับราคา และการใช้งานกับรถยนต์ที่ส่วนมากผู้ใช้จะเป็นผู้เล่าต่อแชร์ประสบการณ์หลังจากเคยใช้งานจริง ซึ่งส่วนมากไปในทางที่อาจยังไม่ได้ประทับใจต่อสิ่งที่ได้มากนัก ยิ่งทำให้การขยายตัวและเติบโตของกลุ่มผู้ใช้ E85 ลดลงไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากผ่านช่วงทศวรรษแรกไปอย่างเชื่องช้า ในช่วงหลังจากปีพ.ศ. 2563 เริ่มสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ที่ลดลงเป็นอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่ภาครัฐเปลี่ยนกลไกของกองทุนน้ำมันจาก "การชดเชยราคา" เป็น "การเก็บเงินเข้ากองทุน" จนส่งผลให้ราคาขายปลีกของแก๊สโซฮอล์ E85 ไม่จูงใจพอให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้งาน เนื่องจากราคาหน้าปั๊มมีความใกล้เคียงกับ E20 มากเกินไป ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ E20 มากกว่า
จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่าในปี 2569 ตลาดจะมีความต้องการพลังงานกลุ่มเอทานอลหดตัวลดลง 0.7% จากปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนในปี 2569 จะแบ่งออกเป็นความต้องการของตลาดคือ E10 ราว 83.7% ส่วน E20 จะมีส่วนแบ่ง 16.1% และ E85 จะมีส่วนแบ่งตลาดราว 0.2% เท่านั้น
การที่ภาครัฐยกเลิกการสนับสนุนเงินชดเชยในปี 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้การใช้น้ำมันชนิดนี้ลดลงอย่างรุนแรงถึงกว่า 80% ในปีถัดมา ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2568 จะคงระดับการใช้งานที่ 60,000 ลิตรต่อวัน เท่านั้น
สำหรับแนวโน้มที่ลดลงในพลังงานกลุ่มนี้ มีเหตุผลรองรับว่าเนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องปัญหาของเครื่องยนต์ที่ไม่รองรับ และประสิทธิภาพของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจลดระยะทางวิ่งให้น้อยลง
จนกระทั่งได้มีหนังสือลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ถึงการประกาศยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 อย่างเป็นทางการ จาก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด และจะยุติทั้งหมดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยจะจัดส่งออกจากคลังในวันที่ 31 มกราคม 2569 เป็นวันสุดท้าย
ตลอดระยะเวลาร่วม 2 ทศวรรษ ที่คนไทยได้รู้จักแก๊สโซฮอล์ E85 มีทั้งผู้ที่เคยได้ทดลองใช้ และแทบไม่เคยแตะ ท่ามกลางการผลักดันและสนับสนุนส่งเสริมด้านนโยบายมากมาย แต่ความเติบโตของตลาดกลับไม่ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวัง เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะสถานีบริการ ราคา หรือกระทั่งประสิทธิภาพที่มักถูกพูดถึงในด้านลบมากกว่าด้านบวกอยู่อย่างต่อเนื่อง กับอีกเหตุผลสำคัญคือการปรับกลไกกองทุนน้ำมันที่ส่งผลกระทบทันทีต่อความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น และสุดท้ายจึงกลายเป็นตอนจบของพลังงานที่เคยเป็นถึงความหวังด้านความมั่นคงของพลังงานไทยไปโดยปริยาย