
7 ธันวาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า เวเนซุเอลาจะส่งน้ำมันดิบ 50 ล้านบาร์เรลให้สหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหาร บุกจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรไว้ได้
ทรัมป์ระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ของเขาว่า น้ำมันเหล่านั้นจะขายในราคาตลาด และเงินรายได้ที่เวเนซุเอลาได้รับจะถูกควบคุมโดยเขาเอง เพื่อใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ
“น้ำมันจะถูกขายในราคาตลาด และเงินจะถูกดูแลโดยผมเอง ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์จะตกอยู่กับคนเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ” ทรัมป์กล่าวบนโพสต์ Truth Social
ความเห็นของทรัมป์ครั้งนี้เขาให้ไว้หลังจากที่ก่อนหน้าบอกว่า อุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ จะ “เริ่มดำเนินการ” ในเวเนซุเอลาภายใน 18 เดือน และเขาคาดหวังว่า จะมีการลงทุนมหาศาลตามมา
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC News ว่า “การมีเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันไว้นั้นเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันต่ำลง”
พร้อมกันนั้นมีรายงานว่า ตัวแทนจากกลุ่มบริษัทผู้ผลิตปิโตรเลียมขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มีกำหนดเข้าพบทรัมป์ภายในสัปดาห์นี้
สำนักข่าว BBC เผยการพูดคุยกับนักวิเคราะห์หลายคนซึ่งระบุว่า การฟื้นฟูผลผลิตในเวเนซุเอลาอาจใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เวลาหลายทศวรรษ
นอกจากนี้ พวกเขายังแสดงความกังวลต่อแผนการของทรัมป์ว่า อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาน้ำมันทั่วโลก พวกเขาชี้ว่า เหล่าบริษัทพวกนั้นจะพยายามมองหาข้อยืนยันว่ารัฐบาลมีความมั่นคง และเรียบร้อยดี และแม้ว่าพวกเขาจะลงทุน โครงการเหล่านั้นก็ยังจะไม่ให้ผลไปอีกหลายปี
ด้านทรัมป์ตอบโต้ข้อกังวลนั้น กล่าวว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ สามารถที่จะปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาได้แน่นอน
เวเนซุเอลามีน้ำมันอยู่ราว 303,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นจำนวนน้ำมันสำรองที่มากที่สุดในโลก แต่ภาคส่วนการผลิตน้ำมันนั้นตกต่ำลงตั้งแต่ช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา
แน่นอนรัฐบาลของทรัมป์เห็นศักยภาพด้านพลังงานของตนเองในทรัพยากรของเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตาม การลงทุนการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาจะทำให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ต้องใช้จ่ายมหาศาล เนื่องจากน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลานั้นเป็นชนิดที่มีความหนักมาก ยากต่อการกลั่นให้บริสุทธิ์
ขณะนี้มีบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เจ้าเดียวเท่านั้นที่ดำเนินการอยู่ในเวเนซุเอลาคือ เชฟรอน (Chevron) ซึ่งโฆษกบริษัท บิล ตูเรน กล่าวว่า “บริษัทยังคงให้ความสนใจสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานของเรา ตลอดจนความสมบูรณ์ของทรัพย์สินของเรา” เขากล่าว
“เราเดินหน้าทำงานตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ อย่างครบถ้วน” ตูเรนกล่าว
ด้าน ConocoPhillips บริษัทน้ำมันเจ้าใหญ่สัญชาติสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการในเวเนซุเอลาแล้ว ระบุว่า
“[บริษัท] กำลังติดตามพัฒนาการในเวเนซุเอลา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรพลังงานโลกและความมั่นคง [...] ยังเร็วไปที่จะคาดเดากิจกรรมทางธุรกิจหรือการลงทุนในอนาคต” เดนนิส นัสส์ โฆษก ConocoPhillips กล่าว
บริษัท Exxon ไม่ได้ให้คำตอบในทันทีต่อคำถามเกี่ยวกับการลงทุนน้ำมันในเวเนซุเอลา