Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
งานดี รายได้สูง หรือตั๋วมรณะ? รัสเซียลวงแรงงานแอฟริกันเป็นทหารแนวหน้า
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

งานดี รายได้สูง หรือตั๋วมรณะ? รัสเซียลวงแรงงานแอฟริกันเป็นทหารแนวหน้า

16 มี.ค. 69
15:38 น.
แชร์

ไปในฐานะแรงงาน กลับบ้านด้วยฐานะทหารแนวหน้า

ในโบสถ์แห่งหนึ่งแถบชานเมืองกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา คาโรไลน์ มูคิซา วัย 42 ปี กำลังซับน้ำตาขณะไว้อาลัยให้กับการจากไปของสามี หลังเสร็จสิ้นการสวดมนต์ มูคิซาเดินไปตามสวนของโบสถ์ที่เงียบสงบ เธอบอกกับสำนักข่าว DW ว่า เอ็ดสัน คัมเวสิกเย คู่ชีวิตวัย 46 ปีของเธอ ถูกสังหารในแนวหน้าของสงครามรัสเซียในยูเครน

มูคิซาเล่าว่า ก่อนหน้านี้สามีของเธอเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในอิรักและอัฟกานิสถาน เธอทราบว่า ในเดือนธันวาคม คัมเวสิกเยได้ขึ้นเครื่องบินไปยังมอสโกเพื่อไปทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นมูคิซาก็ไม่ได้รับข่าวคราวจากเขาเป็นเวลานาน

จนกระทั่งวันที่ 15 มกราคม เธอได้รับข้อความจากสามีที่ระบุว่า "ทุกคน ผมต้องการคำอธิษฐานจากพวกคุณ พวกเราถูกบังคับให้เซ็นสัญญาในลักษณะของทหาร" โดยหลังจากผ่านโปรแกรมฝึกหัดสั้น ๆ เขาถูกส่งตัวไปที่แนวหน้าในสมรภูมิรบระหว่างรัสเซียและยูเครน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

โศกนาฏกรรมของครอบครัวมูคิซาเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของสถานการณ์ที่กำลังลุกลามไปทั่วทวีปแอฟริกา เมื่อรายงานล่าสุดเผยให้เห็นเครือข่ายการเกณฑ์พลเมืองเข้าสู่กองทัพรัสเซียที่ขยายวงกว้าง ทั้งในเคนยา กานา และแอฟริกาใต้ โดยเหยื่อนับพันรายมักถูกล่อลวงด้วยข้อเสนองานรายได้สูงในภาคพลเรือน ขณะที่อันดรี ซิบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ได้เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า: "มีพลเมืองอย่างน้อย 1,436 คนจาก 36 ประเทศในแอฟริกา กำลังต่อสู้ในกองทัพรุกรานของรัสเซียในยูเครน"

Spotlight เจาะลึกสถานการณ์การเกณฑ์ชาวแอฟริกันรบในยูเครน เมื่อรัฐบาลหลายประเทศต้องเลือกระหว่างการปกป้องพลเมืองที่ถูกหลอกไปเป็นกำลังพลแนวหน้า กับการรักษาความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย

เปิดโปงขบวนการล่อลวง: จากประกาศรับสมัครงานสู่สมรภูมิรบ

กลยุทธ์ที่เครือข่ายรัสเซียใช้ในการแสวงหาทหารรับจ้างในแอฟริกาไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อทางทหาร แต่คือการฉวยโอกาสจากความต้องการชีวิตที่ดีกว่าของคนหนุ่มสาว เครือข่ายเหล่านี้มักแฝงตัวมาในรูปแบบบริษัทจัดหางาน เช่น กรณีบริษัท Magnit ในยูกันดา 

บริษัทปลอมมักจะประกาศรับสมัครพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมเสนอค่าตอบแทนที่สูงถึง 2,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูดใจอย่างมากสำหรับผู้ที่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจในบ้านเกิด นอกจากนี้ ยังมีการใช้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ในการโฆษณาและติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มีข้อตกลงแรงงานกับรัสเซีย

เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงรัสเซีย สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันที หลายรายระบุว่าพวกเขาถูกบังคับให้เซ็นเอกสารสัญญาที่มีลักษณะทางทหาร บางกรณีรุนแรงถึงขั้น ถูกจ่อด้วยปืน และบีบบังคับให้เซ็นชื่อในเอกสารที่พวกเขาไม่เข้าใจหรือไม่เต็มใจ

หลังจากผ่านโปรแกรมฝึกหัดเพียงระยะสั้น ๆ เหยื่อจะถูกส่งตัวไปยังแนวหน้าในยูเครนทันที ข้อมูลจากองค์กร INPACT ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการใช้กำลังพลเหล่านี้เป็น "อาหารปืนใหญ่" (Cannon Fodder) หรือการส่งกำลังพลระดับล่างออกไปรบโดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพชีวิต เพื่อใช้จำนวนคนเข้าถาโถมและเปิดจุดอ่อนแนวป้องกันของฝ่ายตรงข้าม โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยของชีวิตผู้ถูกเกณฑ์กลุ่มนี้ในสมรภูมิรบมีอายุเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก: ชีวิตพลเมืองหรือมิตรภาพกับรัสเซีย

เมื่อความจริงเรื่องการถูกล่อลวงเริ่มปรากฏชัด รัฐบาลในหลายประเทศแอฟริกาต่างตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะต้องรักษาสมดุลระหว่างการเรียกร้องความเป็นธรรมให้พลเมือง กับการรักษาความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย ทำให้แต่ละประเทศมีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป

มูซาเลีย มูดาวาดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเคนยากำลังเดินทางเยือนรัสเซียในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศที่ต้องการให้เขาโน้มน้าวให้รัสเซียหยุดเกณฑ์ชาวเคนยาเข้าสู่กองทัพ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเคนยา รวมถึงรัฐบาลประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกา มีแนวโน้มที่จะไม่ใช้แนวทางที่เผชิญหน้าจนเกินไป

ครอบครัวของผู้ถูกหลอกต้องการให้รัฐบาลดำเนินการมากขึ้นเพื่อนำตัวคนเหล่านั้นกลับบ้าน แต่รัฐบาลในแอฟริกาซึ่งระมัดระวังเรื่องการเลือกข้างอย่างชัดเจนในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่างพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้มอสโกไม่พอใจ โดยตระหนักดีว่า เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารนี้ยังไม่ได้จุดชนวนให้เกิดการคัดค้านจากสาธารณชนในวงกว้างหรือสร้างแรงเสียดทานทางการเมืองมากพอ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเคนยา กล่าวกับรอยเตอร์ก่อนการเดินทางว่า “เราได้รับแรงกดดันอย่างมากจากครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีความกล้าที่จะออกมาพูดถึงปัญหานี้มากขึ้น” อย่างไรก็ตาม มูดาวาดีกล่าวว่าเขาต้อง "ยึดตามหลักความเป็นจริงและมองโลกในแง่ปฏิบัติ" เกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยอธิบายว่ารัสเซียเป็นมหาอำนาจที่เคนยามีความสัมพันธ์อันยาวนานด้วย

“นี่ไม่ใช่การเผชิญหน้า” เขากล่าว “มันคือการพูดคุยถึงปัญหาตามความเป็นจริง และความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นกับชาวเคนยา ซึ่งเราต้องการความพยายามร่วมกันเพื่อที่จะแก้ไขมัน”

ยูเครนระบุว่า มีชาวแอฟริกันมากกว่า 1,700 คนที่กำลังต่อสู้ให้กับฝ่ายรัสเซีย แม้ว่าเหล่านักวิเคราะห์จะมองว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านั้น ตามรายงานของหน่วยข่าวกรองเคนยา พบว่ามีชาวเคนยามากกว่า 1,000 คนที่ถูกเกณฑ์ไป แต่มูดาวาดีกล่าวว่า เขาไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนของชาวเคนยาที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งนี้ได้

กานาแข็งกร้าว ลั่นจะดำเนินการเด็ดขาด

ด้านรัฐบาลกานาระบุว่า มีชาวกานามากกว่า 50 คนเสียชีวิตในสงครามยูเครนหลังจากถูก "ล่อลวงเข้าสู่การสู้รบ" โดย ซามูเอล โอกูเซโต อับลักวา สมาชิกรัฐสภาและอดีตรัฐมนตรีช่วยของกานา บอกกับรอยเตอร์ว่า ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นมาก แต่ทางการรัสเซียปฏิเสธข้อหาการเกณฑ์พลเมืองแอฟริกันอย่างผิดกฎหมายเพื่อไปรบในยูเครน

อับลักวากล่าวว่า กานายังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซียต่อไป “แต่ขอให้ชัดเจนว่า ในกรณีที่พลเมืองกานาได้รับอันตราย ถูกหลอกลวง หรือถูกลากเข้าสู่สงครามที่พวกเขาไม่เข้าใจ เราจะพูดอย่างตรงไปตรงมาและเราจะดำเนินการ”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแอฟริกาส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีระมัดระวังเหมือนกับแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซีย ที่พบว่า มีพลเมืองของตนหลายสิบคนถูกหลอกให้ไปร่วมสงครามในยูเครน

ทางด้านแอฟริกาใต้ เซน แดงเกอร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบเงื่อนไขและที่มาที่ไปของพลเมืองที่เดินทางออกนอกประเทศไปร่วมรบ โดยจุดสำคัญของการสืบสวนคือการพิสูจน์ว่ากลุ่มทหารรับจ้าง "แว็กเนอร์" (Wagner) ซึ่งเคยมีบทบาทอย่างมากในทวีปแอฟริกาและปัจจุบันถูกสืบทอดโดยกลุ่ม "แอฟริกา คอร์ปส์" (Africa Corps) ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้หรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม แดงเกอร์ระบุว่า จากหลักฐานที่มีอยู่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชี้ชัดว่ารัฐบาลรัสเซียเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับขบวนการดังกล่าวแต่อย่างใด

ยอดภูเขาน้ำแข็ง: เมื่อชาวแอฟริกันเป็นเพียง "หมาก" ในคลื่นมนุษย์

ข้อมูลจากองค์กร Inpact ในเจนีวาเผยให้เห็นว่า รายชื่อพลเมืองกว่า 1,417 คนจากทั่วทวีปแอฟริกาที่ถูกเกณฑ์ไปนั้นเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เท่านั้น โดยเฉพาะในแคเมอรูน อียิปต์ และกานา ซึ่งมียอดผู้ถูกล่อลวงสูงสุด ลู ออสบอร์น สมาชิกของ Inpact ระบุว่า ตัวเลขที่เห็นเป็นเพียงการเริ่มต้นของการเปิดโปง เพราะยังมีอีกหลายครอบครัวที่เพิ่งเริ่มแจ้งข้อมูลเข้ามาถึงวิธีการเกณฑ์คนที่แนบเนียนและแพร่หลายกว่าที่คิด

ทางด้านกลยุทธ์ในสนามรบ การเกณฑ์ชาวแอฟริกันถือเป็นหัวใจสำคัญของรัสเซียในการเพิ่มกำลังพลเพื่อใช้โจมตีแบบ "คลื่นมนุษย์"  โดยมุ่งหวังจะใช้จำนวนทหารเข้าถาโถมเพื่อทำลายแนวป้องกันของยูเครน 

สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ทำให้นักการเมืองอย่างอับลักวาจากกานาพยายามผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกันในระดับทวีป โดยเขาย้ำว่า "นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าแค่ประเทศกานา" และแอฟริกาควรมีการตอบโต้ร่วมกันต่อขบวนการล่อลวงที่ฉวยโอกาสบนความสิ้นหวังของพลเมือง

อย่างไรก็ตาม เพียร์ ปิกู ที่ปรึกษาอาวุโสจาก International Crisis Group มองว่า ประเด็นนี้อาจยังไม่ส่งผลกระทบถึงขั้นตัดสัมพันธ์กับรัสเซีย จนกว่าจะเกิดแรงต้านทางการเมืองที่รุนแรงจริง ๆ เนื่องจากในสายตาของคนส่วนใหญ่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหารากเหง้าทางเศรษฐกิจที่บีบคั้นให้คนหนุ่มสาวต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ และจำใจคว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามาแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตในสงครามที่พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม


แชร์
งานดี รายได้สูง หรือตั๋วมรณะ? รัสเซียลวงแรงงานแอฟริกันเป็นทหารแนวหน้า