
จากกรณีที่ น.ส.พรรณราย หรือ “มดออย” อินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังทรัพย์สินภายในตู้เซฟขนาดใหญ่สูญหายไปจากห้องพัก ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองนครราชสีมา โดยตู้เซฟดังกล่าวมีน้ำหนักมาก และถูกซ่อนอยู่ในตู้บิวต์อินภายในห้อง ซึ่งครั้งสุดท้ายยังพบเห็นเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 69 ก่อนมาทราบว่าหายไปในคืนวันที่ 14 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 23.30 น. สร้างความตกใจให้กับผู้เสียหายอย่างมาก
ตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟพบว่า มีทองคำแท่งรวม 35 บาท ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง และทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ยังมีสร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวยเลี่ยมทองคำ มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณเลี่ยมทองมูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.พรรณราย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนไปชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ตั้งแต่ภายในห้องพัก ลิฟต์ ไปจนถึงจุดจอดรถของคอนโดฯ โดยพบความผิดปกติที่กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ถูกถอดออก ซึ่งนิติบุคคลแจ้งว่าสายแลนมีปัญหาขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำอย่างละเอียด ทั้งตำแหน่งกล้องวงจรปิดเส้นทางเข้า–ออกอาคาร และจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อใช้ประกอบการสืบสวน เบื้องต้นพบข้อมูลบุคคล และยานพาหนะที่เข้าออกภายในคอนโดจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำมาคัดกรอง และวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบรถทุกคันที่มีความเป็นไปได้ในการใช้ขนย้ายตู้เซฟขนาดใหญ่ดังกล่าว
ขณะเดียวกันภายในห้องพักของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ทางคดี และหากสามารถติดตามของกลางกลับคืนมาได้ก็จะนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บไว้ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล พ.ต.อ.ศิริชัย ระบุว่า คดีนี้ไม่น่ามีความซับซ้อน เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีระบบรักษาความปลอดภัย และการเข้าออกที่ชัดเจนเชื่อว่า หากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจะสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ
ทั้งนี้ผู้เสียหายได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement