
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวการเสียชีวิตหรือหมดสติยกครัวจากการอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะในที่พัก รีสอร์ต หรือบ้านพักบนพื้นที่สูง หลายกรณีเกิดขึ้นในห้องน้ำที่ดูปกติ ไม่มีควัน ไม่มีไฟไหม้ ไม่มีเสียงเตือน แต่ผู้ใช้งานกลับหมดสติและเสียชีวิตอย่างเงียบเชียบ
เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่อุบัติเหตุบังเอิญ แต่เป็นผลจาก “ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์” ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สในพื้นที่อับอากาศ
เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สทำงานโดยเผาไหม้ก๊าซ LPG เพื่อให้ความร้อนแก่น้ำ หากมีอากาศถ่ายเทดี การเผาไหม้จะปลอดภัยและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่เมื่อใช้งานในห้องน้ำที่ปิดมิดชิด ไม่มีช่องลม หรือไม่มีปล่องระบายอากาศ ออกซิเจนในห้องจะลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อออกซิเจนไม่พอ การเผาไหม้จะเปลี่ยนเป็นแบบไม่สมบูรณ์ และก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส ผู้ใช้งานจึงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังสูดพิษเข้าสู่ร่างกาย
ยิ่งอาบน้ำนาน หรือมีหลายคนอาบต่อกัน ก๊าซพิษจะยิ่งสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับที่ทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าสู่ร่างกาย มันจะจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงแน่นกว่าออกซิเจนหลายร้อยเท่า ส่งผลให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและหัวใจได้
แม้บางครั้งในเลือดจะยังมีออกซิเจนอยู่ แต่เซลล์กลับไม่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะก๊าซชนิดนี้ยังไปรบกวนกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์โดยตรง สมองและหัวใจซึ่งต้องใช้พลังงานสูงจึงล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
อาการที่เกิดขึ้นมักเริ่มจากมึนงง ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ หน้าแดงผิดปกติ ก่อนจะหมดสติแบบฉับพลัน ทำให้ผู้ประสบเหตุไม่มีโอกาสร้องขอความช่วยเหลือ หรือเดินออกจากห้องน้ำได้เอง
หลายกรณีพบว่า คนแรกที่อาบน้ำเริ่มรู้สึกผิดปกติเล็กน้อย เช่น เวียนหัว หรือได้กลิ่นแก๊สจาง ๆ แต่ยังไม่รุนแรงพอจะหยุดใช้งาน เมื่อคนถัดไปเข้าอาบ ก๊าซที่สะสมอยู่เดิมจะยิ่งเพิ่มความเข้มข้น ทำให้อาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นี่คือกับดักทางความคิดที่สำคัญ เพราะในขณะที่ได้กลิ่นแก๊ส LPG รั่วไหลเพียงเล็กน้อย ปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ในห้องที่ขาดออกซิเจนอาจสูงขึ้นถึงระดับวิกฤตแล้วโดยที่ไม่มีกลิ่นเตือนเลย
เด็กและผู้สูงอายุจะได้รับผลกระทบเร็วกว่าคนทั่วไป ส่วนผู้ที่อาบน้ำนานที่สุดมักเป็นผู้ที่อาการหนักหรือเสียชีวิต เพราะได้รับพิษในปริมาณสูงสุด
นี่คือเหตุผลที่ข่าวหลายครั้งรายงานว่า มีผู้หมดสติหรือเสียชีวิตพร้อมกันหลายคนในห้องน้ำเดียวกัน
• การติดตั้งถังแก๊สไว้ในห้องน้ำ
ถังแก๊สควรอยู่ภายนอกอาคารเท่านั้น หากเกิดการรั่ว ก๊าซจะสะสมในพื้นที่ต่ำและเพิ่มความเสี่ยงทั้งการขาดอากาศและการระเบิด
• ห้องน้ำปิดมิดชิด ไม่มีช่องลมหรือพัดลมดูดอากาศ
ห้องน้ำที่อากาศไม่ถ่ายเทคือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในการสะสมก๊าซพิษ
• ไม่มีปล่องหรือท่อระบายควันจากตัวเครื่อง
เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สต้องมีท่อระบายก๊าซออกสู่ภายนอกโดยตรง
• ใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีระบบตัดแก๊สเมื่อออกซิเจนต่ำ
เครื่องที่ผ่านมาตรฐานจะมีระบบป้องกันขั้นพื้นฐาน หากไม่มี ระบบนี้ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมาก
• รู้สึกมึนงง เวียนหัว หน้ามืด ระหว่างอาบน้ำ
• คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนแรงผิดปกติ
• หน้าแดงผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะในเด็ก
• รู้สึกง่วง ซึม หรือสับสนอย่างรวดเร็ว
• หากเกิดอาการเหล่านี้ ให้หยุดใช้งาน เปิดประตูหน้าต่าง ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ และโทรขอความช่วยเหลือทันที
• ไม่อาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สเกินครั้งละประมาณ 10 นาที
• เว้นช่วงให้ห้องน้ำระบายอากาศก่อนคนถัดไปใช้งาน
• ตรวจสอบว่ามีช่องลม พัดลมดูดอากาศ หรือปล่องระบายควัน
• ไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส หากพบว่าถังแก๊สอยู่ในห้องน้ำ
• เลือกใช้เครื่องที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ
• หากเป็นผู้ประกอบการที่พัก ควรติดป้ายเตือนอย่างชัดเจน และตรวจสอบระบบเป็นประจำ
• ระหว่างอาบน้ำ หากมีอาการเป็นลม หมดสติ คลื่นไส้ อาเจียน ให้นำผู้ป่วยออกจากห้องน้ำมาไว้ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท หากพบว่าหมดสติให้โทร 1669 ขอความช่วยเหลือ
เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สไม่ใช่อุปกรณ์ที่อันตรายโดยตัวมันเอง แต่อันตรายเกิดขึ้นเมื่อถูกใช้งานผิดวิธี ติดตั้งผิดหลัก และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย
ข่าวการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือสัญญาณเตือนว่าความรู้เรื่องก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ยังไม่ถูกสื่อสารอย่างจริงจัง หากผู้ใช้งานรู้เท่าทันตั้งแต่แรก โศกนาฏกรรมกสามารถป้องกันได้
อ้างอิง : กรมอนามัย/ ddc.moph.go.th/ ศูนย์พิษวิทยาศิริราช/ antifakenewscenter
Advertisement