Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
4 เทรนด์ 2026 ที่ Ipsos แนะธุรกิจปรับตัวรับ ในปีที่โลกวิกฤต คนหม่นหมอง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

4 เทรนด์ 2026 ที่ Ipsos แนะธุรกิจปรับตัวรับ ในปีที่โลกวิกฤต คนหม่นหมอง

9 ม.ค. 69
18:21 น.
แชร์

เทรนด์โลกในปี 2026 นี้ยังคงเป็นเทรนด์ที่ดำเนินมาต่อเนื่องมาเป็นปีที่สามแล้ว นั่นคือ ‘polycrisis’ หรือ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ ทุกสิ่งทุกอย่างถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้แม้กระทั่งคนที่มองโลกในแง่ดีก็เริ่มรู้สึกหดหู่แล้ว ซึ่งจากการสำรวจในหลายปีที่ผ่านมา เพิ่งพบว่าปี 2025 เป็นปีแรกที่ความรู้สึกของผู้คนเริ่มหม่นลง  

ข้อความในย่อหน้าข้างบนนี้เป็นคำกล่าวของ พิมพ์ทัย สุวรรณศุข Senior Client Officer จาก Ipsos Thailand หนึ่งในบริษัทวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นชื่อดัง ที่กล่าวในงานเปิดตัวหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ของ Future Trends เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา 

พิมพ์ทัยเป็นตัวแทน Ipsos ซึ่งเป็นองค์กรที่ร่วมเขียนเนื้อหาเทรนด์การตลาดในหนังสือ‘Future Trends Ahead 2026’ มาเผยเทรนด์ผู้บริโภคและกลยุทธ์การนำเทรนด์มาปรับใช้ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเธอเริ่มจากกล่าวถึงเทรนด์โลกภาพกว้างที่ว่า โลกเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตมาแล้วหลายปี ซึ่งวิกฤตที่ไม่คลี่คลายนี้ทำให้ผู้คนทั่วโลกเริ่มมองโลกอย่างที่มันเป็น คือ มองโลกในแง่ดีน้อยลง และมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น 

ผลการสำรวจของ Ipsos Global Trends ประจำปี 2025 พบว่า ดัชนีการมองโลกในแง่ดีลดลงอย่างมีนัยสำคัญทุกตัวชี้วัด เมื่อเทียบกับปี 2024 อย่างเช่น การมองโลกในแง่ดีต่อตนเองและครอบครัว ลดลงจาก 82% เหลือ 64% การมองโลกในแง่ดีต่อเมืองหรือชุมชนที่อาศัย ลดลงจาก 71% เหลือ 53% การมองโลกในแง่ดีต่อประเทศ ลดลงจาก 57% เหลือ 45% และการมองโลกในแง่ดีต่อโลกโดยรวม ลดลงจาก 52% เหลือ 45%

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะการมองโลกในแง่ร้ายมาจากความวิตกกังวลทางสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสำรวจพบว่า 83% ของคนไทยที่ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าโลกเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป และอีก 72% รู้สึกสับสนกับตัวเลือกในชีวิตที่มากเกินไป

ความวิตกกังวลส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และผู้บริโภคมีความคาดหวังต่อแบรนด์มากขึ้น ซึ่งในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงดังกล่าว Ipsos ได้วิเคราะห์ 4 เทรนด์หลักด้านการตลาด ประจำปี 2026 เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนธุรกิจในการวางแผนการตลาดและการปรับตัว 

1. Nouveau Nihilism and Price-Conscious-Sumers: สุขวันนี้แบบเน้นความคุ้มค่า

การสำรวจพบว่า ผู้บริโภคคนไทย 89% มีแนวโน้มใช้ชีวิตเพื่อมีความสุขในวันนี้ เพราะอนาคตไม่มีความแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการออมด้วยเหตุผลเดียวกัน โดย 89% ระบุว่าต้องออมเงิน เพราะอนาคตไม่แน่นอน ซึ่งทัศนคติเชิงลบต่อสภาพการณ์ปัจจุบัน ประกอบกับความวิตกกังวล ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายสินค้าราคาสูง และหันมาบริหารจัดการเงินอย่างรัดกุมขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก 

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค จากการสำรวจปี 2025 คือ ความเต็มใจของผู้บริโภคในการจ่ายเพิ่มเพื่อภาพลักษณ์แบรนด์และการตอบสนองต่อค่านิยมส่วนบุคคลลดลงจากปีก่อนหน้า โดยมีเพียง 70% ที่ยังเลือกแบรนด์ตามค่านิยม (ลดลง 9 จุดเปอร์เซ็นต์) และ 63% ที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อภาพลักษณ์ (ลดลง 7 จุดเปอร์เซ็นต์) 

กล่าวโดยสรุปได้ว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจผลักให้ผู้บริโภคปรับวิธิคิดมาให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ได้รับและความคุ้มค่าของราคา มากกว่าคุณค่าทางอารมณ์หรือจิตใจที่แบรนด์มอบให้

2. The Power of Trust and The Non-Negotiable Duty: ความคาดหวังและความไว้วางใจต่อแบรนด์

ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังลดการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับราคา ความคาดหวังที่ผู้บริโภคมีต่อภาคธุรกิจในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมยังคงอยู่ในระดับสูงในทุกกลุ่ม 

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวไทย 87% เชื่อว่าแบรนด์สามารถสนับสนุนสิ่งดี ๆ และสร้างรายได้ไปพร้อมกันได้ 86% เชื่อว่าธุรกิจมีหน้าที่ช่วยเหลือสังคม ไม่ใช่แค่ทำกำไร และ 80% ต้องการให้แบรนด์ทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกได้ง่ายขึ้น 

ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่แบรนด์จะสร้างการเติบโตได้ท่ามกลางความไม่มั่นคง โดยการผสานความยั่งยืนเข้ากับคุณค่าที่จับต้องได้ ลงทุนในนวัตกรรมที่ดีต่อโลก ดีต่อใจและสบายกระเป๋าผู้บริโภค 

3. Conscientious Health and The Holistic Wellness: การใส่ใจดูแลสุขภาพและสุขภาวะแบบองค์รวม

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่มั่นคง สุขภาพกลายเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่งของผู้คน ซึ่งจากข้อมูลของ Ipsos Health Service Kepon 2025 พบว่า ปัญหาสุขภาพที่คนไทยกังวลมากที่สุด คือ ความเครียด (40%) สุขภาพจิต (33%) มะเร็ง (32%) ยาเสพติด (30%) 

ความตระหนักรู้นี้นำไปสู่ความต้องการในการลงมือดูแลตนเองอย่างเร่งด่วน โดย 92% ของคนไทยรู้สึกว่าต้องดูแลสุขภาพกายให้มากขึ้น และ 88% มองว่าต้องใส่ใจสุขภาวะทางใจเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความตระหนักรู้และความต้องการดูแลตนเองก็กำลังก่อให้เกิดผู้บริโภคยุคใหม่ที่พึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ โดย 84% ต้องการควบคุมการตัดสินใจด้านสุขภาพของตนเองมากขึ้น และ 83% พยายามค้นหาข้อมูลสุขภาพด้วยตนเอง แทนการพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เป้าหมายของสุขภาพในวันนี้เป็นแบบองค์รวม มุ่งเน้นไปที่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น 

ดังนั้น ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงรุกและสุขภาวะแบบองค์รวม โดยปรับบทบาทจาก ‘ผู้แก้ปัญหา’ เป็น ‘เครื่องมือ’ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมเส้นทางสุขภาพของตัวเองได้มากขึ้น

4. Technowonder and Techno-Safety: นวัตกรรมล้ำยุคและความปลอดภัยในการใช้งาน

ขณะที่ทั่วโลกกำลังถกเถียงถึงความเสี่ยงจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คนไทยกลับมีมุมมองเชิงบวกและมีความไว้วางใจใน AI มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากการสำรวจของ Ipsos AI Monitor 2025 ที่พบว่า 70% ของคนไทยที่ตอบแบบสำรวจรู้สึกไว้วางใจบริษัทที่ใช้ AI ในการเก็บข้อมูลให้ปลอดภัย เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 48% และคนไทย 70% ไว้วางใจรัฐบาลในการกำกับดูแล ขณะที่ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 54%

นอกจากนี้ คนไทยที่ตอบแบบสำรวจ 78% เชื่อว่า AI มีประโยชน์มากกว่าข้อเสีย และคาดหวังว่า AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลออนไลน์ไปจนถึงการช่วยรับออเดอร์ในร้านอาหาร ทั้งนี้ ความไว้วางใจนี้มาพร้อมเงื่อนไขที่ชัดเจน โดย 83% ยืนยันว่าบริษัทต้องเปิดเผยการใช้งาน AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคพร้อมยอมแลกความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวกับประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบายที่คุ้มค่า

อ่านเทรนด์ที่ธุรกิจควรรู้ใน ‘Future Trends Ahead 2026’

จากเทรนด์ผู้บริโภคที่ว่ามานี้ Ipsos แนะนำว่า เพื่อที่จะตอบสนองต่อเทรนด์ผู้บริโภค ธุรกิจต้องปรับตัว โดยออกผลิตภัณฑ์ที่เน้นความคุ้มค่าและประหยัด สร้างความไว้วางใจและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เป็นเครื่องมือช่วยดูแลสุขภาพองค์รวม และใช้ AI เพื่อสร้างความสะดวกสบายควบคู่กับความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ สามารถอ่านเนื้อหาเทรนด์การตลาดจาก Ipsos แบบเต็ม ๆ ได้ในหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026’ ซึ่งมีเนื้อหา 12 หมวดเทรนด์ ทั้งเศรษฐกิจและการค้า การเมือง เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ การเงินและการลงทุน อุตสาหกรรม ความยั่งยืน ผู้บริโภค การตลาด ทักษะอนาคต งานแห่งอนาคต ผู้นำ และสุขภาพ

หนังสือเล่มนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 16 องค์กรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดเทรนด์มาร่วมสร้างเนื้อหา ทั้งหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, สถาบันพระปกเกล้า, Accenture, InnovestX, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, SBDi, THINK NEXT ASIA (TrendWatching), Ipsos, FutureSkill, JOBBKK, Slingshot Group, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และ The Strategist โดยมี aomMONEY และ Future Trends สื่อออนไลน์ด้านการเงิน ธุรกิจและเทคโนโลยี ในเครือบริษัท ไลค์ มี จำกัด ร่วมจัดทำเนื้อหา 

‘Future Trends Ahead 2026’ ไม่เป็นเพียงแค่หนังสือเท่านั้น แต่จะถูกต่อยอดไปสู่เวทีสัมมนาด้านเทรนด์ในชื่องาน ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เวลา 09.00–18.00 น. ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน โดยมีตัวแทนขององค์กรวิจัยเทรนด์ที่ร่วมจัดทำหนังสือ วิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นวิทยากร 

แชร์
4 เทรนด์ 2026 ที่ Ipsos แนะธุรกิจปรับตัวรับ ในปีที่โลกวิกฤต คนหม่นหมอง