
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ารับมือปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ท่ามกลางสถานการณ์ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากและแรงกดดันจากการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ โดยยืนยันใช้นโยบายดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อพยุงราคา ลดผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และสร้างเสถียรภาพให้ระบบการค้าภายในประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคามะพร้าวน้ำหอมปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ต้องบูรณาการการทำงานของหลายหน่วยงานในสังกัด รวมถึงประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน หน่วยงานราชการ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งระบายผลผลิตส่วนเกิน ควบคู่กับการขยายตลาดส่งออก การควบคุมการนำเข้า และการตรวจสอบกิจการที่อาจกระทบต่อความเป็นธรรมในภาคการเกษตร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ได้ออกมาตรการพยุงราคาที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง
ด้านตลาดในประเทศ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิตแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ โดยช่วงแรกในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2568 ซึ่งเป็นรอบราคาตกต่ำรอบแรก ได้ดูดซับผลผลิตรวมกว่า 830,000 ลูก ผ่านการเปิดจุดรับซื้อในราคานำตลาดในพื้นที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี การเปิดจุดจำหน่าย กิจกรรมพรีออร์เดอร์ และกิจกรรม CSR ร่วมกับภาคเอกชนรายใหญ่และหน่วยงานภาครัฐ
ช่วงที่สองในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นรอบราคาตกต่ำรอบที่สอง สามารถดูดซับผลผลิตได้อีกประมาณ 460,000 ลูก โดยใช้กลไกเชื่อมโยงพาณิชย์จังหวัดต้นทางและปลายทาง การสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน MOC GO การเชื่อมโยงมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรเข้าสู่สถานีบริการน้ำมันของ PT, ซัสโก้, ปตท. และบางจาก ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำไปแจกแทนน้ำดื่ม รวมถึงการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพิ่มการบริโภคผ่านรายการ MasterChef Thailand Season 7
ส่วนช่วงที่สามตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2569 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าบริหารจัดการผลผลิตไม่น้อยกว่า 1 ล้านลูก ผ่านการเปิดจุดรับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาดในแหล่งผลิตสำคัญ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา พร้อมเปิดจุดจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงในงานธงฟ้า เร่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดกลาง และตลาดสด เข้ารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมเพื่อนำไปจำหน่ายทั่วประเทศ และประสานบริษัทเอกชนเข้ามารับซื้อผ่านกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง
ในด้านตลาดต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมผลักดันการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไทยไปยังตลาดใหม่ นอกเหนือจากจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก โดยมุ่งเป้าไปยังตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ผ่านแผนงานส่งเสริมการค้าในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่กำลังจะจัดขึ้นคือกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ (ปีที่ 7) ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยทูตพาณิชย์ได้เชิญผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาการค้าทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เบื้องต้นมีผู้ส่งออกเข้าร่วม 101 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกมะพร้าวถึง 38 บริษัท สะท้อนศักยภาพของมะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ด้านการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศได้กำกับดูแลและควบคุมการนำเข้ามะพร้าวทั้งมะพร้าวผลแก่และมะพร้าวอ่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดมาตรการบริหารการนำเข้าตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ภายใต้กรอบความตกลง WTO และ AFTA รวมถึงกำหนดให้การนำเข้ามะพร้าวทุกกรอบความตกลงสามารถนำเข้าได้เพียง 2 ด่าน คือ ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย
เนื่องจากการนำเข้ามะพร้าวส่วนใหญ่เป็นการนำเข้านอกโควตา WTO ที่ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลา กรมการค้าต่างประเทศจึงออกมาตรการเพิ่มเติม โดยขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปมะพร้าวให้ชะลอการนำเข้าและรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในประเทศในราคาที่เหมาะสม และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้า และต้องรับซื้อผลผลิตในประเทศก่อน จึงจะพิจารณาอนุญาตนำเข้ามะพร้าวในกรอบ WTO นอกโควตา
สำหรับประเด็นการตรวจสอบกิจการล้งมะพร้าวที่อาจเข้าข่ายนอมินีและฝ่าฝืนกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีแล้ว 2 ครั้ง ตรวจสอบล้งมะพร้าว 3 แห่ง และบริษัทที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง รวมถึงตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 ซึ่งยังมีสถานะเป็นบริษัทไทย จำนวน 217 บริษัทในจังหวัดราชบุรี และตรวจสอบการถือครองที่ดินตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไปในจังหวัดราชบุรีและสมุทรสาคร
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดินจำนวน 3 แปลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก และมีกำหนดลงพื้นที่เพิ่มเติมในจังหวัดราชบุรี เพื่อตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำการเกษตรผลิตมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยยืนยันจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกรและคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียน GI แล้ว 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า และมะพร้าวน้ำหอมสามพราน ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยขยายตลาดส่งออก ยกระดับคุณภาพสินค้าไทย และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ในระยะยาว
โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงยังเตรียมมาตรการดูแลมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มเติมอีกหลายด้าน พร้อมเดินหน้าแผนส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปี เพื่อให้ผลผลิตส่วนเกินมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน และจะติดตามสถานการณ์ราคา รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อคุ้มครองรายได้เกษตรกรไทยในทุกมิติ.