
‘ข้าวมันไก่’ เมนูที่หาได้ไม่ยาก ย่านชุมชน ศูนย์อาหาร ส่วนใหญ่มักมีร้านข้าวมันไก่อยู่ด้วยแน่นอน ราคาของเมนูข้าวมันไก่มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย หรือไปจนระดับ specialty โดยมีการประเมินว่ามูลค่าตลาดข้าวมันไก่ในไทยอาจมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาทต่อปีในปี 2569 นี้
นั่นทำให้มีทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ต่างเข้ามาลงมาเป็นผู้เล่นสู้ศึกสมรภูมินี้เพื่อหวังชิงตลาดแสนล้าน เช่นเดียวกันกับ ‘รวยไม่หยุดกรุ๊ป’ เจ้าแม่สยาม เจ้าของเครือร้านอาหารและเครื่องดื่มเจ้าดังอย่าง nice two Meat u , Fire Tiger หรือ Mil Toast
แต่ความน่าสนใจคือ ‘รวยไม่หยุดกรุ๊ป’ มักจะปั้นแบรนด์อาหารที่จับกลุ่มลูกค้า Medium to High (กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางจนถึงผู้มีรายได้สูง) แต่เมื่อปีที่แล้ว ‘เกศเตี๋ยว’ ถือเป็นแบรนด์แรกในเครือที่เจาะกลุ่มแมส ด้วยราคาย่อมเยา เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม เนื่องจากต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจตามสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย
เช่นเดียวกับในปีนี้ ที่ ‘รวยไม่หยุดกรุ๊ป’ ขอส่ง ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ ลงสนาม พร้อมจับมือกับ 3 พาร์ทเนอร์ตัวท็อปของวงการ ชูจุดแข็งด้วยราคาเริ่มต้น 70 บาท แต่คุณภาพคับกล่อง ตั้งเป้าอยากเป็นแบรนด์ Top of mind ของผู้บริโภค ถ้าจะคิดถึง ‘ข้าวมันไก่คุ้มค่า ราคาถูก’
บทความนี้ ทีม SPOTLIGHT ได้มีโอกาสพูดคุยสุด exclusive กับ คุณเกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ และเจ้าของอาณาจักรรวยไม่หยุดกรุ๊ป
ท่ามกลางสมรภูมิข้าวมันไก่ แต่ร้านไหนล่ะคือ ‘ร้านข้าวมันไก่ เจ้าโปรดในใจ ที่อร่อย คุณภาพดี กินได้ทุกวันเพราะราคาจับต้องได้ ?’ นี่คือช่องว่างการตลาดที่ ‘เกศ’ เจ้าของอาณาจักรรวยไม่หยุดกรุ๊ปเห็น และคิดว่า ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ จะเข้าไปนั่งใจผู้บริโภคได้
จุดเด่นของ ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ ที่แตกต่างกับเจ้าอื่นๆในตลาดเรื่องของ ‘ความคุ้มค่า คุณภาพ และราคา’ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 70-149 บาท มีเมนูให้เลือกตั้งแต่ ข้าวมันไก่ธรรมดา ข้าวมันไก่ทอด และข้าวมันไก่ไหหนาน
โดยทุกเมนูจะได้รับน้ำพริกไก่กรอบทานไว้ทานคู่กันเพื่อให้เคี้ยวสนุกขึ้น โดยเป็นการรีเควสโดยตรงจากทางคุณมิกซ์เฉลิมศรี
คุณเกศ ได้เล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า จุดเริ่มต้นของ ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว โดยคนที่เป็นเจ้าของไอเดียคนแรกคือ ‘ป้าตือ’ สมบัษร ถิระสาโรช ที่เป็นผู้จุดประกายให้อยากทำธุรกิจ แต่มองว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่ ‘อาหาร’ ก็ยังเป็นปัจจัย 5 ที่คนต้องกินในทุกๆวัน เลยอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ด้วยโจทย์หลักคือ “อาหารต้องกินง่าย กินได้ทุกวัน แต่ราคาต้องไม่แพง คนกินได้ทุกกลุ่ม”
เมื่อคุณเกศได้โจทย์มา เลยไปชวน ‘มิกซ์เฉลิมศรี’ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และน้องชาย ‘มิน- เจ้าของอาณาจักร Yuzu Group’ โดยนำจุดแข็งของแต่ละคนมาช่วยกัน เช่น
คุณเกศ ได้แชร์มุมมองให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า ตนเข้าใจดีว่าสถานการเศรษฐกิจตอนนี้ หลายๆครอบครัวก็รัดเข็มขัด ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง นั้นเลยทำให้ทีมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อควบคุมต้นทุนให้ถูกที่สุด
หนึ่งในกลยุทธ์นั้นคือ ‘การไม่เปิดหน้าร้าน หรือ Physical Store แต่เปิดเป็น Cloud Kitchen แทน’ โดยใช้พื้นที่ของ Yuzu Group ร้าน The Chicken Club กลางสยาม ที่ยังมีพื้นที่เหลือมาสร้างเป็นครัวกลางเพื่อกระจายสินค้าเปิดขายเดลิเวอรีในกรุงเทพฯและปริมณฑลผ่านไลน์แมน
โดย ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ ได้เปิดครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2569 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเปิดระบบเพียงแค่ไม่กี่นาที ยอดออร์เดอร์ทะลักจนทำให้ระบบ Lineman ล่ม
คุณเกศ ได้เปิดใจเล่าให้ทีม SPOTLIGHT ฟังว่า ตนไม่คิดว่าแบรนด์ข้าวมันไก่หนีห่าว จะได้รับฟีคแบคที่ดีขนาดนี้จากลูกค้า แม้รวยไม่หยุดกรุ๊ป และ Yuzu Group จะมีประสบการณ์เรื่องอาหาร แต่ก็ต้องยอมรับว่าตนไม่เคยได้รับออเดอร์ออนไลน์เยอะขนาดนี้มาก่อน นั้นเลยทำให้ทีมต้องแก้ปัญหาทุกวันเพื่อหวังให้ลูกค้าและไรเดอร์ ได้รับของให้เร็วที่สุด
ซึ่งแผนเบื้องต้นตอนนี้ คาดว่าตนน่าจะใช้พื้นที่ที่ยังเหลือที่สยามทั้งของ ‘รวยไม่หยุดกรุ๊ป’ และ ‘Yuzu Group’ เพื่อเป็นครัวกลางและจุดกระจายสินค้าเพิ่มเติมให้ร้าน ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’
ส่วนในอนาคต แม้ความตั้งใจแรกที่ไม่อยากเปิดหน้าร้านเพื่อควบคุมต้นทุน แต่ตนก็คิดว่ายังไงการขายข้าวมันไก่ ก็ควรมีตู้โชว์ไก่ เพื่อสับไก่โชว์ลูกค้า เลยน่าจะแบ่งพื้นที่ของข้าวแกง & ปลาทู ตรงสยามสแควร์ซอย 10 เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งทานได้ พร้อมกับเห็นกระบวนวิธีประกอบอาหารของร้าน ‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’
เมื่อทีม SPOTLIGHT ได้ถามถึงแผนของในอนาคตของ ‘รวยไม่หยุดกรุ๊ป’ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา คุณเกศได้ยอมรับว่าจริงๆแล้วรวยไม่หยุดกรุ๊ปได้เห็นสัญญาณมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น วันธรรมดาคนมา Dine in (การรับประทานอาหารที่ร้าน) น้อยลง เน้นการสั่ง delivery แทนการออกจากบ้าน
ตนเลยต้องเริ่มปรับแผนจากเคยที่ทำร้านอาหารเจาะกลุ่ม Medium to High ตอนนี้ก็เริ่มปั้นแบรนด์ให้ราคาเข้าถึงได้ทุกกลุ่มมากขึ้น โดยแบรนด์แรกที่เปิดประตูให้รวยไม่หยุดกรุ๊ป คือ ‘เกศเตี๋ยว’
โดยในปีนี้มีแผนเปิดเพิ่ม 4 -5 ร้าน โดยจะเป็นข้าวมันไก่ (เปิดแล้ว) ซูชิ (เปิดแล้ว) ชาบู (ยังไม่เปิด) ร้าอาหารเกาหลี (ยังไม่เปิด) และร้านอาหารญี่ปุ่น (ยังไม่เปิด) ซึ่งทุกร้านที่กล่าวมานี้จะเป็นร้านเจาะกลุ่มแมส เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม ด้วยราคาสบายกระเป๋า