
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (Residential) อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Mixed-Used) และอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม (Industrial) ประกาศทิศทางธุรกิจ มุ่งเพิ่มน้ำหนักธุรกิจอสังหาฯ เพื่ออุตสาหกรรม รับกระแสบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานและดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย พร้อมเปิดเผยว่า เตรียมพร้อมที่จะซื้อที่ดินเพิ่ม หากมีดีมานด์มากกว่าที่โครงการที่มีอยู่จะรองรับได้
ก่อนหน้านี้ อสังหาฯ เพื่ออุตสาหกรรม (Industrial) มีสัดส่วนมากที่สุดในพอร์ตธุรกิจของเฟรเซอร์สอยู่แล้ว โดยในปี 2568 มีสัดส่วน 50% ตามมาด้วยอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย (Residential) สัดส่วน 40% และอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Mixed-Used) สัดส่วน 10%
ในการแถลงทิศทางธุรกิจปี 2569 ฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ‘FPT’ ประกาศชัดว่าจะโฟกัสการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม (Industrial) โดยมีธุรกิจใหม่ที่เฟรเซอร์สเพิ่งเข้าสู่ตลาดและจะโฟกัส คือ ‘นิคมอุตสาหกรรม’ ซึ่งมองเห็นโอกาสจากการที่จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานและดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยจำนวนมาก เห็นได้จากยอดการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2568 ที่สูงที่สุดในรอบหลายปี และเริ่มมีการซื้อที่ดินและก่อสร้างแล้ว
ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial and Logistics) โดยมีทั้งโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และคลังสินค้าเพื่อให้เช่า มีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวม 3.8 ล้านตารางเมตร ในปี 2568 และจะขยายเป็น 4 ล้านตารางเมตรในปีนี้
เฟรเซอร์สต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการด้านอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) เพื่อเสริมความครบวงจรของสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกเมื่อต้นปี 2568 นั่นคือ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) บนพื้นที่ 4,600 ไร่ ในจังหวัดสมุทรปราการ
ตามมาด้วยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สองบนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส บอกว่า นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ระดับยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของบริษัท โดยใช้งบลงทุนรวมประมาณ 5,900 ล้านบาท เป็นงบสำหรับซื้อที่ดินประมาณ 3,700 ล้านบาท และงบสำหรับลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2,200 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เวลา 4-5 ปีในการพัฒนา
ฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในธุรกิจเป้าหมายที่อยากดึงดูดเข้าไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดชลบุรี โดยตั้งเป้าให้เป็น 30-40% ของพื้นที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟฟ้ามาก จึงมีการพิจารณาว่าอาจจะมีการสร้างโรงผลิตไฟฟ้าภายในนิคมฯ เพื่อป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมของเฟรเซอร์สเริ่มต้นได้ดี โดยโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ มียอดจองแล้ว 600 ไร่ และตั้งเป้าจะมียอดจองอีก 400 ไร่ในปีนี้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) บอกอีกว่า ไทยมีโอกาสจะได้ต้อนรับบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนอีกมาก เนื่องจากกลยุทธ์ China Plus One (การหาฐานการผลิตอื่นเสริมจากการผลิตในประเทศจีน เพื่อกระจายความเสี่ยง) ของบริษัทต่างชาติจะถูกใช้อย่างจริงจังมากขึ้น
ในแง่ความพร้อมของประเทศไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส มองว่า ไทยมีความพร้อมและมีโอกาสในการดึงดูดบริษัทต่างชาติ ทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความเข้าใจของรัฐบาลต่อการทำธุรกิจ หากเปรียบเทียบกับเวียดนามซึ่งเป็นประเทศเนื้อหอมแห่งภูมิภาค เวียดนามเป็นประเทศที่ทำธุรกิจยาก เพราะกฎระเบียบไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ และรัฐบาลยังมีมุมมองแบบนักการเมือง ไม่เข้าใจการทำธุรกิจเท่ารัฐบาลไทย
ด้วยแนวโน้มดังกล่าว ซึ่งน่าจะส่งผลให้ความต้องการพื้นที่สำหรับตั้งโรงงานเพิ่มขึ้นต่อไป ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส บอกว่า เฟรเซอร์สพร้อมที่จะซื้อที่ดินเพิ่ม หากในอนาคต พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ ณ ตอนนี้ คาดว่าพื้นที่ที่มีอยู่จะสามารถรองรับความต้องการได้อีก 4-5 ปี
ในแง่การแข่งขันในตลาดนิคมอุตสาหกรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส บอกว่า เฟรเซอร์สเพิ่งเข้าสู่ตลาดและยังมีพื้นที่น้อย อย่างไรก็ตาม คู่แข่งที่อยู่ในธุรกิจนี้มาก่อนเหลือพื้นที่เหลือขายไม่มากแล้ว ดังนั้น การเข้ามาในของเฟรเซอร์สจึงเป็นการเข้ามารองรับดีมานด์ในตลาด จึงมองว่าจะมีโอกาสอีกมาก อีกทั้ง การเป็นผู้เล่นรายใหม่ของเฟรเซอร์สถือเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะนิคมอุตสาหกรรมจะถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้กฎกติกาใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นจุดขายในการดึงดูดบริษัทต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
เฟรเซอร์สคาดว่า ในปีงบการเงิน 2569 จะมีรายได้ 15,045 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการผนึกกำลังการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน ทั้งการเสริมความแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ในโครงการ Commercial Mixed-Used การเร่งการเติบโตด้วยการขยายธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (I&L) และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (IE) การออกแบบและการบริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธุรกิจที่อยู่อาศัย โดยมีแผนการดำเนินธุรกิจ ดังนี้
ธุรกิจ Residential : เปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่า 7,300 ล้านบาท
ธุรกิจ Industrial and Logistics (I&L) : เปิด 6 โครงการใหม่ พื้นที่ประมาณ 188,000 ล้านตารางเมตร ซึ่งจะทำให้พื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มเป็น 4 ล้านตารางเมตรในปีนี้
ธุรกิจ Industrial Estate (IE) : ตั้งเป้ายอดจองที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ 400 ไร่ และเริ่มการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรี 2,200 ไร่
ธุรกิจ Commercial Mixed-Used : ผสานการดำเนินงานร่วมกับวัน แบงค็อก (One Bangkok) ผลักดันให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และปลุกศักยภาพโซนพระราม 4 ให้เป็นทำเลทองของตลาดอาคารสำนักงานและรีเทล โดยปัจจุบัน บริหารจัดการอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD รวมพื้นที่ 1,846,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 สถานี
เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต เฟรเซอร์สได้วางโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อผสานการดำเนินงานของธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย ให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ โดยมี สมบูรณ์ วศินชัชวาล ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และวรวรรต ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก พร้อมด้วยเกรียงไกร โภคานุกรม ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน
รวมถึงแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนการเติบโตแต่ละธุรกิจ ดังนี้