
รายงาน ‘The Wealth Report 2026’ ของไนท์แฟรงค์ (Knight Frank) เผยให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่ความมั่งคั่งของคนระดับบนยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของการสร้างมหาเศรษฐีโลก ขณะที่อินเดีย จีน และบางประเทศในเอเชีย ก็กำลังกลายเป็นแหล่งกำเนิดความมั่งคั่งใหม่ของโลกเช่นกัน
ขณะเดียวกัน แรงกดดันและความผันผวนของเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งนักลงทุนและคนมั่งคั่งทั่วโลก จากเดิมที่เน้น ‘สร้างผลตอบแทนสูงสุด’ ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ‘การรักษาความมั่งคั่ง’ มากขึ้น โดยผู้มั่งคั่งมีการกระจายสินทรัพย์ที่ลงทุนและการเคลื่อนย้ายทุนกระจายประเทศและเขตอำนาจศาล ขณะเดียวกันก็โยกย้ายประเทศที่ใช้ชีวิตด้วย ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย
รายงานระบุว่า จำนวนคนที่มีทรัพย์สินมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ หรือที่เรียกว่า Ultra-High-Net-Worth Individuals (UHNWI) ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก แม้หลายประเทศจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ดอกเบี้ยสูง และความตึงเครียดทางการเมือง โดยในปี 2026 คาดว่าทั่วโลกจะมี UHNWI มากกว่า 713,626 คน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2021 ที่มีจำนวน 551,435 คน สะท้อนว่าโลกยังคงสร้างความมั่งคั่งใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี การเงิน และ private capital
Knight Frank มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความมั่งคั่งโลกยังเพิ่มขึ้น คือการเติบโตของตลาดทุนสหรัฐฯ การขยายตัวของ AI และบทบาทของ private equity ที่ช่วยสร้างมหาเศรษฐีรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็น ‘เครื่องจักรสร้างความมั่งคั่ง’ ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งจากตลาดหุ้น ธุรกิจเทคโนโลยี และระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน จีน อินเดีย และบางประเทศในเอเชียก็มีบทบาทเพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่จำนวน UHNWI ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดย Knight Frank คาดว่า จำนวนคนไทยที่มีทรัพย์สินมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ (ประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท) จะเพิ่มจากประมาณ 2,853 คนในปี 2026 เป็นราว 3,582 คนภายในปี 2031 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 26% แม้อัตราการเติบโตจะไม่ร้อนแรงเท่าอินโดนีเซียและเวียดนาม แต่ก็สะท้อนว่าไทยยังคงเป็นหนึ่งในฐานความมั่งคั่งสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า มีธีมสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูทั่วโลก คือ
ปัจจัยเหล่านี้ กำลังส่งแรงขับเคลื่อนมาถึงตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูในประเทศไทยให้ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย แม้ว่าอาจจะไม่ได้พุ่งทะยานขึ้นมาติดอันดับต้น ๆ ของโลกก็ตาม
ณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย (Knight Frank Thailand) สะท้อนภาพนี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่โดดเด่นในสายตาของกลุ่มทุนและมหาเศรษฐีทั่วโลก ด้วยความพร้อมด้านไลฟ์สไตล์ โครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดตัวโครงการระดับระดับลักชัวรีที่มากขึ้น ทำให้ไทยมีศักยภาพในการดึงดูดต่างชาติ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไนท์แฟรงค์เห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นในโครงการ branded residence บ้านพักแนวการดูแลสุขภาวะองค์รวม (wellness) และโรงแรมระดับการลงทุน (investment-grade hospitality) ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่ผู้มั่งคั่งให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและชอบใช้ชีวิตแบบโยกย้ายไปหลายประเทศ
กรรมการผู้จัดการ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวอีกว่า ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนสถานะจาก ‘ตลาดเกิดใหม่’ ไปสู่การเป็น ‘ศูนย์กลางความมั่งคั่งแห่งใหม่’ ที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งในแง่ของโอกาสทางการลงทุน การอยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตระดับสากล