
แม้สหรัฐฯ จะไม่ได้เปิดเผยว่า ใช้งบประมาณในการบุกเวเนซุเอลาครั้งนี้เท่าใด แต่คาดการณ์ว่า อาจจะเป็นตัวเลขมหาศาล เพราะถึงแม้ปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 20 นาที ก็สามารถยึดเวเนซุเอลาและจับตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรได้ทันที แต่สหรัฐฯ ก็ยอมรับว่า ใช้เวลาในการวางแผนและฝึกซ้อมมาหลายเดือน
ถ้าหากไปดูงบประมาณทางทหารของสหรัฐอเมริกาแล้วจะพบว่า งบก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของงบประมาณรายจ่ายตามดุลยพินิจของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยจัดสรรให้กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of Defense: DoD) หรือในความหมายกว้างคือ งบประมาณที่ใช้จ่ายกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทหารทั้งหมด
งบประมาณดังกล่าวครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือน การฝึกอบรม และการดูแลสุขภาพของกำลังพลทั้งทหารและพลเรือน การบำรุงรักษาอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และสิ่งปลูกสร้าง การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร ตลอดจนการพัฒนาและจัดซื้ออาวุธและอุปกรณ์ใหม่ ๆ โดยงบประมาณนี้ใช้สนับสนุนกองทัพสหรัฐฯ ทั้ง 6 เหล่าทัพ ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ นาวิกโยธิน หน่วยยามฝั่ง กองทัพอากาศ และกองทัพอวกาศ
ณ วันที่ 11 มีนาคม 2024 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ยื่นคำของบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2025 (FY2025) วงเงิน 849,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26,599,740 ล้านบาท ขณะที่เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2025 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เสนอของบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2026 (FY2026) วงเงิน 892,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 28 ล้านล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2025 คณะกรรมาธิการกองทัพของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณกลาโหมประจำปี 2026 (National Defense Authorization Act: NDAA) โดยเสนอวงเงินรวม 925,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ 878,700 ล้านดอลลาร์ จัดสรรให้กับกระทรวงกลาโหมโดยตรง
การอภิปรายในสภาคองเกรสมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรทรัพยากรเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ควบคู่กับความพยายามรักษาสมดุลด้านการคลังภายในประเทศ
นอกจากนี้ งบประมาณดังกล่าวยังถูกแบ่งกระจายไปยังหน่วยงานทางทหารต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงกลาโหมอีกด้วย
กองกำลังทางเรือขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าใช้เพื่อปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด ได้ถูกส่งไปประจำการในน่านน้ำใกล้เวเนซุเอลามาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนปี 2025
กองกำลังทางเรือที่ถูกส่งไปประจำการในทะเลแคริบเบียนประกอบด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยและมีค่าใช้จ่ายสูงมากอย่างเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีต้นทุนการจัดสร้างลำแรกสูงถึงประมาณ 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 417,620 ล้านบาท ขณะที่กองเรือโจมตีซึ่งคุ้มกันเรือลำนี้มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่อวันราว 6–8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 188–251 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกองเรือรบอื่น ๆ เช่น เรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke อย่าง USS Jason Dunham ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการราว 2 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณ 62.8 ล้านบาท รวมถึงเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่อย่าง USS Iwo Jima ซึ่งออกแบบมาเพื่อขนส่งและส่งกำลังนาวิกโยธินนับพันนาย โดยมีต้นทุนเพิ่มอีกประมาณ 1–3 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณ 94.2 ล้านบาท เมื่อถูกนำไปใช้งาน
โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปฏิบัติการทางเรือและมุ่งเน้นในภูมิภาคทะเลแคริบเบียน อยู่ที่อย่างน้อย 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน หรือประมาณ 565.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยค่าใช้จ่ายของปฏิบัติการบุกเวเนซุเอลา แต่จากการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่ามีการเตรียมแผนและซักซ้อมเป็นเวลาหลายเดือน ก็ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า น่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเช่นกัน
peoplesdispatch, wikipedia