
“ฉันคิดว่านี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้รับ และเป็นของขวัญที่ฉันจะไม่มีวันลืม”
วิลเมอร์ คาสโตร นักศึกษาชาวเวเนซุเอลาเผยความตื้นตันใจ เมื่อได้รับทราบข่าวว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำสายเผด็จการที่ครองประเทศนี้มากว่าทศวรรษ ถูกสหรัฐฯ โค่นล้มอำนาจแบบสายฟ้าแลบ เขาถึงกับนึกภาพตัวเองเล่าให้ลูกหลานฟังว่าเช้ามืดวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา มีความหมายแค่ไหนที่ระบอบมาดูโรได้ล่มสลายไม่มีชิ้นดี
หลังหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ บุกโจมตีทางอากาศในเวเนซุเอลา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เป็นผู้สั่งเริ่มปฏิบัติการ ก็ได้โพสต์ภาพมาดูโรขณะถูกควบคุมตัวบนเฮลิคอปเตอร์ ของกองทัพสหรัฐฯ เขาโดนปิดตาและใส่กุญแจมือ ตามมาด้วยโพสต์ของทำเนียบขาวที่ลงคลิปมาดูโรถูกเจ้าหน้าล็อกแขนสองข้าง ราวกับว่า สหรัฐฯ กำลังประกาศความสำเร็จจากปฏิบัติการในครั้งนี้
ฝูงชนชาวเวเนซุเอลาที่กระจายตัวอยู่หลายประเทศ ต่างออกมาเดินขบวนเฉลิมฉลองที่อำนาจของผู้นำประเทศถูกขจัดด้วยมหาอำนาจ แต่ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของคนที่ต่อต้านระบอบมาดูโร หลาย ๆ คนก็ตระหนักได้ว่า อนาคตของเวเนซุเอลากำลังตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน แบบที่หลาย ๆ ประเทศไม่เคยเผชิญมาก่อน
ผ่านไปเพียงข้ามคืน เช้าวันนี้กรุงการากัสอยู่ในภาวะเกือบจะสุญญากาศทางการเมือง ความยินดีปรีดาในตอนแรกของคาสโตรก็ถูกบดบังด้วยความเงียบงันอันหนักอึ้ง ความไม่แน่นอนปกคลุมเมืองจนเงียบสงัดราวกับเป็นเงามืด ซึ่งความรู้สึกนี้บีบคั้นเขาและแตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยประสบมาก่อน
“มันเหมือนกับการอยู่ในทุ่งโล่งที่ไม่มีอะไรอยู่รอบข้างเลย มันเป็นความเงียบสงัดที่น่าเศร้า ผมอธิบายไม่ถูก” คาสโตรกล่าว
เช้าวันแรกของกรุงการากัส ที่ไร้เงา “นิโคลัส มาดูโร” ท้องถนนโล่ง ผู้คนหลบในบ้านเพราะไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ ร้านค้าตามท้องถนนส่วนใหญ่ยังปิดให้บริการ ผู้คนบางส่วนพยายามออกมาหาอาหารและของใช้จำเป็น แต่บ้านที่พวกเขาเคยอยู่นี้ กลายเป็นเมืองเกือบร้าง หลายคนอธิบายว่า คล้ายกับตอนล็อกดาวน์ที่โรคโควิด-19 ระบาดหนัก อีกทั้ง การระงับบริการโทรศัพท์มือถือชั่วคราวและการไฟฟ้าที่ดับเป็นช่วง ๆ ยิ่งทวีความหวาดกลัวของผู้คน
เซซิเลีย โรเมโร ชาวเวเนซุเอลาในกรุงการากัส กล่าวว่า "ดูสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่สิ โรงพยาบาลและร้านขายยากำลังขาดแคลน ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังขาดอยู่ ระบบขนส่งสาธารณะก็ไม่มี รถไฟใต้ดินปิดให้บริการ ไม่รู้ว่าวันนี้เปิดให้บริการหรือยัง เราต้องเดินหาซื้อยาและอาหาร มีความวิตกกังวลและความสิ้นหวัง และเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป"
คาสโตรเล่าเพิ่มเติมว่า “เมื่อวานนี้ผู้คนบนท้องถนนต่างก็คลุ้มคลั่งกันไปหมด ทุกคนต่างซื้ออาหารด้วยเงินครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร ซื้อเท่าที่จะซื้อได้ เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร”
อนาคตประชาธิปไตยและเศรษฐกิจในมือสหรัฐฯ
ภายหลังการบุกจับตัวมาดูโรไปยังนิวยอร์กเพียงไม่กี่ชั่วโมง เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ ที่ลักพาตัวผู้นำของประเทศไป ซึ่งทรัมป์ออกมาแถลงอย่างดุดัน ตอกย้ำว่า ขณะนี้สหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซุเอลาแล้ว พร้อมคำขู่ไปถึงโรดริเกซว่าอย่าขัดขวางสหรัฐฯ โดยจะต้องเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้ากุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเท่านั้น มิเช่นนั้น ชะตาของโรดริเกซอาจจบไม่สวยยิ่งกว่ามาดูโร
ล่าสุด โรดริเกซขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาอย่างเป็นทางการ และเธอมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด โดยแถลงขอความร่วมมือกับสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ประชาชนบางว่วนรู้สึกกังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว การที่มาดูโรถูกโค่นอำนาจ ไม่ได้แปลว่าประชาธิปไตยในเวเนซุเอลาจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมเท่าใดนัก เพราะบุคคลสำคัญที่ร่วมสร้างระบอบเผด็จการยังอยู่กันครบ โดยเฉพาะโรดริเกซ ที่ตอนนี้มีแววว่าจะหันมาจับมือกับสหรัฐฯ พวกเขาจึงกังวลว่าจะมีการสืบทอดอำนาจเผด็จการขั้วใหม่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่พอใจกับการโจมตีของรัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะประเด็นที่สหรัฐฯ เผยชัดเจนว่าจะเข้ายึดคลังน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา โดยอ้างว่า ให้บริษัทน้ำมันอเมริกาเข้าไปดูแลและปรับโครงสร้างพื้นฐาน ก็อาจเป็นเชื้อไฟให้เกิดความไม่สงบตามมาได้
อเล็กซ์ ราฮอย คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงการากัส กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังดำเนินสงครามจักรวรรดินิยมโดยมีเป้าหมายที่จะ "ปล้น" ทรัพยากรธรรมชาติของเวเนซุเอลา
คาสโตรเชื่อว่าโดยรวมแล้ว ชาวเวเนซุเอลา “มีทั้งความสุข ความกลัว ความรู้สึกขอบคุณ และคำถามที่ว่า ‘อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?’ ” เขากล่าวว่า “ในปีหน้า ผมอยากให้เวเนซุเอลาได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ และหวังว่าด้วยพระประสงค์ของพระเจ้า เราจะได้รับมัน”