
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดย หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ฉก.อรัญประเทศ) และ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ชค.ทพ.12) บูรณาการกำลังร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ภาค1(สน.ปทก.ภาค 1), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสระแก้ว (ตม.สระแก้ว) และหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมดำเนินการอำนวยการส่งตัว ชาวกัมพูชาจำนวน 51 ราย ซึ่งคดีได้สิ้นสุดลงตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว ผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทางผ่าน จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายหลังบุคคลทั้ง 51 ราย ได้ผ่านกระบวนการสอบสวน การดำเนินคดี และการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมของไทยจนคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการส่งกลับประเทศต้นทาง โดยมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริเวณชายแดน เพื่อให้การส่งตัวเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ
ก่อนการส่งกลับ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลประจำตัว เอกสาร และยืนยันสถานะของบุคคลแต่ละรายอย่างละเอียด พร้อมทั้งจัดระเบียบการเคลื่อนย้าย ดูแลด้านความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกตลอดทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันความสับสนและให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการตรวจคนเข้าเมืองและความมั่นคงชายแดน
การปฏิบัติครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยทหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งร่วมกันบูรณาการกำลังในการบริหารจัดการบุคคลต่างด้าวตามหลักกฎหมาย ควบคู่กับการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมในการส่งกลับประเทศต้นทาง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการควบคุมพื้นที่ การอำนวยความสะดวก เรียบร้อยบริเวณจุดผ่านแดนตลอดการปฏิบัติ ส่งผลให้การส่งตัวชาวกัมพูชาทั้ง 51 ราย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และปลอดภัย ไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติหรือปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน กองกำลังบูรพาและหน่วยงานด้านความมั่นคงยืนยันว่าจะยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความมั่นคงของประเทศ และการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ภายใต้หลักนิติธรรม ความโปร่งใส และมาตรฐานสากล.
Advertisement