
ศุกร์ 2 ม.ค. 2026 - 22:46 น. (เวลาสหรัฐฯ)
ทรัมป์อนุมัติแผนโจมตีเวเนซุเอลา ณ ทำเนียบขาว ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามอนุมัติคำสั่งรหัสลับเพื่อเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารขั้นเด็ดขาด โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน เพื่อยุติอำนาจการปกครองของนิโคลัส มาดูโร ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน
เสาร์ 3 ม.ค. 2026 - 01:00 น. (เวลาสหรัฐฯ)
ตรงกับเที่ยงคืนของเวเนฯ ตัดไฟ-อินเทอร์เน็ตทั่วกรุงการากัส ทันทีที่เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวันใหม่ ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการสื่อสารในเมืองหลวงถูกโจมตีทางไซเบอร์และทางกายภาพ ส่งผลให้กรุงการากัสตกอยู่ในความมืดมิดและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เพื่อสร้างความสับสนให้กับกองทัพฝ่ายรัฐบาล
เสาร์ 3 ม.ค. 2026 - 01:30 น. (เวลาสหรัฐฯ) 00:30 น.(เวลาเวเนฯ)
เครื่องบินรบ F-35 และโดรน MQ-9 เริ่มทิ้งระเบิดนำวิถี ฝูงบินรบสมรรถนะสูงของสหรัฐฯ รุกคืบเข้าสู่น่านฟ้าเวเนซุเอลาโดยที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่ทันตั้งตัว ปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการ ถล่มระบบเรดาร์และคลังแสงรอบเมือง เพื่อทำลายขีดความสามารถในการตอบโต้ทางทหารทั้งหมด
เสาร์ 3 ม.ค. 2026 - 02:10 น. (เวลาสหรัฐฯ) 01:10 น.(เวลาเวเนฯ)
หน่วยรบพิเศษบุกเข้าถึงที่พำนัก ภายใต้ความมืดและการอารักขาที่แตกพ่าย หน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับอีลีทได้โรยตัวเข้าสู่เขตทำเนียบประธานาธิบดีและบ้านพักลับ ก่อนจะบุกจู่โจมและ คุมตัว มาดูโร และภรรยาได้สำเร็จ โดยแทบไม่มีการสูญเสียของฝ่ายบุก
เสาร์ 3 ม.ค. 2026 - 10:00 น. (เวลาสหรัฐฯ)
ทรัมป์ประกาศความสำเร็จผ่าน Truth Social เมื่อสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งข้อความถึงชาวโลกเพื่อ ยืนยันการจับกุมตัว "เผด็จการ" อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นวันแห่งอิสรภาพของภูมิภาคอเมริกาใต้ และประกาศความพ่ายแพ้ของระบอบมาดูโร
เสาร์ 3 ม.ค. 2026 - 18:00 น. (เวลาสหรัฐฯ)
มาดูโรเดินทางถึงนิวยอร์ก อดีตผู้นำเวเนซุเอลาถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินทหารภายใต้การรักษาความปลอดภัยสูงสุด เพื่อบินตรงสู่สหรัฐอเมริกา เป้าหมายคือการ เตรียมส่งตัวสู่ศาลเขตแมนฮัตตัน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สนับสนุนมาดูโร ประท้วงต่อต้าน อย่างรุนแรงในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ เกิดการปะทะย่อยๆ ระหว่างมวลชนกับกลุ่มที่ฝักใฝ่เสรีภาพ ขณะที่ ฝ่ายค้านสหรัฐฯ-นานาชาติประณาม การใช้กำลังทหารโดยพลการของทรัมป์ ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่นและอาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ภาพความปลาบปลื้มก็ปรากฏขึ้นเมื่อ ชาวเวเนซุเอลากลุ่มใหญ่ฉลอง การล่มสลายของรัฐบาลมาดูโร ทั่วเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ทั้งในไมอามี โบโกตา และมาดริด ต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาจุดพลุและโบกธงชาติ พร้อมกล่าว ขอบคุณสหรัฐฯ ที่โค่นล้มมาดูโร และมอบความหวังในการกลับไปสร้างชาติใหม่อีกครั้ง
เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนการเมืองโลก แม้มาดูโรจะถูกโค่นอำนาจลงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ความท้าทายหลังจากนี้คือการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจที่พังทลาย โดยปกติแล้วเมื่อภายในประเทศใด ๆ ถูกยึดอำนาจโดยทหาร ประชาชนมักคาดหวังการจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสภายใต้สายตาของประชาคมโลก เพื่อนำความสงบสุขที่แท้จริงกลับคืนสู่ชาวเวเนซุเอลา
แต่การยึดอำนาจในครั้งนี้เกิดขึ้นจากอำนาจภายนอกประเทศ รัฐบาลสหรัฐฯ ชัดเจนเรื่องการบริหารเวเนซุเอลา และเตรียมเข้าครอบครองแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อนาคตเวเนซุเอลาจะไปต่ออย่างไร ทั่วโลกกำลังรอคำตอบและจับจ้องไปที่สหรัฐอเมริกาในขณะนี้