
ผู้บริโภคชาวไทยคุ้นเคยกับชื่อ ‘มาลี’ ในฐานะแบรนด์น้ำผลไม้ แต่ในอนาคตเราอาจจะได้จำ ‘มาลี’ ในบทบาทใหม่ เพราะมาลีกำลังขยับตัวเองจากธุรกิจเครื่องดื่มไปสู่สนามใหม่ นั่นคือธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
‘มาลี’ อาศัยจังหวะที่เทรนด์ Longevity หรือการมีอายุยืนและมีสุขภาวะที่ดีไปนาน ๆ กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ของโลก ประกาศรุกธุรกิจใหม่นี้ โดยวางบทบาทให้ธุรกิจนี้พามาลีไปสู่เป้าหมายการเป็น Global Wellbeing Company ภายในปี 2571
ในวันที่ 2 เมษายน 2569 บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 โดยส่ง บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด (Malee Applied Sciences หรือ MAS) ลงตลาด โดยชูความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูงและเภสัชกรรมระดับประเทศลงสนามคว้าโอกาสจากเมกะเทรนด์โลกด้านสุขภาวะที่ยืนยาว โดยจะโฟกัสตลาดธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงาม เจาะลูกค้าผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าของแบรนด์ พร้อมขยายไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
เอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2569 มาลีขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Fruit to Global Wellbeing” และตั้งเป้าให้ MAS เป็น New S-Curve ที่จะพามาลีเติบโตสู่เป้าหมาย Global Wellbeing Company ในปี 2571 เพื่อเป็นบริษัทที่ส่งมอบสุขภาวะระดับโลก
ทั้งนี้ มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ (MAS) เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ (Encapsulation & Delivery System) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้ Biotechnology และ Nanotechnology มาพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยส่งมอบสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดในระดับเซลล์
ซีอีโอของมาลีบอกว่า MAS เริ่มพัฒนามาต่อเนื่องเกือบ 10 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นหน่วยงานวิจัยที่มุ่งมั่นที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการศึกษาวัตถุดิบธรรมชาติต่าง ๆ ที่เหลือในภาคเกษตรและในกระบวนการผลิตสินค้าของมาลีมาต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (upcycle)
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มาลีลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 50 ล้านบาท จน MAS ได้บ่มเพาะความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูง ด้านเภสัชศาสตร์ และเทคโนโลยี สามารถวางรากฐานการสร้างนวัตกรรมเชิงลึก และนำไปใช้ในการออกแบบสินค้านวัตกรรมที่สร้างมูลค่าและอัตราผลตอบแทนสูง
ในปี 2569 นี้ MAS ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าวัตถุดิบที่มีเทคโนโลยีการนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์สำหรับอุตสาหกรรมสกินแคร์ ความงาม และของใช้ส่วนบุคคล ที่ออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว 12 รายการ และยังมีศักยภาพในการนำนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญเข้าแข่งขันในตลาดโลก เพื่อรับกับโอกาสที่นาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพในสินค้าวัตถุดิบจะมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมความงาม สุขภาพ และสุขภาวะแบบองค์รวม รับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาวะแบบตรงจุด (Precision Wellness)
เอกรินทร์กล่าวอีกว่า ศักยภาพของประเทศไทยที่มีความหลากหลายของทรัพยากรทางการเกษตร เป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญในการสร้างสารสกัดสำคัญทางชีวภาพมูลค่าสูง ให้กลายเป็นนวัตกรรมระดับโลกได้ โดย MAS ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเปลี่ยนสารสกัดธรรมชาติแบบเดิมให้กลายเป็นสารสำคัญที่มีเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสาร ที่ให้ผลลัพธ์จริงในระดับเซลล์และพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ มีผลวิจัยในมนุษย์รองรับ ทัดเทียมผลงานวิจัยที่เป็นมาตรฐานสากล
ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมนี้เป็นการผลักดัน Deep-Tech Innovation จากประเทศไทยในการสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามทั้งในไทยและระดับสากล และผลักดันทรัพยากรของไทยให้กลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก
ด้าน ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด กล่าวว่า MAS เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ มีเป้าหมายในการยกระดับสุขภาพและมุ่งสร้างสุขภาวะใหม่ที่ดีขึ้นและยืนยาวของผู้คนบนโลก ผ่านนวัตกรรมที่เข้าถึงได้
ดร.ศุภเกียรติ ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ว่า ผลิตภัณฑ์ของ MAS แบ่งการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
เรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE กล่าวว่า ปัจจุบัน เมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนโลกคือ Longevity & Holistic Well-being ซึ่งสะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่มุ่งสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงอายุที่ยืนยาว โดยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้ความต้องการดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง และหนึ่งในเทรนด์ย่อยที่โดดเด่นคือ Precision Wellness ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพแบบตรงจุด
เรืองรัตน์บอกว่า เทรนด์ดังกล่าวนี้สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ MAS ที่ได้พัฒนานวัตกรรมสำคัญ เช่น Encapsulation Technology ที่ช่วยรักษาคุณค่าและความคงตัวของสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ ตลอดจน Delivery System ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำส่งสารสำคัญไปยังเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
ขณะเดียวกัน MAS ยังมีบทบาทสำคัญในการตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยการยกระดับวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรและกระบวนการผลิตสินค้ามาลีสู่การเป็นนวัตกรรมมูลค่าสูง เช่น Advanced Active Ingredients ที่เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ อีกทั้งช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมศักยภาพการทำกำไรให้กับองค์กรในระยะยาว
รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด เปิดเผยอีกว่า ในระยะถัดไป MAS เตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เช่น สารสกัดชีวภาพจากวัตถุดิบเกษตรหมุนเวียนจากมะพร้าวและสับปะรด เพื่อเจาะตลาดความงามระดับโลก และจะเปิดตัวนวัตกรรมระบบนำส่งสารสำคัญ (Delivery System) สำหรับอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบตรงจุดในระดับเซลล์
ไฮไลต์ในปีนี้ คือ การนำ BROMEXOL® นวัตกรรมระบบนำส่งสารสกัดจากเปลือกสับปะรด ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผิวโกลว์ (Glow Skin) เข้าร่วมประกวดในงาน In-Cosmetics Global 2026 เวทีอุตสาหกรรมวัตถุดิบเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพอร์ซันนัลแคร์ระดับโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมระบบนำส่งสารกว่า 10 รายการ ในปีนี้ นอกจากนั้น ในช่วงปลายปีจะเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน In-Cosmetics Asia 2026 มหกรรมนวัตกรรมความงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
ด้านกลยุทธ์การตลาด เรืองรัตน์เปิดเผยว่า MAS จะขยายตลาดในประเทศผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบนวัตกรรม เพื่อเข้าถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสกินแคร์และอาหารเสริม เพื่อส่งต่อโซลูชันขั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและโรงงานผลิตในกลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วประเทศ (B2B) ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังเปิดตัวบริการรับออกแบบและพัฒนาระบบนำส่งสารสำคัญเฉพาะแบรนด์ (Tailor-made Delivery System Design) โดยอาศัยเทคโนโลยีการห่อหุ้มสารขั้นสูง เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าสามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยเพิ่มจุดขายและสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและยากต่อการลอกเลียนแบบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ด้านตลาดต่างประเทศ MAS จะรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และขยายฐานการส่งออกไปยังตลาดเชิงยุทธศาสตร์อย่าง ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อสร้างรายได้ให้มาลี กรุ๊ป เติบโต 9-12% ได้ตามเป้าหมายในปี 2569