Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จีนนิ่งคอยจับตาสงครามอิหร่าน เพราะกำลังรอผลประโยชน์หรือขายหน้า?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

จีนนิ่งคอยจับตาสงครามอิหร่าน เพราะกำลังรอผลประโยชน์หรือขายหน้า?

26 มี.ค. 69
16:54 น.
แชร์

ในเวทีโลก จุดที่จีนยืนมาอย่างยาวนานคือ: อยู่ที่ที่ทางตน, หลีกเลี่ยงการพัวพันทางการทหาร, คอยเตรียมพร้อมออกแถลงการณ์ “เราต่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” นอกจากนี้ ต้องอ้างอิงถึงกฎบัตรสหประชาชาติ และคอยเรียกร้องว่า มาคุยกันเถอะ อย่าสู้กันเลย

แต่ทำไม จีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีส่วนแบ่ง 1 ดอลลาร์ในทุก ๆ 6 ดอลลาร์ในมูลค่าที่ซื้อขายกันทั่วโลก และนำเข้าน้ำมันราวครึ่งหนึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจึงยังนิ่งเฉยอยู่ ทั้งที่แรงกระเพื่อมของสงครามส่งถึงจีนได้เช่นกัน

สื่อจีน South China Morning Post เผยแพร่บทวิเคราะห์ จากนักวิชาการหลายคนถึงแง่มุมต่างๆ อธิบายว่าทำไมการนิ่ง จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของจีน ตลอดจนความเข้มแข็งด้านพลังงาน และโอกาสจีนในอนาคต

เจเรมี ฉาน นักเศรษฐาสตร์ อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และนักวิเคราะห์ที่ Eurasia Group  ชี้ว่า แนวทางเหล่านี้ทำให้จีนต้านทานผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านได้ในระดับที่น่าพอใจ

“คนชอบพูดกันว่า จีนไม่เข้าใจตะวันออกกลาง แต่บางทีจีนอาจจะเข้าใจว่า ตนอยากอยู่ให้ห่างที่สิ่งเกิดขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็ได้” เจเรมีกล่าว

สัมพันธ์การค้ากับอิหร่านดูจะเป็นใบอุญาตให้เรือขนสินค้าของจีนเดินทางผ่านช่องแคบเล็ก ๆ แห่งนี้ได้บ้าง แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทั้งหมด และเศรษฐกิจ-พลังงานจีนได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซ้ำบทบาท ‘คนที่วางตัวเป็นกลาง’ ก็ยังมีสหรัฐฯ มาท้าทาย ด้วยการเรียกร้องให้ส่งเรือรบไปช่วยอีกต่างหาก 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การที่จีน ‘นิ่ง’ อยู่ในขณะนี้ อาจทำให้จีนได้ผลประโยชน์หลายด้านทั้งในระยะสั้นและยาว

ผลประโยชน์จีนในระยะกลาง-ระยะยาว

วิลเลียม ฟิเกโรอา นักวิชาการด้านจีน-อิหร่าน มหาวิทยาลัยโกรนิงเกน กล่าวว่า ผลประโยชน์ข้อแรกที่จีนอาจได้รับคือ ด้านการทหาร เพราะหากความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนาน สหรัฐฯ อาจทุ่มทรัพยากร ทั้งเรือ และเครื่องบินในตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้มีทรัพยากรสำหรับช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ลดลง

“จีนน่าจะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาความเสียหายและจัดการกับผลที่ตามมา [...] และอาจมองว่า สถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะดึงสหรัฐฯ เข้าสู่ 'ปลัก'อีกครั้ง ดังนั้น การนิ่งรอให้เรื่องผ่านพ้นไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า” ฟิเกโรอากล่าว

และหากความขัดแย้งจบเร็ว วิกฤตพลังงานผ่านพ้นไปเร็ว ผลที่ได้เกิดขึ้นแล้วก็ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดน้ำมันไปแล้ว คือเร่งให้โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนเร็วขึ้น ส่งเสริมอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์, กังหันลม, แร่หายาก และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่จีนควรระวังคือ ข้อกล่าวหาที่ว่า จีน "ทุ่มตลาด" สินค้าไปยังต่างประเทศ และนานาชาติกังวลการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การที่ระบอบการปกครองของอิหร่านอยู่รอดได้นานกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับการเอนเอียงเข้าหาจีนมาอย่างยาวนาน อาจทำให้จีนมีบทบาทอย่างมหาศาลในการฟื้นฟูท่าเรือ ทางหลวง และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในภูมิภาคของอิหร่านเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง 

อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศพันธมิตรใกล้ชิดของจีน อย่างเวเนซุเอลาและอิหร่าน ถูกสหรัฐฯ โจมตีและกำจัดผู้นำในเวลาไล่เลี่ยกันย่อมไม่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของจีน ยิ่งเมื่อสองชาติใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของจีนด้วยแล้ว

สหรัฐฯ โจมตี กระทบสัมพันธ์กับพันธมิตรจีน

เรียกได้ว่า เป็นความขายหน้าครั้งใหญ่ของจีน ที่หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ เข้าจับกุมอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ขณะที่ตัวแทนของจีนยังคงพำนักอยู่ในกรุงการากัส และหน่วยข่าวกรองของจีนดูเหมือนจะถูกจับได้ว่า "ไม่รู้ตัวเลยสักนิด" 

จีนได้ลงทุนในเวเนซุเอลาแล้วประมาณ 1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,446,205 ล้านบาท) และยังมีหนี้ค้างชำระอยู่อีกราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (328,210 ล้านบาท) 

นอกจากนี้ กับพันธมิตรที่มีความผูกพันกันผ่านการซื้อน้ำมันราคาพิเศษอย่างอิหร่าน ก็เพิ่งมีรายงานข้อตกลงการลงทุนกับอิหร่าน เป็นระยะเวลา 25 ปี มูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์ (13,128,400 ล้านบาท) และบริษัท Huawei และ ZTE ก็ได้ช่วยวางเครือข่ายโทรคมนาคมให้อิหร่าน ขณะที่บริษัท Tiandy (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทเอง) ได้ให้ความช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า

รานา มิตเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์กับจีนจาก Harvard Kennedy School กล่าวว่า การที่มาดูโรถูกจับกุมทำให้การลงทุนในเวเนซุเอลาของจีนติดขัด และอาจ “ไม่มีวี่แววเป็นไปได้เลยด้วย”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 จีนพยายามจะก้าวขึ้นมามีบทบาทในเวทีโลก ด้วยการประกาศความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นคู่แค้นกันมานาน แต่ท่าทีล่าสุดอัน ‘เย็นชา’ ของจีนต่อการที่พันธมิตรอย่างอิหร่านถูกโจมตีอย่างหนักแสดงให้เห็นว่า จีนกำลังงดเว้นการมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก 

“ปัจจุบันจีนไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแสดงทางการทูตที่สำคัญระดับนานาชาติได้” มิตเตอร์กล่าว

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะแม้ว่าอิหร่านและเวเนซุเอลาจะพึ่งพาจีนอย่างหนัก แต่ทั้งสองประเทศไม่ใช่ "ผลประโยชน์หลัก" ของจีน และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรทางทหารใดๆ “จีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและใหญ่หลวงกว่ามากกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับในตะวันออกกลางเมื่อเทียบกับอิหร่าน” ซุนกล่าว “เดิมพันครั้งนี้จึงไม่ได้สูงขนาดนั้น”

จีนวางแผนมาแล้ว พลังงานจึงมั่นคง

หัวข้อด้านพลังงานคือ หัวข้อยอดนิยมที่ประเทศต่าง ๆ พูดคุยกันในขณะนี้ เพราะต่างได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ทว่า เรื่องนี้ไม่ทำให้จีนกังวลมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วไปในโลก เพราะจีนมีการเตรียมตัวมานาน

เจเรมี ฉาน กล่าวว่า รัฐบาลจีนนั้นหมกหมุ่นกับการวางแผนต่าง ๆ มาหลายปี มีมาตรการความปลอดภัยมั่นคง ซึ่งส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือความขัดแย้งกับไต้หวัน แต่วันนี้ การเตรียมการนั้นกลับมาช่วยจีนจากผลสงครามในอิหร่าน

“หากไม่มีความขัดแย้งครั้งใหญ่จริง ๆ ที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาคอ่าว ผมไม่คิดว่าจีนจะเสียหายอะไรมาก” วิลเลียม ฟิเกโรอากล่าว

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้เผยแนวทางความมั่นคง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เรื่องท่อส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงจุดคอขวดทางทะเล อย่างช่องแคบมะละกา, แหล่งน้ำมันใต้ดินขนาดใหญ่ อย่างในมณฑลเจ้อเจียง, ซานตง, กวางตุ้ง, และฝูเจี้ยน ที่ส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันต่อการสอดแนมด้วยดาวเทียมหรือการทิ้งระเบิด การกระจายแหล่งพลังงานและการทิ้งระเบิด ยังมีการพูดคุยถึงการกระจายแหล่งพลังงาน และเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร

ข้อมูลจากดาวเทียมเผยให้เห็นว่า จีนมีน้ำมันสำรองอยู่ราว 13,000 ล้านบาร์เรล ใช้ได้ราว 6 เดือน หรือหากปันส่วนดี ๆ อาจใช้ได้นานถึง 1 ปี และการที่จีนมีน้ำมันสำรองมากนี่เอง ทำให้ประเทศสามารถหายใจหายคอได้ และเป็นเกราะป้องกันประเทศจากภาวะ energy shock ที่ทำหลายประเทศชะงักงันอยู่ในขณะนี้

“ข้อถกเถียงที่ว่าความมั่นคงด้านน้ำมันของจีนตกอยู่ในอันตราย ผมไม่เห็นว่ามันจะเกิดขึ้นเลย และพวกเขาก็ยังมีน้ำมันสำรองอีกเยอะ [...] เรื่องนี้มันเป็นความขัดแย้งระยะยาว ไม่ใช่แค่ปัญหาของจีน เป็นปัญหาของทุกคนต่างหาก” หยุน ซุน ผู้อำนวยการประจำประเทศจีนของศูนย์สติมสันกล่าว 

นอกจากนี้ จีนยังมี "วาล์วนิรภัย" หรือเครื่องมือช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้วย แม้ว่าจีนจะพยายามลดการใช้ถ่านหินลงอย่างช้า ๆ แต่ถ่านหินก็ยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งจุดนี้เองที่ช่วยให้รัฐบาลปักกิ่งสามารถเร่งการผลิตเหมืองถ่านหินได้ทันที หากความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงขึ้น

โฮวเซ่ ซง นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทที่ปรึกษา 22V Research กล่าวถึงศักยภาพของจีนด้านถ่านหิน

“สัดส่วนการใช้ถ่านหินยังคงอยู่ที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่ายังมีโอกาสที่จะเพิ่มการใช้ถ่านหินได้อีก [...] หากพิจารณาปัจจัยทั้งหมดแล้ว จีนได้รับผลกระทบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกเล็กน้อย” ซงกล่าว

การเดินทางและการค้า

การขนส่งคือภาคส่วนที่กระหายพลังงานที่สุดของจีน พาหนะใหม่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของจีนคือรถยนต์ไฟฟ้า ตามข้อมูลของสมาคมผู้ใช้รถโดยสารจีน จีนใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากกว่ายุโรป 2 เท่า และมากกว่าสหรัฐฯ 6 เท่า

และแม้ว่าสินค้าขาเข้าและขาออกของจีนกว่า 12-15% จะส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สินค้าเหล่านั้นก็ยังได้รับการคุ้มครองอย่างดี

เมื่อพิจารณาว่า ประเทศส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาสินค้าของจีนในห่วงโซ่อุปทานและรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนคุ้นเคยกับความวุ่นวายในประเทศแล้ว แม้สถานการณ์จะบานปลาย และแม้ในขณะนี้ เมื่อสหรัฐฯ แบกรับวิกฤตด้านพลังงาน จนแม้แต่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการส่งร่างทหารผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิดยังเป็นของราคาแพง และเป็นแรงกดดันด้านทรัพยากร จีนก็ไม่ได้รับความบอบช้ำรุนแรงเท่าประเทศใหญ่อื่น 

เทียบกับมหาอำนาจตะวันตกอย่างสหรัฐฯ

เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ แล้วจะเห็นว่า จีนมีความมั่นคงด้านน้ำมันสำรองเหนือกว่ามาก เพราะสหรัฐฯ (ที่แม้เพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองมาอีก 200 ล้านบาร์เรลจากจุดต่ำสุดปี 2567 จากผลสงครามรัสเซีย-ยูเครนแล้ว) ก็ยังมีน้ำมันสำรองเพียงครึ่งหนึ่งของความจุ 726 ล้านบาร์เรล

สหรัฐฯ ปล่อยให้น้ำมันสำรองประเทศลดลงตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แต่คลังน้ำมันสำรองของจีนกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อจีนสามารถซื้อน้ำมันสำรองจากอิหร่านและรัสเซีย ที่ถูกตะวันตกคว่ำบาตรได้ในราคาถูก และเข้าถึงน้ำมันของรัสเซียได้ผ่านระบบท่อส่งน้ำมันร่วม

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนของจีนอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการในการใช้พลังงานของจีนลดลง แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมา ทรัมป์จะประกาศจุดยืนไม่เชื่อในวิกฤตสภาพอากาศ โดยเรียกการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศว่า ‘จอมปลอม’ และเรียกกังหันลมที่ใช้ในการผลิตพลังงานว่า ‘จอมสังหารนก’ และยังกล่าวหาว่า จีนส่งออกเทคโนโลยีสีเขียวให้ชาติอื่น แต่ตนกลับไม่ได้ใช้ 

จุดอ่อนที่จีนยังตามชาติมหาอำนาจอื่น

จุดที่จีนยังอ่อนแอกว่าคู่แข่งอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรปในด้านเศรษฐกิจเป็นเพราะปัญหาในภาคอสังหาริมาทรัพย์ที่ซบเซาหนัก ร่วมด้วยหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่นที่พุ่งสูงขึ้น, ผู้บริโภคที่ขาดความเชื่อมั่น และเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนบั่นทอนขีดความสามารถในการฟื้นตัวของจีน

ซงระบุว่า จีนมีแนวโน้มจะตอบโต้ด้วยการ "เปิดก๊อก" อัดฉีดการลงทุนหากสงครามยืดเยื้อ โดยการเริ่มดำเนินการแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเพื่อผู้บริโภคบางส่วนที่เคยกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับล่าสุดขึ้นมาดำเนินการก่อนกำหนด 

“แน่นอนว่าพวกเขามีช่องว่างมากพอจะเลื่อนการลงทุนเหล่านั้นให้เร็วขึ้นได้”เขากล่าวเสริม


แชร์
จีนนิ่งคอยจับตาสงครามอิหร่าน เพราะกำลังรอผลประโยชน์หรือขายหน้า?