Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คลองปานามาแออัด! เรือน้ำมันแย่งกันผ่านไปเอเชีย ดันต้นทุนขนส่งเพิ่ม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คลองปานามาแออัด! เรือน้ำมันแย่งกันผ่านไปเอเชีย ดันต้นทุนขนส่งเพิ่ม

12 พ.ค. 69
11:30 น.
แชร์

หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางลุกลามจนทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลง ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางมายาวนาน จึงต้องเร่งกระจายความเสี่ยง พร้อมหันไปนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากสหรัฐฯ มากขึ้น เพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหาย

แรงซื้อแบบเร่งด่วนนี้ทำให้ “คลองปานามา” ซึ่งเดิมเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ของการค้าโลกอยู่แล้ว กลายเป็นคอขวดสำคัญแห่งใหม่ของตลาดพลังงานระหว่างประเทศ

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ขนส่งผ่านคลองปานามาในเดือนเมษายนพุ่งขึ้นเฉลี่ย 1.77 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 74% จากค่าเฉลี่ยรายวันของปี 2568 และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีข้อมูลย้อนหลังถึงปี 2556 ขณะที่ปริมาณขนส่งที่มุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่า แตะระดับ 260,000 บาร์เรลต่อวัน

การเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำมันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลเพียงต่อราคาพลังงานในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงต้นทุนโลจิสติกส์ ตารางเดินเรือ และขีดความสามารถของประเทศผู้นำเข้าในการจัดหาพลังงานให้เพียงพอ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเพื่อแย่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ และข้อจำกัดทางกายภาพของเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างคลองปานามา

ฮอร์มุซสะดุด ดันเอเชียเร่งหาน้ำมันสหรัฐฯ ผ่านคลองปานามา

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เมื่อเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประเทศเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคนี้จึงต้องเร่งปรับแผนจัดหาอย่างเร่งด่วน สหรัฐฯ กลายเป็นแหล่งอุปทานสำคัญที่เข้ามาช่วยชดเชยช่องว่าง โดยเฉพาะสำหรับญี่ปุ่นและจีน ซึ่งต้องรักษาความมั่นคงด้านพลังงานท่ามกลางความผันผวนรุนแรงของตลาดโลก

โดยปกติ การส่งออกน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ไปยังเอเชียมักใช้เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก หรือ VLCC ซึ่งไม่สามารถแล่นผ่านคลองปานามาได้ จึงต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของแอฟริกา แม้ใช้เวลานานกว่า แต่ต้นทุนต่อหน่วยมักต่ำกว่า เนื่องจากสามารถขนส่งน้ำมันได้ในปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง ผู้ซื้อในเอเชียจำนวนมากหันมาใช้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กและขนาดกลางที่สามารถผ่านคลองปานามาได้ เพื่อย่นระยะเวลาขนส่งและเร่งส่งมอบพลังงานให้ทันต่อความต้องการ หนึ่งในกรณีที่สะท้อนแนวโน้มนี้คือการซื้อน้ำมันของ Cosmo Energy Holdings ของญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางถึงญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา หลังใช้เส้นทางผ่านคลองปานามา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้คลองปานามาเปลี่ยนบทบาทจากเส้นทางการค้าสำคัญทั่วไป ไปสู่เส้นเลือดใหญ่ของการจัดหาพลังงานฉุกเฉินให้เอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศผู้นำเข้าต้องบริหารความเสี่ยงพร้อมกันหลายด้าน ทั้งราคาน้ำมัน ความไม่แน่นอนของสงคราม และความจำเป็นในการรักษาสต๊อกพลังงานภายในประเทศให้เพียงพอ

คลองปานามากลายเป็นคอขวดใหม่ หลังเรือบรรทุกน้ำมันแห่จองช่องผ่าน

แม้ในภาวะปกติ คลองปานามาก็เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีความหนาแน่นสูงอยู่แล้ว จากการสัญจรของเรือหลายประเภท ทั้งเรือคอนเทนเนอร์ เรือบรรทุกรถยนต์ เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG และเรือบรรทุกสินค้าเทกองจำนวนมาก แต่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเรือบรรทุกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ทำให้แรงกดดันต่อระบบขนส่งผ่านคลองทวีความรุนแรงมากขึ้น

ข้อจำกัดสำคัญของคลองปานามาอยู่ที่ระบบประตูน้ำ ซึ่งทำให้จำนวนเรือที่สามารถผ่านคลองได้ในแต่ละวันมีเพดานจำกัด เรือที่ต้องการใช้เส้นทางนี้จำเป็นต้องจองช่วงเวลาผ่านคลอง หรือ transit slot ล่วงหน้า โดยเรือสำราญและเรือคอนเทนเนอร์มักได้เปรียบกว่า เนื่องจากมีตารางเดินเรือที่แน่นอน และสามารถวางแผนจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ในทางกลับกัน เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากที่ถูกจัดหาเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานครั้งนี้ เป็นการจัดเรือแบบเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถจองช่องผ่านคลองล่วงหน้าได้เพียงพอ หลายลำจึงต้องเข้าแข่งขันประมูลช่องผ่านคลอง เพื่อให้เดินทางทันตามกำหนดส่งมอบ

การแข่งขันเพื่อแย่งช่องเวลาผ่านคลองดังกล่าวทำให้ต้นทุนขนส่งพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากองค์การคลองปานามาระบุว่า ราคาเฉลี่ยในการประมูลช่องผ่านคลองระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 385,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 135,000-140,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนสงครามอิหร่าน ขณะที่ WaterFront Maritime Services ซึ่งมีสำนักงานในปานามา ระบุว่า จำนวนช่องผ่านคลองที่ถูกประมูลในราคามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นเช่นกัน

เมื่อเรือสะสมหนาแน่นทั้งสองฝั่งของคลอง เรือที่ไม่มีการจองล่วงหน้าจึงต้องเผชิญเวลารอคอยที่ยาวนานขึ้น ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือบางรายเริ่มลังเล แม้คลองปานามาจะช่วยย่นระยะเวลาขนส่งได้ก็ตาม เพราะในภาวะที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะได้ช่องผ่านคลองเมื่อใด การเลือกแล่นเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปอาจกลายเป็นทางเลือกที่แน่นอนกว่าสำหรับผู้ส่งสินค้าที่ให้ความสำคัญกับตารางส่งมอบเป็นหลัก

ต้นทุนขนส่งพุ่ง เสี่ยงผลักราคาพลังงานเอเชียสูงขึ้น

แรงกดดันที่เกิดขึ้นกับคลองปานามาสะท้อนต้นทุนแฝงของวิกฤตพลังงานโลก เพราะไม่ว่าบริษัทขนส่งจะเลือกจ่ายค่าประมูลช่องผ่านคลองในราคาสูง หรือหันไปใช้เส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปซึ่งใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ต้นทุนเหล่านี้ล้วนมีแนวโน้มถูกส่งผ่านไปยังราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและก๊าซในท้ายที่สุด

สำหรับญี่ปุ่น ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงน้ำมันดิบเท่านั้น ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ญี่ปุ่นนำเข้า LPG และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่น ๆ จากสหรัฐฯ ผ่านคลองปานามาอยู่แล้ว แต่เมื่อการจราจรในคลองหนาแน่นขึ้น การแย่งช่องผ่านคลองระหว่างเรือหลายประเภทจึงรุนแรงขึ้นตามไปด้วย โดยแหล่งข่าวในธุรกิจค้าส่งก๊าซของญี่ปุ่นระบุว่าในระยะหลังการขนส่ง LPG ผ่านคลองทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม

สถานการณ์นี้เพิ่มความไม่แน่นอนอีกชั้นให้กับผู้ซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาและความเสี่ยงเชิงนโยบาย เช่น ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจออกมาตรการจำกัดการส่งออกในอนาคต หากตลาดพลังงานภายในประเทศเผชิญแรงกดดันด้านอุปทานหรือราคา

ในภาพใหญ่ วิกฤตคลองปานามาจึงไม่ใช่เพียงปัญหาการจราจรทางเรือ แต่เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างการค้าพลังงานโลกกำลังเปราะบางมากขึ้น เมื่อความตึงเครียดในจุดยุทธศาสตร์หนึ่งอย่างช่องแคบฮอร์มุซ สามารถส่งแรงกระแทกต่อเนื่องไปยังอีกจุดยุทธศาสตร์หนึ่งอย่างคลองปานามาได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับเอเชีย บทเรียนสำคัญคือ ความมั่นคงทางพลังงานในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์ผันผวนไม่ได้ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเส้นทางเดินเรือ ความพร้อมของกองเรือ และความสามารถในการบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

ที่มา: Nikkei Asia

แชร์
คลองปานามาแออัด! เรือน้ำมันแย่งกันผ่านไปเอเชีย ดันต้นทุนขนส่งเพิ่ม