
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ประเทศตุรกีว่า บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน "จบลงแล้ว" หลังเกิดการโจมตี และมองว่า การเจรจากับรัฐบาลเตหะรานต่อไปเป็น "เรื่องเสียเวลา"
ทรัมป์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงวิจารณ์ผู้นำอิหร่านและชาวอิหร่าน โดยกล่าวหาว่า พวกเขาคือคนป่วยที่ถูกนำโดยคนป่วย และถ้าหากพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ พวกเขาก็จะใช้มันแน่
ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะหารือกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลาง และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา ซึ่งมีบทบาทในการติดต่อกับอิหร่าน แต่ยืนยันว่า การกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจานั้นเป็นหน้าที่ของอิหร่าน
ทรัมป์ยังกล่าวหาอิหร่านว่า บิดเบือนรายละเอียดของข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยหารือกัน โดยอ้างว่า หลังการเจรจา ฝ่ายอิหร่านกลับออกไปให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ไม่เคยมีการพูดถึงประเด็นอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อ NATO โดยระบุว่า สมาชิกบางประเทศไม่เต็มใจให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในช่วงความขัดแย้งกับอิหร่าน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 6% ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศเรื่องดังกล่าว
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ปรับตัวขึ้น 6% แตะ 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปลดลง 1.6% ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น
นักลงทุนประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อาจส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ผ่านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น