Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ออสเตรเลียเจอคลื่นความร้อน ทะลุ 48.9 องศาเซลเซียส จุดไฟป่าเพิ่ม 6 แห่ง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ออสเตรเลียเจอคลื่นความร้อน ทะลุ 48.9 องศาเซลเซียส จุดไฟป่าเพิ่ม 6 แห่ง

29 ม.ค. 69
16:44 น.
แชร์

คลื่นความร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียนาน 50 วัน เป็นเชื้อเพลิงให้ไฟป่าที่กำลังลุกลามและกระทบระบบไฟฟ้า ทำให้อาคารกว่าพันหลังไม่มีไฟป่าใช้

คลื่นความร้อนรุนแรงเป็นประวัติการณ์

คลื่นความร้อนดังกล่าวเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี เกิดขึ้นที่รัฐวิคตอเรีย ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศเคยเผชิญมา โดยคลื่นความร้อนที่มีความรุนแรงในระดับนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2009 เรียกเหตุการณ์นั้นว่า Black Saturday bushfires ในซิดนีย์ โดยอากาศร้อนมีอุณหภูมิทะลุ 43 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง 3 วันติด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 173 คน

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในปี 2026 จะไม่ทุเลาลง จนกว่าจะถึงสุดสัปดาห์นี้ โดยทิม เวย์บุสช์ กรรมาธิการบริหารหน่วยฉุกเฉินรัฐวิคตอเรียกล่าวถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในรัฐวิคตอเรีย

“ตอนนี้เราเผชิญความร้อนระดับรุนแรง-รุนแรงมากมาเป็นวันที่ 5 แล้วที่รัฐวิคตอเรีย แล้วเราก็เริ่มจะเห็นผลกระทบแล้ว [...] การเตือนภัยความร้อนรุนแรงยังคงอยู่ และเราคาดว่าคงจะเห็นคลื่นความร้อนระดับรุนแรง-รุนแรงมากต่อไปอีก 8 วันติดต่อกัน” เวย์บุสชกล่าว

ด้านเดวิด คร็อก นักพยากรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียกล่าวว่า อุณหภูมิที่วิคตอเรียปีนี้สูงทำลายสถิติไปแล้ว 

“สถานีวัดความร้อนมากกว่า 20 แห่ง ส่วนมากในพื้นที่ทางตะวันตกของวิคตอเรีย วัดอุณหภูมิได้ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาล ไม่ก็ทำลายสถิติเดือนมกราคมเลย” ตัวอย่างเช่น เมืองในเขตมาลี รัฐวิคตอเรีย ที่เผชิญอุณหภูมิสูงถึง 48.9 องศาเซลเซียส สูงที่สุดที่เคยมีการบันทึกมา

เมื่อวานนี้ (พุธที่ 28 มกราคม 2569) ความร้อนอบอ้าวในวิคตอเรียคลายตัวลงไปบ้าง แต่พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐควีนแลนด์ ซึ่งวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 48 องศาเซลเซียสในช่วงเย็น

เกิดเหตุไฟดับในอาคารกว่า 11,000 หลังในรัฐวิคตอเรียวันพุธที่ผ่านมา หลังจากเมื่อวันอังคารเกิดเหตุไฟดับกระทบอาคารบ้านเรือนกว่า 105,000 หลัง 

อุณหภูมิพุ่ง ไฟป่าลุกลาม

อีกผลพวงของอุณหภูมิที่สูงขึ้นคือไฟป่า คลื่นความร้อนกระตุ้นให้เกิดไฟป่ามากขึ้นอีกอย่างน้อย 6 แห่ง 3 แห่งในนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

ไฟป่าบริเวณแม่น้ำคาร์ไลล์ ในเขตออตเวย์สเผาพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 68,750 ไร่และทำลายอาคารไปมากกว่า 16 หลัง คริส ฮาร์ดแมน หัวหน้าหน่วยผจญไฟป่าวิคตอเรียกล่าวถึงสถานการณ์ไฟดังกล่าว

“คงอีกนานกว่าไฟป่าบริเวณแม่น้ำคาร์ไลล์จะสงบ [...] เราเพิ่งเริ่มเข้าฤดูร้อนเท่านั้น เราจะได้เห็นอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นและลมพัดแรงอีกครั้งก่อนที่ไฟจะถูกควบคุมได้อย่างสมบูรณ์”

ไฟป่าคือสิ่งที่พบได้ทุกปีในออสเตรเลีย หากฤดูแล้วหมุนเวียนมาถึง ซึ่งมักเริ่มช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ (บางพื้นที่อาจยาวนานกว่านี้ ราว 2) อย่างไรก็ตามราว ๆ ทุกศตวรรษมักจะเกิดไฟป่ขนาดใหญ่ อย่างเหตุการณ์ Black Saturday ในปี 2009 หรือ Black Summer ในปี 2019-2020

ชายฝั่งตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ อย่างในนิวเซาท์เวลส์ และวิคตอเรียมักประสบความเสียหายมาก เพราะ เป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นและมีป่าปาล์ม/ยูคาลิปตัสเยอะ 

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจุดชนวนไฟ

นักพยากรณ์อากาศคร็อกกล่าวว่า สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นสาเหตุหลักของคลื่นความร้อนครั้งนี้ ทั้งยังทำให้อุณหภูมิไม่ปกติอย่างมาก

“ความรุนแรงของคลื่นความร้อนครั้งนี้เทียบได้กลับคลื่นความร้อนเดือนมกราคมปี 2009 เลย และคลื่อนความร้อนเดือนมกราคม 1939 ด้วย [...] ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ความรุนแรง และความถี่ของคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2000 สาเหตุก็คือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง” คร็อกกล่าว

ตามข้อมูลจาก Climate Council ระบุว่า ไฟป่าในออสเตรเลียหลายพื้นที่ ปัจจุบันมีความยาวนานมากกว่าอดีต รุนแรงกว่า เกิดทับซ้อนกันบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซ้ำร้ายยังควบคุมยากกว่าเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาเเตรียมรับมือไฟป่าครั้งต่อไปสั้นลง

สาเหตุที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลต่อไฟป่าออสเตรเลีย เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่ร้อนขึ้น ทำให้ฤดูกาลของไฟป่ายาวนานขึ้น ปริมาณน้ำฝนน้อยลง ดินและพืชพรรณแห้ง ทำให้เกิดความเสี่ยงเกิดประกายไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของไฟป่า และโลกร้อนยังทำให้มีฟ้าแลบมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสร้างไฟป่าเช่นกัน

อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา สวนทางกับปริมาณน้ำฝนที่ลดลงตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990 โดยทางใต้ของออสเตรเลียมีปริมาณน้ำฝนลดลงกว่า 15% ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และลดลง 25% ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ในช่วงปี 2017-2019 ออสเตรเลียเผชิญกับหน้าแล้งที่สุดในประวัติการณ์ติดต่อกันถึง 3 ปี

ประชาชน-ธุรกิจกระทบอย่างไร ปรับตัวแบบไหน

ภาคธุรกิจหลายส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวมักได้รับผลกระทบจากไฟป่าในออสเตรเลีย และภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจได้รับผลกระทบต่ออาคาร สุขภาพ หรือการต้องอพยพหนี ทำให้การดำเนินงานต้องหยุชะงัก

รัฐบาลออสเตรเลีย อย่างรัฐบาลท้องถิ่นรัฐควีนแลนด์ จึงออกมาชี้วิธีเตรียมการรับมือไฟป่าสำหรับภาคธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ศึกษาพื้นที่ว่าเป็นเขตเสี่ยงไฟป่าหรือไม่ จัดทำแผนคุ้มครองความปลอดภัยคนในองค์กร ทำประกัน และประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

เมื่อเกิดไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียง ต้องคอยติดตามสถานการณ์อยู่เสมอ ทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า จัดเตรียมถุงยังชีพฉุกเฉิน และกลับเข้าพื้นที่เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศเท่านั้น


แชร์
ออสเตรเลียเจอคลื่นความร้อน ทะลุ 48.9 องศาเซลเซียส จุดไฟป่าเพิ่ม 6 แห่ง