
ประชาชนกว่า 250,000 คนต้องอพยพหนีวิกฤตไฟป่าในฝรั่งเศส และสเปน ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูง และกระแสลมแรง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ยากขึ้น จนหลายฝ่ายมองว่า ‘นี่อาจเป็นฤดูไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของยุโรป’
ประเทศฝรั่งเศสสั่งอพยพประชากรราว 250,000 คน ในแคว้นฌิรงด์ และล็องด์ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ หลังไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว และควบคุมได้ยาก ทำให้หลายครอบครัวต่างต้องทิ้งบ้าน และทรัพย์สินไว้ข้างหลังเพื่อเอาชีวิตรอด
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเผยว่า ความร้อนจากไฟรุนแรงมากจนสามารถสร้างกระแสลม และลมหมุนขึ้นมาเอง ทำให้ทิศทางไฟเปลี่ยนตลอดเวลา และยากต่อการคาดการณ์ รัฐบาลจึงต้องระดมทหารเข้าช่วยถางป่า และทำแนวกันไฟเพื่อสกัดการลุกลาม
แม้พื้นที่ไฟป่าจะอยู่ห่างออกไปจากตัวบ้านผู้คน แต่ด้วยกระแสลมที่แรงทำให้ควัน และเถ้าถ่านถูกพัดปกคลุมเมืองบอร์โดจนท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา นักท่องเที่ยวเผยว่า เถ้าถ่านปลิวตกเต็มสระว่ายน้ำ แค่สูดหายใจก็รู้สึกระคายเคืองทันที
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินเพื่อรับมือไฟป่ากว่า 30 จุดทั่วประเทศ และยอมรับว่า ‘นี่คือสถานการณ์ที่ฝรั่งเศสไม่เคยเผชิญมาก่อน’ โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 พื้นที่ป่าถูกไฟเผาไปแล้วกว่า 98,000 เฮกตาร์
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงการแข่งขันจักรยาน Tour de France รอบสุดท้ายด้วย ซึ่งต้องลดระยะการแข่งขันจาก 133 กิโลเมตร เหลือ 89 กิโลเมตร เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถเดินทางเข้าไปทำภารกิจดับไฟได้
ประเทศสเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังไฟป่าเผาพื้นที่ไปแล้วกว่า 130,000 เฮกตาร์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ‘ฤดูไฟป่าปีนี้รุนแรงผิดปกติ’
อิซาเบล ดิอาซ อายูโซ ประธานภูมิภาคมาดริด ระบุว่านี่คือ ‘ไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคมาดริด’ หลังไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศร้อนจัด และลมแรง โดยไฟป่าครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชายวัยประมาณ 70 ปี เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการดับไฟในจังหวัดบาเลนเซีย
ในขณะเดียวกัน ประชาชนเกือบ 60,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่อีกกว่า 28,000 คน ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงควันพิษ นอกจากนี้ ยังได้มีการอพยพประชาชนในอีกอย่างน้อย 8 เทศบาลใกล้เมืองโตเลโด
บนเกาะซิซิลีเกิดไฟป่าไปกว่า 350 จุด รวมถึงไฟป่าขนาดใหญ่ระดับวิกฤตอีก 10 จุด ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากหลายพื้นที่โดยด่วน
อุทยานแห่งชาติ Cairngorms เจอไฟป่าต่อเนื่องยาวนานถึง 10 วัน จนเจ้าหน้าที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับรุนแรง ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิง และเปิดให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่ได้ในเวลาต่อมา
ฮัดจา ลาห์บิบ กรรมาธิการด้านการจัดการวิกฤตของสหภาพยุโรปเตือนว่า ความเสียหายจากไฟป่าปี 2569 มีแนวโน้มที่จะทำลายสถิติเดิม เนื่องจากฤดูไฟป่าเริ่มเร็วกว่าปกติ และยุโรปก็กำลังเผชิญคลื่นความร้อนรอบใหม่ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้อีก
อย่างไรก็ตาม ประเทศฝรั่งเศสได้มีการขอความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิก โดยได้รับเครื่องบินทิ้งน้ำ 3 ลำจากโครเอเชีย และ 2 ลำจากโปรตุเกส เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กจากสาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 40 นายจากโรมาเนีย นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังได้จัดสรรเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัยอีก 11 ลำเข้าช่วยเหลือสเปน และฝรั่งเศสร่วมกัน