ธุรกิจการตลาด

Grab ขาดทุนหนักกว่า 3 หมื่นล้านบาท ความท้าทายในธุรกิจ Super app ที่ไม่ง่าย

4 มี.ค. 65
Grab ขาดทุนหนักกว่า 3 หมื่นล้านบาท ความท้าทายในธุรกิจ Super app ที่ไม่ง่าย
ไฮไลท์ Highlight
แต่การเติบโตของ GMV มาจากการใช้จ่ายเพื่อสร้างแรงจูงใจจำนวนมาก โดยเฉพาะสิ่งจูงใจสำหรับผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงส่วนลดและโปรโมชันที่เสนอให้กับผู้บริโภค เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 365 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 หมื่นล้านในไตรมาสที่ 4 สำหรับปี 2021 มีการใช้งบส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.78 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.24 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งแม้จะทำให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้น แต่การเติบโตนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้

advertisement

Grab สตาร์ทอัพ สัญชาติสิงคโปร์ขาดทุนมหาศาลถึง 1  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4  ปีที่แล้ว สะท้อนถึงความท้าทายในการทำกำไรและการแข่งขันในธุรกิจ Superapp อย่างมาก

  

 

ในรายงานระบุว่า Grab ขาดทุน 1.055 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคม เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 576 ล้านดอลลาร์ ทำให้สรุปทั้งปี 2021 Grab ขาดทุน 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับปี 2020 ขากทุน 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐธุรกิจหลักของ Grab คือ บริการเรียกรถ , การขนส่งอาหาร , และบริการการเงินดิจิทัล โดยให้บริการ 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพ ที่โดดเด่นมากที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคจาก สิงคโปร์ พอๆ กับ Goto สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย

  

  grabpay

 

 

ทั้งนี้ มูลค่าสินค้ารวม (GMV) ซึ่งเป็นมูลค่ารวมของธุรกรรมจากธุรกิจบริการ เพิ่มขึ้น 26% เป็น 4.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ในขณะที่ GMV ของบริการเรียกรถลดลง 11% เนื่องจากการแพร่กระจายของโควิด ตัวเลขสำหรับการขนส่งเดลิเวอรี เพิ่มขึ้น 52%

 

แต่การเติบโตของ GMV มาจากการใช้จ่ายเพื่อสร้างแรงจูงใจจำนวนมาก โดยเฉพาะสิ่งจูงใจสำหรับผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงส่วนลดและโปรโมชันที่เสนอให้กับผู้บริโภค เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 365 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 หมื่นล้านในไตรมาสที่ 4 สำหรับปี 2021 มีการใช้งบส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.78 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.24 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งแม้จะทำให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้น แต่การเติบโตนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้

 

นื่องจากการระบาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้บริการเรียกรถ Grab ได้ขยายธุรกิจจัดส่งอาหารเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ใช้ ขณะที่ตลาดของชำออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเป็น 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 จาก 4.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 ตามรายงานของ Euromonitor International

 

 grab

 

ซึ่งหลังจากรายงานประกอบการในไตรมาส 4 ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น  สะท้อนจากหุ้นของ Grab Holdings Inc. ที่ร่วงลงถึง 37%  มาร์เก็ตแคปลดลงสู่ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  คิดเป็นมูลค่าเพียงครึ่งเดียวของมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับก่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ราคาหุ้นที่ร่วงหนักของ Grab เมื่อวันพฤหัสบดีนั้น เท่ากับว่าหุ้น Grab ร่วงลงถึง63% แล้วนับตั้งแต่เปิดตัว โดยจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีผลงานแย่ที่สุดในดัชนี Nasdaq Composite ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว

 

screenshot2565-03-04at17.

Grab ซึ่งก่อตั้งโดย Anthony Tan และ Hooi Ling Tan ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รูปแบบธุรกิจของบริษัทคล้ายกับ Uber ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกบริการเรียกรถและส่งของในสหรัฐฯ ซึ่งขายการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับ Grab ในปี 2018 ความท้าทายของ Grab คือการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งรวมถึงจาก Sea Ltd. บริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยิ่งไปกว่านั้น Gojek ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าของอินโดนีเซีย ได้รวมกิจการกับผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ PT Tokopedia เพื่อกลายเป็น GoTo กิจการที่ควบรวมกันนี้กำลังเตรียมการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกที่บ้านเกิดและในสหรัฐอเมริกาในปีนี้

 

ที่มาข้อมูล

https://asia.nikkei.com/Business/Startups/Grab-reports-1bn-loss-in-Q4-on-heavy-incentive-spending 

https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-03-03/grab-s-selloff-deepens-to-erase-22-billion-since-spac-merger

 

 

advertisement

Spotlight