advertisement

การเงิน

ไขข้อข้องใจ เหตุใดทองคำ ขึ้นแรง-ลงแรง หลังรัสเซียบุกยูเครน

26 ก.พ. 65
ไขข้อข้องใจ เหตุใดทองคำ ขึ้นแรง-ลงแรง หลังรัสเซียบุกยูเครน
ไฮไลท์ Highlight
รู้หรือไม่ว่า? จากสถิติในอดีตพบว่า  ไม่ใช่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองหรือ Geopolitical events ทุกเหตุการณ์ที่จะส่งผลหนุนราคาทองคำ  อีกทั้งราคาทองคำมักจะตอบสนองรุนแรงในระยะสั้นก่อนที่จะลดช่วงบวกลงมาในระยะถัดๆไป

advertisement

ไขข้อข้องใจ เหตุใดทองคำ ขึ้นแรง-ลงแรง หลังรัสเซียบุยูเครน

 

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564  ราคาทองคำทะยานขึ้นในทันทีที่นายวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ประกาศเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารพิเศษ  ไม่นานหลังจากนั้นการโจมตีของรัสเซียเริ่มต้นขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยูเครน   สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สินทรัพย์ทั่วโลกปั่นป่วนอย่างหนัก  โดยนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล  พร้อมกับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ  ปัจจัยดังกล่าวผลักดันให้ทองคำทะยานขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงการซื้อขายของตลาดเอเชียและช่วงต้นของตลาดยุโรป  ส่งผลให้ราคาทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี 5 เดือนที่ 1,974.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่ทองคำในประเทศ ทะยานขึ้นทดสอบระดับ 30,000 บาทต่อบาททองคำเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 6 เดือน

 

 

screenshot2565-02-26at10.

  

อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือนลงมาแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,879.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในวันเดียวกัน  ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนทองคำสงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น  วันนี้ YLG จะมาลิสต์เหตุผลที่ทำให้นักลงทุนขายทองคำ ดังนี้

 

  1. แรงขายทองคำทำกำไร เพื่อถือเงินสด  และโยกเงินเติมมาร์จิ้น รวมถึงชดเชยผลขาดทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพราะสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลงอย่างหนัก
  2. การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เพราะนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำ
  3. แรงขายทำกำไร เนื่องจากทองคำอยู่ในภาวะขายมากเกินไป และนักลงทุนบางส่วนมองว่าสถานการณ์ในยูเครนอาจไม่ลุกลามเป็นสงคราม  หลังจากนาโตยืนยันว่าจะไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครน เนื่องจากยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต  ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย  ด้วยมาตรการที่ขัดขวางความสามารถของรัสเซียในการทำธุรกิจในสกุลเงินหลักพร้อมกับการคว่ำบาตรต่อธนาคารและรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย อย่างไรก็ดี  สหรัฐและสหภาพยุโรปได้เลือกที่จะไม่ตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารทั่วโลกของ SWIFT พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐจะ “ไม่” เข้าไปสู้รบในยูเครน ซึ่งนักลงทุนบางส่วนมองว่ามาตรการคว่ำบาติล่าสุดของสหรัฐรุนแรงน้อยกว่าคาด

และข้อ 4.  คือ 

รู้หรือไม่ว่า? จากสถิติในอดีตพบว่า  ไม่ใช่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองหรือ Geopolitical events ทุกเหตุการณ์ที่จะส่งผลหนุนราคาทองคำ  อีกทั้งราคาทองคำมักจะตอบสนองรุนแรงในระยะสั้นก่อนที่จะลดช่วงบวกลงมาในระยะถัดๆไป

 

หากย้อนกลับไปนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา  เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญๆ อาทิ เหตุการณ์ 911,  สงครามอิรัก, เหตุการณ์ระเบิดในงานบอสตันมาราธอน (Boston Marathon Bombing)  การยิงขีปนาวุธในซีเรียและความกังวลเกี่ยวเกาหลีเหนือ  ล่าสุดในปี 2019  เกิดเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 13 มิถุนายน  ,  เหตุกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐร่วงในวันที่ 20 มิถุนายน  และเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Saudi Aramco ในวันที่ 14 กันยายน และล่าสุดที่สหรัฐโจมตีทางอากาศจนเป็นเหตุให้นายพลกัสซิม โซเลมานี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญระดับต้นๆของอิหร่าน  และเป็นผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน เสียชีวิต 

 

  • ในเหตุการณ์ 911 และ เหตุการณ์ระเบิดในงานบอสตันมาราธอน :  ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงถึง 7%  ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว  ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในระยะถัดไปๆ

 

  • ในช่วงสงครามอิรัก :  ในระยะแรกราคาทองคำตอบสนองในเชิงลบเสียด้วยซ้ำ  ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในอีก 2 เดือนถัดไป

 

  • ในช่วงเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานใกล้และโดรนสอดแนมของสหรัฐโดนยิง :  ราคาทองคำปรับตัวเพียง 2% แค่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว   ก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นแรงในระยะ 1 เดือนถัดไปแต่มาจากสาเหตุอื่นๆเป็นประเด็นหลัก  อาทิ  การที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย,  ความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ  และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ 

 

  • ในช่วงเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Saudi Aramco :  ราคาทองคำปรับตัวเพียง 2% แค่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว  ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา

 

  • ในช่วงสหรัฐโจมตีทางอากาศจนเป็นเหตุให้นายพลกัสซิม โซเลมานีเสียชีวิต ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรง แค่ภายในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเท่านั้น ก่อนที่จะปรับตัวลดลงแรงในเวลาต่อมาเช่นกัน

 

“หากยึดสถิติเป็นแนวทาง  จึงไม่น่าประหลาดใจนักที่เกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา  ดังนั้น  หากราคาทองคำพุ่งขึ้นในระยะสั้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์  จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนควรจะใช้จุดดังกล่าวเป็นจุดขายทำกำไร  อีกทั้งต้องระมัดระวังการไล่ซื้อเมื่อทองคำตอบรับในเชิงบวกเพราะมีแนวโน้มจะเกิดการตอบรับเชิงบวกเพียงแค่ในระยะสั้นเท่านั้น   หรือ  หากเข้าซื้อก็ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”

ฐิภา นววัฒนทรัพย์

ฐิภา นววัฒนทรัพย์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG Bullion And Future จำกัด

advertisement

Relate Post

Spotlight