อินไซต์เศรษฐกิจ

รู้จักไต้หวัน ในฐานะมหาอำนาจผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก

4 ส.ค. 65
รู้จักไต้หวัน ในฐานะมหาอำนาจผู้ผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก
ไฮไลท์ Highlight
  • ไต้หวันเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ กุมส่วนแบ่งตลาดถึง 63%
  • บริษัท TSMC คือเบอร์ 1 ของไต้หวัน ที่ผลิตชิปเซ็ตกว่า 54% ในโลก ปี 2021
  • TSMC ผลิตชิปเซ็ตให้ลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple, AMD, MediaTek, Qualcomm และ Nvidia
  • Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ TSMC ที่เป็นผู้ผลิตชิป M Series รวมถึงตัวล่าสุด M2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปในเดือน มิ.ย. ปีนี้ 

ถึงแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ บนมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ "ไต้หวัน" ก็มีความสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจโลกเพราะเป็นแหล่งผลิตชิปเซ็ต (System-On-Chip) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “หัวใจ” ของอุปกรณ์ไอทีหลายประเภท เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แทปเล็ต รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น สมาร์ทวอทช์ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า เช่น Tesla ซึ่งล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของผู้คนทุกระดับในยุคดิจิทัล

จากข้อมูลของ Trendforce ไต้หวันกุมส่วนแบ่งตลาดผู้ผลิตชิปเซ็ตในโลกไปถึง 63% ทิ้งห่างอันดับสองคือเกาหลีใต้ที่มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 18% ไปไกลลิ่ว

taiwan

 

บริษัทที่เป็นหัวหอกนำธุรกิจผลิตชิปเซ็ตในไต้หวันคือ TSMC ที่เป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตกว่า 54% ในตลาดในปี 2021 โดยมีลูกค้ารายใหญ่ คือ Apple, AMD, MediaTek, Qualcomm และ Nvidia ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ออกแบบชิปรายใหญ่ที่ออกแบบชิปเซ็ตให้สมาร์ทโฟนยี่ห้อสำคัญในตลาดทั้งหมด เช่น iPhone, Samsung, Huawei, Oppo, Vivo รวมไปถึงระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ (CPU) และการ์ดจอ (Graphic Card) ที่สายไอทีรู้จักกันดีอย่าง AMD Ryzen Series และ GeForce RTX

ด้วยส่วนแบ่งตลาดขนาดมโหฬารแบบนี้ เรียกได้ว่าถ้าสายพานการผลิตชิปเซ็ตในไต้หวันชะงักไป ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เช่น สงครามหรือเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ "การผลิตสินค้าไอทีมากกว่าครึ่งในโลก จะได้รับผลกระทบทันที"

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราอาจจะดูตัวอย่างง่ายๆ จากผลกระทบที่จะมีต่อการผลิตโทรศัพท์ iPhone

ตอนนี้บริษัทที่สามารถผลิตชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตรที่ใช้ใน iPhone ได้มีเพียงสองเจ้าในโลกเท่านั้น คือ TSMC และ Samsung

และเพราะ TSMC เป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตรายเดียวให้กับ Apple ในตอนนี้ และ Apple คงไม่หันกลับไปใช้บริการ Samsung ที่ตอนนี้กลายเป็นคู่แข่งใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟนไปแล้ว หากการผลิตชิปเซ็ต TSMC ชะงัก การผลิต iPhone ก็จะชะงักไปด้วย และ Apple ก็อาจจะไม่สามารถออก iPhone รุ่นใหม่ได้ในปีนั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อทั้งตัวผู้บริโภคและบริษัท เพราะ iPhone เป็นสินค้าที่ทำรายได้มากกว่าครึ่งให้กับ Apple

แต่แน่นอนว่าในความเป็นจริงถ้า TSMC ไม่สามารถผลิตชิปเซ็ตได้ สิ่งที่จะชะงักไม่ได้มีแค่การผลิต iPhone เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ที่ TSMC เป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตให้ด้วย

เรียกได้ว่าถ้า TSMC ชะงัก บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากในโลกก็จะสะดุดตามไปด้วย

Relate Post

Spotlight