Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เวียดนามเริ่มนำเข้าเครื่องผลิตชิปเซ็ตมือสองลดต้นทุน เปิดโอกาสไทยส่งออก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เวียดนามเริ่มนำเข้าเครื่องผลิตชิปเซ็ตมือสองลดต้นทุน เปิดโอกาสไทยส่งออก

6 ก.พ. 69
16:01 น.
แชร์

เวียดนามเดินหน้าวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง ด้วยการปรับกฎระเบียบเพื่อคลายข้อจำกัดด้านการลงทุน โดยล่าสุดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เปิดทางให้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิปมือสองที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้เข้มงวดกว่านี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นได้

นโยบายดังกล่าวสะท้อนความพยายามของเวียดนามในการเร่งสร้างขีดความสามารถด้านการผลิตและการวิจัย ท่ามกลางการแข่งขันและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น

การผ่อนคลายเงื่อนไขครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นของอุตสาหกรรมไฮเทค แต่ยังเอื้อให้ภาคธุรกิจ สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยเข้าถึงเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน เวียดนามยังคงรักษามาตรฐานด้านประสิทธิภาพ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด 

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) มองว่า นโยบายดังกล่าวป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เร่งจังหวะการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของประเทศ และในอีกมุมหนึ่ง ยังเปิดพื้นที่โอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงธุรกิจไทย ในการส่งออกเครื่องจักร การตั้งฐานการผลิต หรือการร่วมทุนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของเวียดนาม

เวียดนามปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดทางนำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสอง

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม (Ministry of Science and Technology: MOST) ได้ออกหนังสือเวียนเลขที่ 30/2025 เพื่อขยายเงื่อนไขการอนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยกำหนดให้อุปกรณ์มือสองที่สามารถนำเข้าได้ต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปีครอบคลุมกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีดิจิทัล

ภายใต้หนังสือเวียนดังกล่าว ภาคธุรกิจได้รับอนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มือสองสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี ซึ่งถือเป็นการขยายเพดานอายุอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากข้อกำหนดเดิม ขณะที่สถาบันฝึกอบรมและสถาบันวิจัยได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดด้านอายุของอุปกรณ์

นาย Nguyen Anh Tuan ผู้แทนจากกรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบุว่า การปรับเพิ่มเพดานอายุของอุปกรณ์มือสองเป็นผลจากการสำรวจสภาพการใช้งานจริง รวมถึงการหารือร่วมกับบริษัทด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์และสถาบันภายในประเทศ โดยเห็นว่า กรอบระยะเวลา 20 ปีมีความเหมาะสมกับความต้องการและขีดความสามารถทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จะนำเข้าสู่เวียดนามต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่เป็นเทคโนโลยีล้าสมัย ไม่มีคุณภาพต่ำ หรือก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่อยู่ในบัญชีเทคโนโลยีที่ถูกห้ามหรือจำกัดการนำเข้า และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานทางเทคนิคและข้อบังคับของเวียดนาม โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยในการทำงานของสายการผลิต

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านกำลังการผลิต โดยสายการผลิตมือสองต้องมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตตามการออกแบบเดิม ขณะที่การใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และพลังงานต้องไม่เกินร้อยละ 115 ของระดับที่กำหนดไว้ในการออกแบบเดิม ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการนำเข้าสายการผลิตที่มีอายุการใช้งานสูงเกินไป มีประสิทธิภาพต่ำ หรือใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น

ระเบียบการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มือสองยังได้แยกความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์กับอุปกรณ์ที่นำเข้าเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัย โดยอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยจะไม่ถูกจำกัดอายุการใช้งาน อย่างไรก็ดี ยังคงต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพ ระดับการใช้พลังงาน และการใช้วัสดุตามที่กฎหมายกำหนด

หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยสามารถลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนการสอนและการวิจัยได้มากขึ้น ท่ามกลางข้อจำกัดด้านต้นทุนของอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ โดยนโยบายใหม่นี้มุ่งอำนวยความสะดวกให้ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับขีดความสามารถในการลงทุนของตน ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานทางเทคนิคที่จำเป็นไว้

ในด้านกระบวนการบริหารจัดการ การนำเข้าสายการผลิตและอุปกรณ์มือสองได้มีการปรับเปลี่ยนจากระบบการตรวจสอบก่อนนำเข้า มาเป็นการตรวจสอบหลังการนำเข้า โดยภาคธุรกิจและองค์กรผู้นำเข้าเพียงจัดเตรียมเอกสารและหนังสือรับรองเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับการดำเนินพิธีการศุลกากร

ทั้งนี้ แม้จะมีการผ่อนคลายเงื่อนไขการนำเข้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเน้นย้ำถึงการบังคับใช้บทลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ฝ่าฝืน โดยธุรกิจที่นำเข้าอุปกรณ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น แจ้งว่านำเข้าเพื่อการวิจัยแต่กลับนำไปใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจถูกบังคับให้ส่งออกอุปกรณ์ทั้งหมดกลับคืน และต้องเผชิญกับบทลงโทษเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด

นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางพัฒนาการเชิงบวกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเวียดนาม โดยในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 กลุ่ม Viettel ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกบนพื้นที่ 27 เฮกตาร์ (168.75 ไร่) ภายในอุทยานเทคโนโลยีชั้นสูง Hoa Lac กรุงฮานอย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มการผลิตในระดับทดลองได้ในปี 2571 ขณะที่ปลายเดือนมกราคม 2569 บริษัท FPT ได้เปิดโรงงานบรรจุและทดสอบชิปในจังหวัดบั๊กนิญ (Bac Ninh) และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปีเดียวกัน

เวียดนามกำลังเร่งสร้างความสมบูรณ์ให้กับห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยปัจจุบันมีทั้งบริษัทออกแบบ โรงงานผลิตชิป ตลอดจนโรงงานบรรจุภัณฑ์และทดสอบที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการเวียดนามเอง เซมิคอนดักเตอร์ถูกจัดเป็นเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของประเทศ และองค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนามในระยะยาว

สค. มองมาตรการเวียดนามเปิดโอกาสลงทุน-ส่งออกของไทย

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) ระบุว่า ปัจจุบัน เวียดนามมีบริษัทออกแบบวงจรรวม (IC) มากกว่า 60 แห่ง และวิศวกรออกแบบราว 7,000 คน สะท้อนว่าประเทศกำลังอยู่ในช่วงวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง การปรับกฎระเบียบให้นำเข้าอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มือสองจึงไม่ใช่เพียงมาตรการเชิงเทคนิค หากเป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก

นโยบายดังกล่าวจะช่วยลดอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมไฮเทค นั่นคือ “ต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น” แทนที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้เงินมหาศาลในการจัดหาอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

การเข้าถึงเครื่องจักรและสายการผลิตมือสองที่ยังได้มาตรฐาน เปิดทางให้ผู้ประกอบการเลือกลงทุนได้สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินและระยะการพัฒนาของธุรกิจ อีกทั้งช่วยย่นระยะเวลาเตรียมโครงการ ทำให้เวียดนามสามารถก้าวเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในขั้นตอนบรรจุภัณฑ์ การทดสอบ และงานวิจัย ซึ่งเป็นจุดที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถต่อยอดได้ทันที

สำหรับภาคธุรกิจไทย นโยบายดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ทั้งในมิติการส่งออกเครื่องจักรและสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มือสองที่ยังมีมูลค่าหลังการอัปเกรดเทคโนโลยี ตลอดจนการขยายการลงทุน การตั้งโรงงาน หรือการร่วมทุนในเวียดนามในภาคอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้สภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้ออำนวยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวนี้อาจพัฒนาไปสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–เวียดนามในห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ในระยะถัดไป



แชร์
เวียดนามเริ่มนำเข้าเครื่องผลิตชิปเซ็ตมือสองลดต้นทุน เปิดโอกาสไทยส่งออก