
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาส่งทหารหลายพันคนไปยังตะวันออกกลางเพิ่ม และกำลังเตรียมการก้าวต่อไปในปฏิบัติการต่อต้าน ตามข้อมูลจากทางการสหรัฐฯ และแหล่งข่าว 3 คนใกล้ชิดกับรัฐบาล
หลังสงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านดำเนินต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่ 3 มีรายงานว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณายกระดับปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งมีแนวทางหลากหลายดังนี้
ตัวเลือกที่กำลังพิจารณากันประกอบไปด้วย การอำนวยความปลอดภัยให้เรือขนส่งน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ต้องอาศัยกองทัพเรือและอากาศเป็นตัวตั้งต้น ซึ่งการรับรองความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซอาจหมายความว่า ต้องเพิ่มกำลังพลบริเวณชายฝั่งอิหร่าน
แหล่งข่าวหลายคนยังบอกตรงกันว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังหารือทางเลือกที่อาจส่งกำลังพลทางบกขึ้นเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำมันส่งออกกว่า 90% ของอิหร่าน แต่แหล่งข่าวคนหนึ่งชี้ว่า ปฏิบัติการเช่นนี้มีความเสี่ยงมาก เนื่องจากเกาะอยู่ในระยะโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารบนเกาะคาร์ก และทรัมป์ยังขู่จะจู่โจมโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารกล่าวว่า เมื่อพิจารณาความสำคัญของเกาะคาร์กต่อเศรษฐกิจอิหร่านแล้ว การเก็บรักษาเกาะนี้ไว้ในสภาพดี น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการทำลายให้ราบคาบ
แหล่งข่าวยังชี้อีกว่า รัฐบาลกำลังหารือส่งกองกำลังทหารขึ้นบกไปรักษาความปลอดภัยคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน
นอกจากนี้ หากทรัมป์จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการส่งกองทหารทางบกไปตะวันออกกลางจริง ก็อาจส่งผลต่อการเมืองภายในประเทศ ทรัมป์และพรรครีพับลิกันอาจเสียคะแนนนิยม ยิ่งเมื่อแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ที่เคยอวดอ้างเอาไว้คือ การหลีกเลี่ยงนำสหรัฐฯ ไปมีส่วนร่วมกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางด้วยแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา ทรัมป์วิพากษ์ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ จากกรณีเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กลับกันตอนนี้ เขาดูเหมือนจะสนใจแนวคิด “รองเท้าบูทเหยียบพื้นดิน” ในอิหร่านมากขึ้นเรื่อย ๆ
แหล่งข่าวเชื่อว่า การส่งพลขึ้นบกจะไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงแผนการโดยละเอียด อย่างไรก็ตาม การส่งกำลังพลไปรักษายูเรเนียมนั้นจะเป็นปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงมาก แม้สำหรับหน่วยปฏิบัติการของกำลังสหรัฐฯ ก็ตาม
ด้านแหล่งข่าวฝ่ายทำเนียบขาวกล่าวว่า ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ว่า จะส่งพลขึ้นบก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เปิดกว้างพิจารณาตัวเลือกทุกแบบ
ส่วนกระทรวงกลาโหมปฏิเสธให้ความเห็นในข้อนี้
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้โจมตีกองเรืออิหร่าน คลังขีปนาวุธ โดรน และยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย ทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายมีมากกว่าการทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่าน แต่ยังรวมถึงการรักษาความปลอดภัยการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และขัดขวางไม่ให้อิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์
อ้างอิงจากเอกสารข้อมูลของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) สหรัฐฯ จู่โจมอิหร่านมากกว่า 7,800 ครั้งตั้งแต่เปิดปฏิบัติการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำลายเรือรบอิหร่านมากกว่า 120 ลำ
ด้านความเสียหาย มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 คน และบาดเจ็บอีก 200 คน โดยไม่ได้เผชิญกับการโจมตีทางตรงจากอิหร่าน
ทว่าแหล่งข่าวรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังสูญเสียกำลังพลจำนวนมากจากการตัดสินใจส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ไปยังกรีซเพื่อซ่อมบำรุงหลังจากเกิดเพลิงไหม้บนเรือ