Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เลเซอร์หรือผ่าตัด? เลือกแนวทางรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดให้เหมาะสม

เลเซอร์หรือผ่าตัด? เลือกแนวทางรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดให้เหมาะสม

18 มี.ค. 69
10:23 น.
แชร์

ภาวะปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสตรีทุกช่วงวัย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตรและในวัยหมดประจำเดือน แม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

นายแพทย์อภิสิทธิ์ สาราลักษณ์ สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ภาวะปัสสาวะเล็ด คือ ภาวะที่ไม่สามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะได้โดยไม่ตั้งใจ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักมาพบแพทย์เมื่ออาการต่าง ๆ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือขณะออกกำลังกาย บางรายหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและสูญเสียความมั่นใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาวะปัสสาวะเล็ดสามารถประเมินและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภาวะปัสสาวะเล็ด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

• ภาวะปัสสาวะเล็ดขณะมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก ซึ่งมักสัมพันธ์กับความอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

• ภาวะปัสสาวะเล็ดจากการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดปัสสาวะเฉียบพลันและกลั้นไม่อยู่

• ภาวะปัสสาวะเล็ดแบบผสมที่มีลักษณะอาการของทั้งสองชนิดร่วมกัน ดังนั้น การวินิจฉัยชนิดของโรคอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

แนวทางการรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดจำเป็นต้องอาศัยการประเมินและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของอาการ รวมถึงปัจจัยสุขภาพของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การปรับพฤติกรรม การควบคุมน้ำหนัก หรือการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความรุนแรงมากขึ้น อาจพิจารณาหัตถการหรือการผ่าตัดเพื่อเสริมการพยุงท่อปัสสาวะ

ปัจจุบัน การรักษาด้วยเลเซอร์ CO2 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อบริเวณผนังช่องคลอดด้านหน้า ซึ่งมีบทบาทในการพยุงท่อปัสสาวะ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน และมีระยะพักฟื้นสั้น อย่างไรก็ตาม การรักษาอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงปัญหาเรื้อรัง และฟื้นคืนคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

แชร์
เลเซอร์หรือผ่าตัด? เลือกแนวทางรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดให้เหมาะสม