Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไข้ ไอ เจ็บคอ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหวัด อาจเป็นโควิด NB.1.8.1

ไข้ ไอ เจ็บคอ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหวัด อาจเป็นโควิด NB.1.8.1

28 พ.ค. 69
11:12 น.
แชร์

โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย จึงไม่ควรแยกโรคจากอาการเพียงอย่างเดียว แม้ยังไม่มีข้อมูลว่าสายพันธุ์นี้ทำให้อาการรุนแรงขึ้น แต่โควิดสายพันธุ์นี้อาจแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้บางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรสังเกตอาการใกล้ชิด หากมีไข้สูง หายใจลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 3–5 วัน ควรรีบพบแพทย์

พญ. วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโควิด-19 กลุ่มโอมิครอน มีรายงานการตรวจพบครั้งแรกในประเทศจีน และแพร่กระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลกในเวลาไม่นาน

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จัดให้ NB.1.8.1 อยู่ในกลุ่ม Variant Under Monitoring (VUM) หรือ “สายพันธุ์ที่ต้องติดตามเฝ้าระวัง” หมายความว่าสายพันธุ์นี้ยังต้องมีการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงหรือต้องตื่นตระหนก

สถานการณ์โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ในประเทศไทย

ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขของไทยพบว่า NB.1.8.1 กลายเป็นหนึ่งในสายพันธุ์หลักที่พบในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนการตรวจพบเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ การระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาลมากขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการรวมกลุ่มในพื้นที่ปิด หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง

อาการโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นอย่างไร

อาการของโควิด NB.1.8.1 ส่วนใหญ่คล้ายกับโควิดสายพันธุ์โอมิครอนก่อนหน้า และมีอาการใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ ทำให้แยกจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

• ไข้ หรือหนาวสั่น

• ไอแห้ง หรือไอต่อเนื่อง

• เจ็บคอ

• น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก

• ปวดศีรษะ

• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

• อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

• การรับรสหรือกลิ่นลดลงในบางราย

อาการที่อาจพบได้ในบางราย

• คลื่นไส้

• ท้องเสีย

• เวียนศีรษะ

• เบื่ออาหาร

• แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่เต็มอิ่ม

พญ. วรินทิพย์ ระบุว่า โควิด NB.1.8.1 อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือโรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย จึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว การตรวจ ATK หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะช่วยยืนยันการติดเชื้อได้แม่นยำกว่า

กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1

แม้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่บางกลุ่มยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการรุนแรงได้มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่

• ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 60 ปีขึ้นไป

• เด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี

• ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต โรคปอดเรื้อรัง หรือโรคอ้วน

• ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

• ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์

การรักษาโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1

การรักษาโควิด NB.1.8.1 ขึ้นอยู่กับอาการ อายุ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ที่มีอาการเล็กน้อยและไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำให้ดูแลตามอาการ เช่น พักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานยาลดไข้ตามคำแนะนำ และแยกตัวเพื่อลดการแพร่เชื้อ

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณายาต้านไวรัส เช่น Paxlovid, Molnupiravir หรือ Remdesivir ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ควรใช้ยาภายใต้การประเมินของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีข้อจำกัดในผู้ที่มีโรคประจำตัว การทำงานของตับ ไต หรืออาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่เดิม

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่

ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ หากมีอาการต่อไปนี้

• ไข้สูงต่อเนื่อง

• หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก

• อาการไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน

• อ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย

• มีโรคประจำตัว หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง

• เด็กเล็กมีอาการซึม หายใจเร็ว กินได้น้อย หรือไข้สูง

วิธีป้องกัน

การป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หรือเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด ควรปฏิบัติดังนี้

• สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดหรือสถานที่แออัด

• ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

• หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นเมื่อมีอาการป่วย

• ตรวจ ATK เมื่อมีอาการหรือมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ

• เปิดหน้าต่างหรือปรับระบบระบายอากาศในพื้นที่ปิด

• รับวัคซีนหรือวัคซีนกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง

หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ในช่วงที่โควิดยังมีการระบาด ควรตรวจ ATK และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูง หายใจลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม

Advertisement

แชร์
ไข้ ไอ เจ็บคอ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหวัด อาจเป็นโควิด NB.1.8.1