Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สาวเงินสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซื้อหุ้นบริษัทไทย อายัดทรัพย์กว่า2.6หมื่นล้าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สาวเงินสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซื้อหุ้นบริษัทไทย อายัดทรัพย์กว่า2.6หมื่นล้าน

27 ต.ค. 69
15:51 น.
แชร์

ตำรวจ ก.ล.ต. และ ปปง. ขยายผลคดีฉ้อโกงและแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมประกาศออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง หลังพบเส้นทางเงินเชื่อมโยงกับการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยผ่านกองทุนต่างประเทศ การตรวจสอบนำไปสู่ข้อกล่าวหาฟอกเงินและอำพรางผู้ถือหุ้น VGI พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายกว่า 26,000 ล้านบาท

ในการแถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวนำเงินจากการฉ้อโกงและสแกมเมอร์เคลื่อนย้ายผ่านบัญชีธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายทอด ก่อนนำกลับมาลงทุนในหุ้นไทย เจ้าหน้าที่จึงติดตามทั้งที่มาของเงิน วิธีเคลื่อนย้าย และบุคคลที่ได้รับประโยชน์ เพื่อดำเนินคดีในข้อกล่าวหาฟอกเงิน

ในส่วนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ก.ล.ต. ตรวจสอบการซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 8,850 ล้านบาท ผ่านกองทุนต่างประเทศสามกลุ่ม พบว่า ผู้ลงทุนทั้งสามรายมีแหล่งเงินทุนร่วมกัน และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน

ก.ล.ต. จึงเห็นว่า ผู้ลงทุนเหล่านี้เข้าข่ายเป็น ผู้กระทำการร่วมกัน และต้องนำหุ้นมานับรวมกัน ซึ่งพบว่าถือเกิน 25% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI แต่ไม่ได้รายงานการได้มาในฐานะกลุ่มเดียวกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามหน้าที่ที่ ก.ล.ต. ระบุ ประเด็นนี้จึงเป็นที่มาของข้อกล่าวหาตามกฎหมายหลักทรัพย์เพิ่มเติมจากการตรวจสอบเรื่องฟอกเงิน

ขณะเดียวกัน ปปง. ได้ติดตามทรัพย์สินของเครือข่ายและยึดอายัดไว้รวมกว่า 26,000 ล้านบาท โดยเป็นหุ้น BCP, VGI และ MFC รวมมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินอื่นประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์และเงินในบัญชี พร้อมดำเนินกระบวนการเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายผ่านการพิจารณาของศาล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่า บริษัทจดทะเบียนทั้งสามแห่งและการดำเนินธุรกิจไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดของเครือข่ายตามที่แถลงครั้งนี้ การยึดอายัดมุ่งไปที่หุ้นซึ่งผู้ต้องหาหรือบริษัทในเครือข่ายถือครอง ส่วนบริษัทจดทะเบียนยังดำเนินธุรกิจและหุ้นยังซื้อขายในตลาดได้ตามปกติ

จากสองคดีฉ้อโกง สู่เส้นทางเงินผ่านกัมพูชาและสิงคโปร์

การสืบสวนเริ่มจากคดีสองส่วน ส่วนแรกเป็นคดีที่กลุ่มผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าหลอกนักธุรกิจชาวลาวให้เข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทย ส่วนที่สองเป็นคดีแก๊งสแกมเมอร์ที่หลอกลวงประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อขยายผล เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาในสองคดีมีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน และมีการนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงประสานกับ ก.ล.ต. และ ปปง. เพื่อตรวจสอบว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปลงทุนอย่างไร และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์

คดีฉ้อโกงและสแกมเมอร์จึงเป็นความผิดมูลฐานที่เจ้าหน้าที่ใช้ขยายผลติดตามทรัพย์สิน โดยการสืบสวนต้องเชื่อมโยงให้ได้ตั้งแต่เงินที่มาจากผู้เสียหาย การโอนข้ามประเทศ ไปจนถึงทรัพย์สินที่เครือข่ายเข้าถือครองในภายหลัง

ตามเส้นทางที่ตำรวจแถลง เงินจากการฉ้อโกงและสแกมเมอร์ถูกโอนเข้าบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา หรือบัญชีธนาคารในกัมพูชา จากนั้นใช้บัญชีเงินฝากในประเทศไทยเป็นทางผ่าน ก่อนโอนต่อไปยังกองทุนในสิงคโปร์ แล้วจึงนำเงินกลับเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย

ในคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ การใช้บัญชีและกองทุนหลายทอดทำให้ต้องตรวจสอบทั้งที่มาของเงินและบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการลงทุน เพราะเมื่อเงินถูกเปลี่ยนเป็นหุ้น ผู้ถือครองก็มีทรัพย์สินในรูปของหลักทรัพย์ ขณะที่ความเชื่อมโยงกับเงินจากคดีต้นทางถูกซ่อนอยู่ในเส้นทางการโอนและโครงสร้างการถือครอง

พฤติการณ์นี้เป็นที่มาของการตรวจสอบข้อกล่าวหาฟอกเงิน ส่วนการเข้าถือหุ้นผ่านกองทุนต่างประเทศยังนำไปสู่คำถามอีกด้านว่า ผู้ลงทุนที่อยู่เบื้องหลังเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และได้ปฏิบัติตามหน้าที่เมื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนครบถ้วนเพียงใด

เปิดชื่อผู้รับหุ้นเพิ่มทุน VGI และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

ก.ล.ต. ระบุว่า ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2567 โดยตรวจสอบการออกหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ที่เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด หรือ Private Placement (PP) จำนวนรวม 5,900 ล้านหุ้น มูลค่า 8,850 ล้านบาท ซึ่งจัดสรรให้ผู้ลงทุนต่างประเทศสามกลุ่ม

เมื่อประสานข้อมูลกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบต่อไปถึง ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง หรือ Ultimate Beneficial Owner (UBO) ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับประโยชน์อยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน โดยคำแถลงระบุความเชื่อมโยงของแต่ละกลุ่มดังนี้

ผู้รับจัดสรรหุ้นตามคำแถลง

จำนวนหุ้นที่ได้รับจัดสรร

ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงตามที่ ก.ล.ต. แถลง

CAI Optimum Fund VCC กองทุนรวมสัญชาติสิงคโปร์ เพื่อ EDH Investment

2,900 ล้านหุ้น

นายยิม เลียก

OPUS Chartered Issuances จากลักเซมเบิร์ก

2,200 ล้านหุ้น

นางสาวแคทรียา

Thai IR

800 ล้านหุ้น

นางสาวสุภารัตน์

รวม

5,900 ล้านหุ้น

สำหรับ OPUS ประเด็นที่ ก.ล.ต. เปิดเผยคือ นางสาวแคทรียาเป็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังการลงทุน ขณะที่กลุ่มซีเอไอฯ เชื่อมโยงกับนายยิม และกลุ่มไทยไออาร์เชื่อมโยงกับนางสาวสุภารัตน์ การตรวจสอบจึงเชื่อมจากชื่อผู้รับจัดสรรหุ้นไปถึงบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการถือหุ้นแต่ละกลุ่ม

ก.ล.ต. ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ลงทุนทั้งสามรายมีแหล่งเงินทุนร่วมกัน และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า นายเบน สมิธ เป็นผู้วางแผนการดำเนินการของกลุ่ม

ข้อค้นพบเรื่องแหล่งเงินทุน บุคคลที่ได้รับประโยชน์ และการวางแผนร่วมกัน เป็นเหตุที่ ก.ล.ต. พิจารณาว่าการถือหุ้นของผู้ลงทุนทั้งสามรายเข้าข่าย ผู้กระทำการร่วมกัน หรือ Acting in Concert และต้องนำจำนวนหุ้นมาพิจารณารวมกัน

ถือหุ้นรวมเกิน 25% แต่ไม่รายงานเป็นกลุ่มและไม่ทำคำเสนอซื้อ

ก.ล.ต. เห็นว่า ความสัมพันธ์ของผู้ลงทุนทั้งสามรายเข้าข่ายผู้กระทำการร่วมกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 7/2552 และเมื่อรวมจำนวนหุ้นของผู้ลงทุนกลุ่มนี้แล้ว พบว่าถือหุ้นเกิน 25% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI

การนับรวมหุ้นเป็นประเด็นสำคัญของคดี เพราะการพิจารณาหน้าที่ตามกฎหมายในกรณีนี้ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงด้วย ก.ล.ต. จึงพิจารณาการถือหุ้นทั้งหมดของกลุ่มร่วมกัน แม้หุ้นจะปรากฏอยู่ภายใต้ชื่อผู้ลงทุนหลายราย

ข้อกล่าวหาตามกฎหมายหลักทรัพย์มีสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือ การรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 โดย ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และมีการรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ

ประเด็นที่สองคือ การไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามมาตรา 247 หรือ Tender Offer หลังจากการถือหุ้นรวมของกลุ่มเข้าข่ายมีหน้าที่ดังกล่าวตามที่ ก.ล.ต. พิจารณา

หน้าที่รายงานช่วยให้ผู้ลงทุนทราบว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมกิจการที่แท้จริง ส่วนการทำคำเสนอซื้อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นขายหุ้นอย่างเป็นธรรมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม ทั้งสองกลไกจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย

ในมุมของ ก.ล.ต. การใช้บุคคล นิติบุคคล หรือกองทุนถือหุ้นแทนโดยมีเจตนาอำพรางเจ้าของที่แท้จริง กระทบต่อการเปิดเผยข้อมูลที่ผู้ลงทุนควรได้รับ และความเชื่อมั่นต่อตลาดทุน

ก.ล.ต. ระบุว่า พฤติการณ์ในคดีนี้เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 รวมถึงเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 281/10 ด้วย โดยได้ส่งความเห็นประกอบการพิจารณาความผิดไปยังพนักงานสอบสวน

ใช้ข้อมูลต่างประเทศเชื่อมกองทุนถึงตัวบุคคล

การสืบสวนคดีนี้อาศัยข้อมูลจากทั้งในและต่างประเทศ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. สืบสวนพฤติการณ์ของเครือข่ายในประเทศ และรวบรวมพยานหลักฐานจากการสอบสวน

ขณะที่ ก.ล.ต. ใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจพหุภาคีของ IOSCO หรือ EMMoU เพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ เนื่องจากกองทุนที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ

ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งเส้นทางเงินข้ามประเทศ โครงสร้างการถือหุ้น และบุคคลที่ได้รับประโยชน์อยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน ก.ล.ต. ระบุว่า หลักฐานเหล่านี้ใช้ประกอบการพิจารณาว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำการร่วมกัน

ในการดำเนินคดี บก.ปอศ. เป็นผู้รับผิดชอบคดีอาญา ส่วน ก.ล.ต. สนับสนุนข้อมูล พยานหลักฐาน และความเห็นเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ แนวทางนี้ทำให้การดำเนินคดีครอบคลุมทั้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายหลักทรัพย์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการสอบสวนเดียวกัน

ก.ล.ต. ระบุว่า การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งเครือข่าย และใช้อำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนได้อย่างเต็มที่ โดยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของบุคคลอื่นเพิ่มเติม

เครือข่ายสี่กลุ่ม ผู้ต้องหาเจ็ดราย และความคืบหน้าการดำเนินคดี

ตามข้อมูลการแถลงข่าว ตำรวจแบ่งผู้ต้องหารวมเจ็ดรายออกเป็นสี่กลุ่มตามบทบาทที่ตรวจพบในการสืบสวน

กลุ่มแรกเป็นผู้วางแผนหลัก โดยตำรวจระบุว่า นายเบนมีหน้าที่วางแผน บริหารจัดการ และจัดสรรเงินไปลงทุน ตามข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเส้นทางการฟอกเงินของเครือข่าย

กลุ่มที่สองเป็นนายทุนและผู้ร่วมกระทำผิด ได้แก่ นายยิมและนายยูจีน โดยตำรวจระบุว่า นายยูจีนเกี่ยวข้องกับการจัดหาแหล่งเงินทุน ส่วนนายยิมถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานในส่วนของสแกมเมอร์ด้วย

กลุ่มที่สามเป็นผู้รับผลประโยชน์แอบแฝง โดยตำรวจระบุว่ามีภรรยาของนายเบนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ความเชื่อมโยงด้านบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่เจ้าหน้าที่นำมาประกอบการตรวจสอบผู้ได้รับประโยชน์จากการลงทุน

กลุ่มที่สี่เป็นผู้ประสานงาน ทำหน้าที่คัดเลือกและจัดหาหุ้นเป้าหมายสำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

ข่าวเผยแพร่ของ ก.ล.ต. ระบุรายชื่อผู้ต้องหา ได้แก่ นายเบน นางสาวแคทรียา นางสาวสุภารัตน์ นายยิม นายยูจีน นายไคปิง และนายณัฐกร โดยสงวนนามสกุลทุกคน

ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวมสี่จุด และยึดหลักฐานหกรายการ เช่น เอกสารเกี่ยวกับกองทุนต่างประเทศ สัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารเกี่ยวกับการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาหกรายหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โดยมีการออกหมายจับ และชี้แจงว่าบุคคลเหล่านี้มีหมายจับในคดีอื่นและมีการดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลไว้แล้ว ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่ยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วนเกี่ยวกับการเข้าบริหารและการเป็นกรรมการ ทั้งนี้ การยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วนดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับการให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา

ข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่แถลงครอบคลุมการฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน การร่วมกันเป็นอั้งยี่ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์และการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ โดย ก.ล.ต. ระบุความผิดตามมาตรา 281/10 ไว้ในการดำเนินการด้วย

อายัดทรัพย์กว่า 26,000 ล้านบาท ก่อนเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองผู้เสียหาย

ปปง. ชี้แจงว่า ได้ออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายแล้ว ห้าคำสั่ง รวมมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ อสังหาริมทรัพย์ และเงินในบัญชี

ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าหุ้นที่เครือข่ายถือครองกว่า 16,000 ล้านบาท ส่วนตัวเลข 8,850 ล้านบาท ที่ปรากฏในกรณี VGI เป็นมูลค่าการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ตัวเลขทั้งสองส่วนจึงอธิบายคนละขอบเขตของคดี

การยึดอายัดทรัพย์สินมีการดำเนินการมาก่อนการแถลงข่าวครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า คำสั่งเกี่ยวกับหุ้นเป็นข่าวสาธารณะมาตั้งแต่ต้นปี 2569 แล้ว ส่วนการแถลงล่าสุดเป็นความคืบหน้าด้านการดำเนินคดีและข้อกล่าวหาต่อบุคคลในเครือข่าย

สำหรับกระบวนการทางศาล ปปง. ระบุว่า มีสำนวนด้านทรัพย์สินอยู่ในชั้นศาลแล้ว สองสำนวน โดยเป็นมาตรการริบทรัพย์สินทางแพ่ง ซึ่งดำเนินแยกจากคดีอาญาที่ตำรวจรับผิดชอบ แม้จะเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ของเครือข่ายเดียวกัน

เป้าหมายของกระบวนการด้านทรัพย์สินคือการติดตามทรัพย์ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย และขอให้ทรัพย์สินส่วนที่เหลือตกเป็นของแผ่นดินตามกระบวนการของศาล

ณ วันที่แถลงข่าว ปปง. อยู่ระหว่างเตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อกำหนดกลุ่มผู้เสียหายและเปิดโอกาสให้ยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองสิทธิ ทั้งผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงและคดีฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย

เมื่อรับคำร้องแล้ว ปปง. จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ศาลพิจารณาว่า ผู้ยื่นคำร้องเป็นผู้เสียหายจากการกระทำผิดของกลุ่มบุคคลดังกล่าวหรือไม่ และมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้เพียงใด การพิจารณาสิทธิและการจัดการทรัพย์สินจึงยังต้องผ่านกระบวนการของศาล

หุ้น BCP, VGI และ MFC ถูกกล่าวถึง เพราะเป็นทรัพย์สินที่เครือข่ายถือครอง

หุ้นที่ ปปง. ระบุว่าอยู่ในทรัพย์สินซึ่งถูกยึดอายัดจากเครือข่าย มีสามบริษัท ได้แก่ BCP, VGI และ MFC โดยการยึดอายัดครอบคลุมหุ้นที่อยู่ในชื่อผู้ต้องหาหรือบริษัทในเครือข่าย

หน่วยงานที่ร่วมแถลงยืนยันว่า บริษัทจดทะเบียนทั้งสามแห่ง รวมถึงผลประกอบการและการดำเนินงานของบริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดของเครือข่ายตามที่แถลงครั้งนี้ การดำเนินการอยู่ที่ผู้ถือครองหุ้นและเส้นทางเงินที่นำมาลงทุน

เจ้าหน้าที่จึงอายัดหุ้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือบริษัทในเครือข่าย ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นยังซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ และหุ้นทั้งสามบริษัทยังซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามปกติด้วย

สำหรับ VGI เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เงินที่บริษัทได้รับจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนยังใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ เนื่องจากมาตรการที่อธิบายในการแถลงเป็นการอายัดหุ้นในมือผู้ถือครอง โดยไม่ได้อายัดเงินของบริษัท

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาตามขอบเขตการดำเนินการคือ ข้อกล่าวหาเรื่องการรายงานการถือหุ้นและการไม่ทำคำเสนอซื้อที่ ก.ล.ต. ชี้แจงครั้งนี้เป็นกรณีหุ้น VGI ส่วนหลักทรัพย์อื่นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ขณะที่การยึดอายัดหุ้นทั้งสามบริษัทเป็นมาตรการด้านทรัพย์สินตามที่ ปปง. แถลง

ในการแถลง ก.ล.ต. ยังกล่าวถึงหุ้นอีกบริษัทหนึ่งที่มีข้อจำกัดการถือครองของต่างชาติรายละไม่เกิน 5% โดยระบุว่า พบการถือหุ้นแทนกันของเครือข่ายรวมเกิน 20% แต่ย้ำว่าการดำเนินการตามมาตรา 246 และมาตรา 247 ที่ชี้แจงครั้งนี้เป็นกรณี VGI ส่วนหลักทรัพย์อื่นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากการดำเนินคดี

ก.ล.ต. ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องอาศัยข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและพยานหลักฐานที่ครบถ้วน เนื่องจากท้ายที่สุดคดีต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาล การตรวจสอบโครงสร้างกองทุนข้ามประเทศจึงต้องทำร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ ควบคู่กับการสอบสวนของตำรวจและการติดตามทรัพย์สินของ ปปง.

ก.ล.ต. ยังระบุว่าจะตรวจสอบบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศเพื่อป้องกันการใช้โครงสร้างถือหุ้นแทนอำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย

จากนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือการนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ผลตรวจสอบบทบาทของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และประกาศเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ตลอดจนผลการพิจารณาของศาลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้

ทั้งนี้ การดำเนินคดียังเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการตามกฎหมาย ผู้ต้องหายังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

แชร์
สาวเงินสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซื้อหุ้นบริษัทไทย อายัดทรัพย์กว่า2.6หมื่นล้าน