Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดสารพัดวิธี ‘รับสินบน’ จากเงินสด-เงินโอน-คริปโทถึงจ่ายหนี้-หางานให้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิดสารพัดวิธี ‘รับสินบน’ จากเงินสด-เงินโอน-คริปโทถึงจ่ายหนี้-หางานให้

27 ต.ค. 69
11:04 น.
แชร์

รถหรูหนึ่งคัน หนี้บ้านที่มีคนจ่ายแทน หรือตำแหน่งงานที่จัดไว้ให้คนในครอบครัว ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่พบได้ในคดีรับสินบน เบื้องหลังสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องส่วนตัวเหล่านี้ คือการใช้อำนาจหน้าที่แลกกับผลตอบแทน ซึ่งอาจส่งผลตั้งแต่การมอบสัญญาทางธุรกิจไปจนถึงการดำเนินคดี

การจ่ายสินบนมีหลายช่องทาง ตั้งแต่เงินสดในซอง การโอนผ่านบัญชีธนาคาร ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ บางกรณีส่งผ่านบริษัท ตัวแทน หรือคนใกล้ชิด ทำให้ชื่อผู้รับเงินในเอกสารอาจไม่ตรงกับผู้ที่ได้รับประโยชน์จริง

การทำความเข้าใจสินบนจึงต้องดูทั้งผลประโยชน์ที่ผู้รับได้รับ ช่องทางส่งมอบ และการใช้อำนาจหน้าที่ที่นำมาแลกเปลี่ยน เพราะเงินที่จ่ายในชื่อ “ค่าที่ปรึกษา” “ค่าคอมมิชชั่น” หรือ “เงินบริจาค” อาจมีจุดประสงค์เพื่อจูงใจให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเอื้อประโยชน์แก่ผู้จ่าย

บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนสำรวจรูปแบบการจ่ายสินบนจากคดีในหลายประเทศ ว่าส่งมอบผลประโยชน์กันอย่างไร แต่ละวิธีมีลักษณะเฉพาะอะไร และทิ้งร่องรอยให้ตรวจสอบได้อย่างไรบ้าง

เงินสด: สินบนสุดคลาสสิก ไร้รายการโอน แต่ยังทิ้งร่องรอย

วิธีจ่ายสินบนวิธีแรกที่ถือได้ว่าเป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุดคือ การจ่ายด้วยเงินสด หรือการส่งมอบธนบัตรให้กันโดยตรง ทำให้ผู้รับสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ทันที โดยไม่มีรายการโอนระหว่างบัญชีของทั้งสองฝ่ายเป็นหลักฐาน 

การตรวจสอบจึงต้องอาศัยพยานบุคคล การติดต่อระหว่างคู่กรณี และหลักฐานการส่งมอบ เพื่อเชื่อมโยงว่าเงินมาจากใคร ใครเป็นผู้รับ และเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่อย่างไร

ตัวอย่างหนึ่งของวิธีนี้คือคดีของโรเบิร์ต เมเนนเดซ (Robert Menendez) อดีตสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 11 ปี เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 หลังคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดทั้ง 16 ข้อหา ในคดีรับสินบนและความผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลอียิปต์

ต่อมา ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ภาคที่ 2 (Second Circuit) รับฟังคำแถลงด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยขณะนี้ยังไม่ปรากฏคำวินิจฉัย และเมเนนเดซยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำระหว่างรอผลอุทธรณ์

ตามคำฟ้องของอัยการสหรัฐฯ การตรวจค้นบ้านของเมเนนเดซเมื่อปี 2565 พบเงินสดมากกว่า 480,000 ดอลลาร์ โดยบางส่วนอยู่ในซอง และบางซองมีลายนิ้วมือของเมเนนเดซหรือผู้ให้สินบน หลักฐานลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า แม้การส่งมอบเงินสดจะไม่มีรายการโอนระหว่างบัญชี ก็ยังอาจมีร่องรอยที่เชื่อมโยงถึงผู้เกี่ยวข้องได้

นอกจากนี้ ยังพบเงินสดอีกกว่า 70,000 ดอลลาร์ในตู้นิรภัยที่ธนาคารของนาดีน ภรรยาของเมเนนเดซ หลักฐานเหล่านี้สะท้อนว่า การส่งมอบเงินสดยังอาจทิ้งร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเชื่อมโยงเงินกลับไปถึงผู้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม การพบเงินสดจำนวนมากเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นสินบน การดำเนินคดีต้องอาศัยหลักฐานประกอบว่า เงินหรือผลประโยชน์นั้นเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือไม่กระทำการตามอำนาจหน้าที่ของผู้รับอย่างไร

เงินโอน: อาจไม่โอนตรงๆ ต้องตามรอยบัญชี สาวถึงผู้รับประโยชน์ตัวจริง

วิธีที่สองคือการจ่ายสินบนผ่านระบบธนาคาร โดยอาจเป็นการโอนเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่โดยตรง หรือผ่านบัญชีของญาติ คนใกล้ชิด ตัวแทน และบริษัทที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบจึงต้องตามต่อให้ได้ว่า ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเงินนั้นจริง

รายการเดินบัญชีช่วยบอกว่าเงินจำนวนเท่าไร โอนเมื่อใด และจากบัญชีใดไปยังบัญชีใด ส่วนเหตุผลเบื้องหลังการจ่ายเงินยังต้องอาศัยหลักฐานอื่นประกอบ เพราะรายการที่ระบุว่าเป็น “ค่าบริการ” “ค่าที่ปรึกษา” หรือ “ค่าคอมมิชชั่น” อาจไม่สะท้อนวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับไทยคือคดีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เมื่อปี 2552 คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสินว่า เจอรัลด์และแพทริเซีย กรีน มีความผิดจากการจ่ายสินบนเพื่อให้ได้สัญญาจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งคู่จ่ายสินบนประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์ ผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศในชื่อบุตรสาวและเพื่อนของอดีตผู้ว่าการ ททท. โดยบันทึกรายจ่ายเหล่านี้เป็น “ค่าคอมมิชชั่นการขาย” 

การใช้เอกสารธุรกิจอำพรางสินบนยังปรากฏในคดีของฮาเวียร์ อากีลาร์ (Javier Aguilar) อดีตเทรดเดอร์พลังงานของ Vitol Inc. บริษัทในสหรัฐฯ ที่อยู่ในกลุ่ม Vitol กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า อากีลาร์และพวกจ่ายสินบนรวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ได้สัญญาน้ำมันและก๊าซมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ โดยใช้สัญญาปลอม ใบแจ้งหนี้ปลอม และบริษัทเปลือกที่จดทะเบียนในกือราเซา ปานามา และหมู่เกาะเคย์แมน เพื่อปกปิดแผนการ

ในส่วนของเม็กซิโก มีการจ่ายสินบนประมาณ 600,000 ดอลลาร์ให้เจ้าหน้าที่ของ PEMEX Procurement International บริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจน้ำมันเม็กซิโก เพื่อให้ Vitol ได้สัญญาจัดหาก๊าซอีเทนแก่ PEMEX

คณะลูกขุนตัดสินว่าอากีลาร์มีความผิดในส่วนการติดสินบนเจ้าหน้าที่เอกวาดอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเขารับสารภาพในส่วนของเม็กซิโกเมื่อเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ต่อมา เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ศาลรัฐบาลกลางในบรุกลินพิพากษาจำคุกเขา 48 เดือน พร้อมสั่งริบทรัพย์ประมาณ 7.13 ล้านดอลลาร์ และปรับอีก 100,000 ดอลลาร์ 

การพิสูจน์สินบนลักษณะนี้จึงต้องตรวจสอบเส้นทางเงินควบคู่กับสัญญา งานที่ทำจริง และการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ การมีรายการโอนและเอกสารประกอบไม่ได้ยืนยันว่าการจ่ายเงินมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับเสมอไป ขณะเดียวกัน การใช้ตัวแทนหรือจ่ายค่าคอมมิชชั่นตามปกติก็ไม่ได้เป็นหลักฐานสินบนในตัวเอง

บิตคอยน์และสเตเบิลคอยน์: สินบนในรูปสินทรัพย์ดิจิทัล

สินบนอาจจ่ายเป็นคริปโทเคอร์เรนซีแทนการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร การตรวจสอบจึงต้องติดตามทั้งเส้นทางธุรกรรมบนเครือข่ายและตัวผู้ควบคุมกระเป๋าดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ว่าสินทรัพย์ถูกส่งไปที่ใด และใครเป็นผู้รับประโยชน์จริง

ตัวอย่างคือคดีของมารัต ทัมบิเยฟ (Marat Tambiyev) อดีตพนักงานสอบสวนรัสเซีย ซึ่งสำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ว่า ถูกศาลพิพากษาจำคุก 16 ปี จากการรับสินบนที่ส่วนใหญ่เป็นบิตคอยน์ โดยสินบนทั้งหมดมีมูลค่าประมาณ 73 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาที่รายงาน ขณะที่ทัมบิเยฟปฏิเสธความผิด 

ต่อมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 สื่อรัสเซีย RBC รายงานว่า ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุก 16 ปี แต่ลดจำนวนเงินที่สั่งให้เรียกเก็บเข้ารัฐจากจำเลยทั้งสอง จากประมาณ 7,000 ล้านรูเบิล เหลือประมาณ 4,500 ล้านรูเบิล โดยยอดดังกล่าวแยกจากโทษปรับ 500 ล้านรูเบิลของทัมบิเยฟ

แม้ที่อยู่บิตคอยน์จะไม่ได้ระบุชื่อบุคคลเหมือนบัญชีธนาคาร แต่ก็มีร่องรอยธุรกรรมให้ตรวจสอบ Bitcoin.org อธิบายว่า สามารถติดตามการเคลื่อนย้ายบิตคอยน์ระหว่างที่อยู่ต่าง ๆ บนบล็อกเชนสาธารณะได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องอาศัยหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อระบุว่าใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมที่อยู่เหล่านั้น การตามเส้นทางสินทรัพย์ได้จึงไม่ได้หมายความว่าจะรู้ตัวผู้รับได้ทันที 

นอกจากบิตคอยน์ ข้อมูลในปี 2569 ยังสะท้อนบทบาทของ สเตเบิลคอยน์ ในกิจกรรมผิดกฎหมาย สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้มีกลไกที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าโดยอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะคงที่เสมอไป

รายงานของ FATF ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 อ้างข้อมูลจาก Chainalysis ว่า สเตเบิลคอยน์คิดเป็น 84% ของมูลค่าธุรกรรมสินทรัพย์เสมือนที่ผิดกฎหมายในปี 2568 ส่วนรายงานอัปเดตเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า ผู้กระทำผิดใช้สเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้น และกิจกรรมผิดกฎหมายบนบล็อกเชนที่ตรวจพบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์กลุ่มนี้ 

อย่างไรก็ตาม สถิตินี้ครอบคลุมอาชญากรรมคริปโทหลายประเภท ไม่ได้หมายความว่า 84% ของการจ่ายสินบนใช้สเตเบิลคอยน์ หรือ 84% ของธุรกรรมคริปโททั้งหมดผิดกฎหมาย จึงยังใช้สรุปไม่ได้ว่าการรับสินบนส่วนใหญ่เปลี่ยนจากเงินสดหรือเงินโอนมาเป็นคริปโทแล้ว

ทรัพย์สิน: ทองคำ รถหรู และดีลบ้านแฝงสินบน

นอกจากเงิน สินบนอาจอยู่ในรูปทรัพย์สินที่ผู้รับนำไปครอบครองหรือใช้ประโยชน์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องรับเงินไปซื้อเอง ตัวอย่างคือคดีเมเนนเดซ ซึ่งนอกจากเงินสดแล้ว ยังมีการให้สินบนเป็นทองคำแท่ง รถยนต์เปิดประทุนหรู และเครื่องเรือน โดยการตรวจค้นบ้านพบทองคำมูลค่ากว่า 100,000 ดอลลาร์ 

คดีนี้สะท้อนว่า การให้สินบนในคดีเดียวอาจมีทั้งเงินสดและทรัพย์สิน หากพิจารณาเฉพาะเงินสด ก็อาจมองไม่เห็นผลประโยชน์ทั้งหมดที่ผู้เกี่ยวข้องได้รับ

นอกจากการมอบทรัพย์สินให้โดยตรง สินบนยังอาจแฝงอยู่ในเงื่อนไขการซื้อขาย เช่น คดีของแรนดัลล์ คันนิงแฮม (Randall Cunningham) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เมื่อปี 2549 ระบุว่า ผู้รับเหมาด้านการทหารซื้อบ้านของเขาในราคาสูงเกินจริง โดยการซื้อบ้านครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการให้สินบน

รายได้จากการขายทรัพย์สินจึงอาจมีสินบนแฝงอยู่ด้วย การตรวจสอบต้องดูว่าราคาซื้อขายสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินหรือไม่ พร้อมพิจารณาหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการใช้อำนาจหน้าที่ เพราะการมีสัญญาซื้อขายรองรับเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นธุรกรรมตามปกติ

ผลประโยชน์ทางอ้อม: จ่ายหนี้ จัดหางาน แลกการใช้อำนาจ

สินบนยังอาจอยู่ในรูปการออกค่าใช้จ่ายให้ แม้เงินจะส่งตรงไปยังเจ้าหนี้หรือผู้ให้บริการ แต่ผู้รับหรือครอบครัวก็ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายนั้นเอง

ในคดีเมเนนเดซ สินบนรวมถึงการจ่ายหนี้บ้านให้นาดีน ภรรยาของเขา และการจ่ายค่าตอบแทนจากงานที่เธอแทบไม่ต้องไปทำหรือไม่ได้ทำจริง โดยนาดีน เมเนนเดซ ถูกพิพากษาจำคุก 54 เดือน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 จากบทบาทในแผนรับสินบนและความผิดที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนคดีคันนิงแฮม เอกสารของอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้รับเหมาอีกรายชำระหนี้จำนองบ้านหลังใหม่ให้เขาจนหมด นอกจากนี้ ยังมีผลประโยชน์อื่น ทั้งการซื้อและดูแลเรือยอชต์กับรถโรลส์-รอยซ์ ค่าเครื่องประดับและเครื่องเรือน ค่าเดินทางและโรงแรม ตลอดจนค่าจัดงานเลี้ยงจบการศึกษาให้บุตรสาว สะท้อนว่าสินบนอาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของทั้งผู้มีอำนาจและครอบครัว

สำหรับตำแหน่งงาน ผลประโยชน์ที่ใช้แลกเปลี่ยนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานที่รับเงินโดยไม่ต้องทำงานจริง โอกาสทำงานหรือฝึกงานก็อาจถูกใช้เป็นสิ่งตอบแทนได้ เช่น ในข้อตกลงยุติคดี JPMorgan เมื่อปี 2559 SEC สหรัฐฯ ระบุว่า ธนาคารให้ตำแหน่งงานและโอกาสฝึกงานแก่ญาติและเพื่อนของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้ธุรกิจใหม่หรือรักษาธุรกิจที่มีอยู่ โดยข้ามขั้นตอนการรับบุคลากรตามปกติของบริษัท 

อย่างไรก็ตาม การที่ญาติของเจ้าหน้าที่ได้รับงานเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีการให้สินบน การตรวจสอบต้องดูว่าเหตุใดจึงรับบุคคลนั้นเข้าทำงาน และตำแหน่งงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแลกกับการใช้อำนาจหน้าที่หรือไม่

หลักเดียวกันนี้ใช้กับเงินที่เรียกว่า “เงินบริจาค” หรือ “เงินช่วยพัฒนาโรงเรียน” ซึ่งต้องพิจารณาว่าจ่ายเพื่ออะไร เมื่อเดือนมีนาคม 2566 เลขาธิการ ป.ป.ช. เคยระบุว่า “แป๊ะเจี๊ยะ” หรือเงินที่ผู้ปกครองจ่ายเพื่อแลกที่นั่งเรียน ถือเป็นสินบนรูปแบบหนึ่ง พร้อมเสนอให้ สพฐ. ทบทวนการรับนักเรียนกรณีเงื่อนไขพิเศษ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญของปัญหา ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเงินนั้นใช้แลกกับการใช้อำนาจตัดสินใจหรือไม่ มากกว่าชื่อที่ใช้เรียกเงินนั้น

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ได้รับเงินหรือผลประโยชน์โดยตรงอาจเป็นคนละคนกับผู้ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ การตรวจสอบจึงต้องตามให้ถึงผลประโยชน์ที่ตกแก่ครอบครัว คนใกล้ชิด หรือหน่วยงานอื่นด้วย

ของขวัญหรือสินบน ต้องดูความเชื่อมโยงกับหน้าที่

เมื่อผลประโยชน์มีได้หลายรูปแบบ การพิจารณาว่าของขวัญ การเลี้ยงรับรอง หรือความช่วยเหลือใดเป็นสินบน จึงต้องดูทั้งข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิด โดยเฉพาะว่าผลประโยชน์นั้นเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่งอย่างไร

ขณะเดียวกัน แม้การรับผลประโยชน์จะยังไม่เข้าข่ายสินบน ก็อาจฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินของเจ้าพนักงานของรัฐได้ จึงต้องแยกพิจารณาความผิดทั้งสองเรื่องนี้ด้วย

สำหรับประเทศไทย เกณฑ์ 3,000 บาทต่อบุคคลต่อโอกาส ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ. 2563 นั้น เป็นเงื่อนไขหนึ่งของข้อยกเว้นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาจากผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่วงเงินที่กฎหมายอนุญาตให้รับสินบนได้ ดังนั้น การรับสินบนที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3,000 บาทจึงไม่ได้รับยกเว้นจากความผิด

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมการ “เรียก” และ “ยอมจะรับ” ผลประโยชน์โดยมิชอบเพื่อแลกกับการกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่ง หากครบองค์ประกอบความผิด ก็อาจเป็นความผิดได้แม้ยังไม่มีการส่งมอบเงินหรือทรัพย์สิน และการเรียกผลประโยชน์นั้นว่า “สินน้ำใจ” “ของขวัญ” หรือ “ค่าขอบคุณ” ก็ไม่ได้เปลี่ยนสาระของการกระทำ

ฟอกเงิน: เมื่อสินบนเปลี่ยนรูป เพื่อปกปิดที่มา

อีกประเด็นหนึ่งคือการฟอกเงิน เพราะหลังการรับผลประโยชน์ เงินหรือทรัพย์อาจถูกนำไปใช้จ่าย ซื้อทรัพย์สินอื่น หรือทำธุรกรรมต่อ เมื่อมีการตรวจยึดบ้าน รถยนต์ ทองคำ หรือคริปโทในคดีทุจริต จึงต้องแยกว่าสิ่งที่พบเป็นสินบนที่รับมาโดยตรง หรือเป็นทรัพย์ที่ซื้อภายหลังด้วยเงินจากการทุจริต

การรับสินบนเป็นเงินแล้วนำไปซื้อทอง กับการรับทองเป็นสินบนโดยตรง อาจทำให้พบทรัพย์ชนิดเดียวกัน แต่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับผลประโยชน์ต่างกัน 

หากมีการทำธุรกรรมเพื่อปกปิดว่าเงินหรือทรัพย์มาจากอาชญากรรม ก็อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่ง FATF อธิบายว่าเป็นกระบวนการปกปิดแหล่งที่มาจากการกระทำผิด และมีความเชื่อมโยงกับการทุจริต 

การตรวจสอบสินบนจึงต้องตามให้ครบตั้งแต่ผู้ให้ สิ่งที่ส่งมอบ ผู้ได้รับประโยชน์จริง ไปจนถึงการใช้อำนาจที่นำมาแลกเปลี่ยน เพราะรูปแบบการจ่ายบอกได้ว่าผลประโยชน์เคลื่อนย้ายอย่างไร ส่วนหลักฐานที่เชื่อมผลประโยชน์นั้นเข้ากับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ คือสิ่งที่ใช้พิจารณาว่าเกิดการรับสินบนหรือไม่


อ้างอิง: กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (โรเบิร์ต เมเนนเดซ), Courthouse News, กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (คดีกรีน), กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (ฮาเวียร์ อากีลาร์), Morrison Foerster, Reuters, RBC, Bitcoin.org, FATF (รายงานสเตเบิลคอยน์ มี.ค. 2569), FATF (Targeted Update ก.ค. 2569), กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (นาดีน เมเนนเดซ), กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (แรนดัลล์ คันนิงแฮม), SEC, ฐานเศรษฐกิจ, กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร, สำนักงาน ป.ป.ช., ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, FATF (การฟอกเงิน)

แชร์
เปิดสารพัดวิธี ‘รับสินบน’ จากเงินสด-เงินโอน-คริปโทถึงจ่ายหนี้-หางานให้