Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ก.ล.ต.ไฟเขียว Crypto ETF มีผล 16 ต.ค. 69 สรุปสาระสำคัญที่ควรรู้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ก.ล.ต.ไฟเขียว Crypto ETF มีผล 16 ต.ค. 69 สรุปสาระสำคัญที่ควรรู้

12 ต.ค. 69
17:54 น.
แชร์

ตลาดทุนไทยกำลังจะมีทางเลือกการลงทุนใหม่ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและกำกับดูแลกองทุน Crypto ETF ในประเทศไทย รวมถึงการปรับเกณฑ์ด้านการบริหารจัดการและการดูแลทรัพย์สินของกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยประกาศที่เกี่ยวข้องรวม 11 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

หลักเกณฑ์ใหม่นี้เปิดทางให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีผ่านกองทุน ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการลงทุนตามความเคลื่อนไหวของราคาคริปโทฯ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเหรียญและเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง โดยในระยะแรก กองทุนจะลงทุนได้เฉพาะ Bitcoin และ Ethereum

การเปิดทางให้ Crypto ETF เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นอีกมูฟเมนต์สำคัญของตลาดทุนไทย นอกจากเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่แล้ว ยังเป็นการเชื่อมโยงตลาดทุนเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทจัดการกองทุนและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในระบบนิเวศการลงทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มีเงื่อนไขและความเสี่ยงเฉพาะที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ SPOTLIGHT จึงชวนทำความเข้าใจประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้

Crypto ETF คืออะไร ต่างจากซื้อเหรียญอย่างไร

Crypto ETF (Cryptocurrency Exchange-Traded Fund) คือ กองทุนที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และนำหน่วยลงทุนมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่กองทุนลงทุน นักลงทุนสามารถซื้อขายหน่วย ETF เพื่อรับผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคาคริปโทฯ ผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องซื้อเหรียญจริงหรือดูแล private key ด้วยตนเอง

การลงทุนใน Crypto ETF จะมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทำหน้าที่บริหารกองทุน และมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตทำหน้าที่เก็บรักษาสินทรัพย์ ขณะที่ผู้ลงทุนซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ แทนการซื้อขายเหรียญผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การลงทุนผ่านกองทุนไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงด้านราคาหายไป เพราะมูลค่าหน่วยลงทุนยังผันผวนตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่กองทุนถือครอง

สรุปสาระสำคัญ ก.ล.ต.วางเกณฑ์ Crypto ETF อย่างไร

ก.ล.ต. ออกประกาศที่เกี่ยวข้อง 11 ฉบับ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมหลักเกณฑ์การจัดตั้ง Crypto ETF การมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม และการขึ้นทะเบียนผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Crypto ETF โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. หลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง Crypto ETF

Crypto ETF ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับ ETF ทั่วไป รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดย ก.ล.ต. กำหนดหลักการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ดังนี้

  • ความพร้อมของ บลจ. : บลจ. ที่ประสงค์จัดตั้ง Crypto ETF ต้องแสดงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นระบบ
  • นโยบายและรูปแบบการลงทุน : Crypto ETF ต้องจัดตั้งและบริหารในรูปแบบ passive management โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวตามราคาคริปโทฯ ที่กองทุนลงทุน และต้องมี crypto net exposure ในคริปโทฯ สกุลใดสกุลหนึ่งโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทั้งนี้ ในระยะแรก ก.ล.ต. จะกำหนดให้ลงทุนได้เฉพาะ Bitcoin และ Ethereum โดยพิจารณาจากสภาพคล่อง การยอมรับเป็นการทั่วไป ความปลอดภัยของเครือข่าย และความเหมาะสมด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน
  • การเก็บรักษาทรัพย์สิน : Crypto ETF ต้องเก็บรักษาทรัพย์สินไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เท่านั้น
  • ช่องทางซื้อขายและการคุ้มครองผู้ลงทุน : Crypto ETF จะจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ โดยต้องมีมาตรการให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ รวมถึงกลไกให้ผู้ลงทุนยืนยันว่าได้รับทราบและเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ดิจิทัล และพิจารณาการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ไม่สามารถให้บริการกู้ยืมเงิน (margin loan) เพื่อซื้อ Crypto ETF ได้
  • การเปิดเผยข้อมูล : บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะ โครงสร้าง กลไกการลงทุน ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงเฉพาะของ Crypto ETF

2. หลักเกณฑ์การมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม

ผู้รับดำเนินการจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวมต้องเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Fund Manager) เพื่อให้ผู้รับดำเนินการมีความเหมาะสมและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับลักษณะของทรัพย์สิน

3. หลักเกณฑ์ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Crypto ETF

ผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียน เปิดให้ DA custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงาน สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Crypto ETF ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

คุณสมบัติและขอบเขตการทำหน้าที่ ผู้ดูแลผลประโยชน์กลุ่มนี้จะทำหน้าที่ได้เฉพาะ Crypto ETF และต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมตามที่กำหนด เช่น ฐานะการเงิน บุคลากร และระบบงาน รวมถึงต้องรักษาคุณสมบัติดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่

การเก็บรักษาสินทรัพย์ ผู้ดูแลผลประโยชน์สามารถแต่งตั้งตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สินได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน แต่การเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือผ่านตัวแทน ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีใบอนุญาต DA Custodian

ผู้รับฝากสินทรัพย์ต่างประเทศ ในอนาคต ก.ล.ต. อาจพิจารณาอนุญาตให้ใช้บริการ DA Custodian ต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามกำหนด หากเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมกับสภาวการณ์

4. กองทุนไทยลงทุนใน Crypto ETF ไทยได้

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถลงทุนใน Crypto ETF ที่จัดตั้งในประเทศไทยได้ จากเดิมที่ลงทุนได้เฉพาะ Crypto ETF ต่างประเทศ โดยยังอยู่ภายใต้อัตราส่วนการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปัจจุบัน

5. ระยะแรกยังจำกัดผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิง Crypto ETF ต่างประเทศ

เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Crypto ETF และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย ในระยะแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตให้ออก จัดตั้ง หรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับ Crypto ETF ต่างประเทศ เช่น ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิง Crypto ETF รวมถึงไม่อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์พาลูกค้าที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษไปลงทุนใน Crypto ETF ต่างประเทศ

เกณฑ์ใหม่เปลี่ยนอะไรให้นักลงทุนไทย

การเปิดทางให้จัดตั้ง Crypto ETF ในไทย ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุน Bitcoin และ Ethereum ผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องซื้อเหรียญจริงหรือเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง เพียงซื้อหน่วยลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นหรือ ETF ทั่วไป

อีกด้านหนึ่ง การลงทุนผ่านกองทุนหมายถึงมี บลจ. ทำหน้าที่บริหารกองทุน และมีผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตดูแลการเก็บรักษาสินทรัพย์ โดย ก.ล.ต. กำหนดให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงห้ามบริษัทหลักทรัพย์ให้กู้เงินเพื่อซื้อ Crypto ETF

อย่างไรก็ตาม การลงทุนผ่านกองทุนที่มีมาตรการเหล่านี้กำกับ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนหรือป้องกันความผันผวนของราคาสินทรัพย์อ้างอิง ผู้ลงทุนจึงยังต้องพิจารณาความเสี่ยงและสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับพอร์ตของตนเอง

เปิดทาง Crypto ETF ไทย สร้างโอกาสให้ใครบ้าง

การเปิดทางให้จัดตั้ง Crypto ETF ในประเทศไทยไม่ได้เพิ่มทางเลือกให้เฉพาะนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ทั้ง บลจ. ที่สามารถจัดตั้งและบริหารกองทุน ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการทำหน้าที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน

ขณะเดียวกัน การที่กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถลงทุนใน Crypto ETF ที่จัดตั้งในประเทศไทยได้ ยังช่วยเพิ่มช่องทางให้กองทุนประเภทต่าง ๆ เข้าถึงสินทรัพย์นี้ ภายใต้เพดานการลงทุนที่กำหนดอยู่แล้ว

มีผล 16 ต.ค. นี้ แต่ยังไม่ใช่วันเริ่มซื้อขาย

แม้หลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ลงทุนจะสามารถซื้อขาย Crypto ETF ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เพราะ บลจ.ที่ต้องการจัดตั้งกองทุนยังต้องดำเนินการตามเงื่อนไขและผ่านกระบวนการอนุมัติที่เกี่ยวข้องก่อน

อ้างอิง : ก.ล.ต., InnovestX

แชร์
ก.ล.ต.ไฟเขียว Crypto ETF มีผล 16 ต.ค. 69 สรุปสาระสำคัญที่ควรรู้