Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ส่องหุ้น AI ที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก 2 บริษัทญี่ปุ่นที่กุมชะตาชิปโลก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ส่องหุ้น AI ที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก 2 บริษัทญี่ปุ่นที่กุมชะตาชิปโลก

7 มิ.ย. 69
07:00 น.
แชร์

การลงทุนและการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลักดันให้หุ้นที่เกี่ยวข้องพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่กลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนทั่วโลก หลายบริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนบางส่วนถูกมองว่าราคาสะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคตไปมากแล้ว

คำถามที่นักลงทุนอยากรู้ คือ ในวันที่หุ้น AI ยอดนิยมหลายตัวราคาพุ่งขึ้นไปไกล ยังพอมีหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์เดียวกันแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและมีราคาที่น่าสนใจเหลืออยู่ไหม

SPOTLIGHT ได้รับคำตอบจาก ชยนนท์ รักกาญจนันท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Finnomena Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Finnomena Funds ผ่านรายการ SPOTLIGHT Biz Talk ว่า “ยังมี” พร้อมชี้เป้าให้เป็น 2 บริษัทจากญี่ปุ่น นั่นคือ แอดเวนเทสต์ คอร์ปอเรชัน (Advantest Corporation) และโตเกียว อิเล็กตรอน (Tokyo Electron)

แม้ชื่อของทั้งสองบริษัทอาจไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักลงทุนทั่วไปในไทยมากอย่าง NVIDIA, TSMC หรือ ASML แต่ทั้งคู่ต่างเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก และได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI

เมื่อมีผู้รู้ชี้เป้าอย่างนี้แล้ว SPOTLIGHT ขอชวนไปทำความรู้จัก Advantest และ Tokyo Electron ให้มากขึ้น ว่าทั้งสองบริษัททำธุรกิจอะไร มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน AI อย่างไร และนักวิเคราะห์มองแนวโน้มการเติบโตของทั้งสองบริษัทไว้อย่างไรบ้าง

Advantest ผู้ตรวจคุณภาพชิปอันดับ 1 ของโลก

Advantest อาจไม่ใช่ชื่อที่คนทั่วไปรู้จักมากนัก แต่บริษัทญี่ปุ่นอายุ 72 ปีแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทาน AI

Advantest เป็นผู้ผลิตเครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์อัตโนมัติ หรือ Automated Test Equipment (ATE) ซึ่งใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพและความถูกต้องของชิปก่อนส่งมอบให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น GPU สำหรับศูนย์ข้อมูล AI, CPU, AI Accelerator หรือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ทุกชิปล้วนต้องผ่านกระบวนการทดสอบก่อนออกจากโรงงาน

ถ้าเปรียบเทียบห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิปอย่าง TSMC คือโรงงานประกอบ ส่วน Advantest คือผู้รับผิดชอบการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้ายก่อนส่งมอบรถให้ลูกค้า

บทบาทนี้มีความสำคัญมากในยุค AI เพราะชิปแต่ละตัวมีความซับซ้อนสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด GPU รุ่นล่าสุดของ NVIDIA มีทรานซิสเตอร์หลายแสนล้านตัว และเชื่อมต่อกับหน่วยความจำ HBM หลายชุดผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง CoWoS Packaging ของ TSMC หากมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ชิปที่มีมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์ไม่สามารถใช้งานได้

เมื่อชิปมีความซับซ้อนมากขึ้น เวลาที่ใช้ในการทดสอบก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากเดิมที่การทดสอบเป็นเพียงต้นทุนปลายน้ำ ก็กลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการผลิต หากมองโลก AI เป็นเหมืองทอง Advantest ก็เป็นผู้ขายเครื่องตรวจสอบคุณภาพทองคำก่อนออกสู่ตลาด และยิ่งทองคำมีมูลค่าสูงขึ้นเท่าไร กระบวนการตรวจสอบก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

มุมมองนักวิเคราะห์ต่อหุ้น Advantest

นักวิเคราะห์มองว่า Advantest อยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จาก AI อย่างมีคุณภาพ เพราะ Advantest ไม่ได้พึ่งพาผู้ผลิตชิปรายใดรายหนึ่ง แต่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม ไม่ว่าผู้ชนะจะเป็น NVIDIA, AMD, Broadcom หรือบริษัทใดก็ตาม ชิปเหล่านั้นก็ล้วนต้องผ่านการทดสอบก่อนนำไปใช้

อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญ คือ การเติบโตของ HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ถูกใช้ควบคู่กับ GPU สำหรับ AI นั้นมีความซับซ้อนในการทดสอบสูงกว่าหน่วยความจำแบบดั้งเดิม ทำให้ Advantest ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของตลาดนี้

ความกังวลของนักวิเคราะห์ไม่ได้อยู่ที่แนวโน้มธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของมูลค่าหุ้นมากกว่า โดยมีการถกเถียงกันว่า ราคาหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้วหรือไม่

สำหรับคำแนะนำการลงทุน ข้อมูล analyst consensus หรือความเห็นโดยรวมของนักวิเคราะห์ที่ WSJ Markets รวบรวมไว้ล่าสุดแนะนำ overweight (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) หุ้น Advantest โดยมี 12 รายแนะนำ buy (ซื้อ) 5 รายแนะนำ overweight และ 4 รายแนะนำ hold (ถือ)

ขณะที่ analyst consensus ที่ Investing.com รวบรวมไว้ล่าสุดแนะนำ buy (ซื้อ) หุ้น Advantest โดยมี 16 รายแนะนำ buy (ซื้อ) และ 4 รายแนะนำ hold (ถือ) ราคาเป้าหมายเฉลี่ยในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 32,795 เยน สูงกว่าราคาปัจจุบันราว 22.5%

Tokyo Electron ผู้สร้างเครื่องจักรให้โรงงานผลิตชิปทั่วโลก

Tokyo Electron หรือ TEL บริษัทญี่ปุ่นอายุ 63 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่น

การผลิตชิปทุกตัวเริ่มต้นจากแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน ก่อนจะผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนหลายร้อยขั้นตอน ตั้งแต่การเคลือบฟิล์ม การกัดลายวงจร การทำความสะอาด ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างระดับนาโนเมตร ซึ่งเครื่องจักรของ Tokyo Electron เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนสำคัญเหล่านี้

ลูกค้าของ Tokyo Electron คือผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น TSMC, Samsung Electronics, Micron และ SK Hynix ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นสำคัญในระบบนิเวศ AI

ธุรกิจของ Tokyo Electron ได้ประโยชน์จากการลงทุนสร้างกำลังการผลิตใหม่ทั่วโลก เมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้น บริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งสั่งซื้อ GPU และหน่วยความจำ HBM ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปต้องขยายกำลังการผลิตตามไปด้วย การขยายโรงงานเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตลาดที่ Tokyo Electron เข้าไปมีบทบาทโดยตรง

นอกจากรายได้จากการขายเครื่องจักรแล้ว Tokyo Electron ยังมีรายได้ต่อเนื่องจากบริการหลังการขายทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ประจำที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงอีกด้วย

หากสงสัยว่า Tokyo Electron เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ASML หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะแม้ทั้งสองเป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรผลิตชิปเหมือนกัน แต่เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในคนละกระบวนการ ในการผลิตชิปจำเป็นต้องใช้ทั้งเครื่องจักรของ Tokyo Electron และ ASML ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงมักจัดทั้ง ASML และ Tokyo Electron อยู่ในกลุ่ม ‘AI Infrastructure Winners’ ร่วมกัน

มุมมองนักวิเคราะห์ต่อหุ้น Tokyo Electron

ดีมานด์ HBM เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักวิเคราะห์จับตามอง เพราะหน่วยความจำชนิดนี้ต้องใช้กระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าชิปหน่วยความจำทั่วไป ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องลงทุนในอุปกรณ์ใหม่จำนวนมาก

ในอีกทางหนึ่ง การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงนโยบายสนับสนุนการผลิตชิปในหลายประเทศ ยังทำให้เกิดการลงทุนสร้างโรงงานใหม่จำนวนมากในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ซึ่งเป็นอีกแรงหนุนต่อผู้ผลิตอุปกรณ์อย่าง Tokyo Electron

จุดแข็งสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักชื่นชอบ Tokyo Electron คือ สถานะการแข่งขันของบริษัท ในตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์โลก มีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ทำให้ตลาดมีลักษณะกึ่งผูกขาด และมีอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมสูงมาก

มุมมองนักวิเคราะห์ยังเป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ Tokyo Electron เนื่องจากคาดว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และตลาดอุปกรณ์ผลิตชิปทั่วโลกยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการ GPU และ HBM อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ Advantest ประเด็นที่นักวิเคราะห์ถกเถียงกันอยู่ คือ มูลค่าหุ้นในปัจจุบันอาจจะสูงเกินไปแล้วหรือไม่

ทั้งนี้ ราคาหุ้น Tokyo Electron พุ่งขึ้นมาแล้ว 33.13% ในช่วง 1 เดือน และ 175.81% ในช่วง 1 ปี

สำหรับคำแนะนำการลงทุน ขณะที่ analyst consensus ที่ Investing.com รวบรวมไว้ล่าสุดแนะนำ buy (ซื้อ) หุ้น Tokyo Electronโดยมี 17 รายแนะนำ buy (ซื้อ) และ 5 รายแนะนำ hold (ถือ) แต่ราคาป้าหมายเฉลี่ยในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 54,391.8 เยน ต่ำกว่าราคาปัจจุบันราว 8.53%

.

อ้างอิง : InnovestX [1], InnovestX [2], Advantest, TEL, WSJ, Investing.com [1], Investing.com [2]

แชร์
ส่องหุ้น AI ที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก 2 บริษัทญี่ปุ่นที่กุมชะตาชิปโลก