
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ของ SK Hynix และ Samsung Electronics สะท้อนทิศทางเดียวกันว่า แรงส่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อตลาดชิปหน่วยความจำ (memory chip) ยังไม่แผ่ว การเดินหน้าขยายการลงทุนศูนย์ข้อมูล (data center) และเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI server) ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ความต้องการ memory เพิ่มขึ้น และทำให้ตลาดยังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำไรของสองบริษัทที่เติบโตหลายเท่าตัวเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของตลาด memory ทั้งด้านความต้องการ ราคา และการแข่งขัน เมื่อผู้ผลิตต้องรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายกำลังผลิต ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ต่างเร่งวางแผนจัดหา memory เพื่อรองรับการลงทุน AI และตลาดก็เริ่มจับตาว่าแรงส่งดังกล่าวจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ไปในทิศทางไหน
SK Hynix รายงานรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 79.32 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 257% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (operating profit) พุ่งขึ้น 557% มาอยู่ที่ 60.54 ล้านล้านวอน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้เพิ่มขึ้น 51% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 61%
แม้เป็นตัวเลขการเติบโตในระดับสูง แต่ยังไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของตลาดได้เต็มที่ เนื่องจากรายได้ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 84 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาดที่ 64 ล้านล้านวอน ส่งผลให้หุ้น SK Hynix ร่วงแรงหลังประกาศผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม หากมองตัวเลขพื้นฐานของธุรกิจโดยไม่เทียบกับประมาณการ จะเห็นว่าผลประกอบการยังสะท้อนตลาด memory ที่แข็งแกร่งอย่างมาก โดยรายได้ครึ่งปีแรกของ SK Hynix ทะลุ 100 ล้านล้านวอนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI (AI infrastructure) ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI server ช่วยผลักดันราคา โดย SK ระบุว่า ทั้ง DRAM และ NAND มีราคาปรับขึ้นจากไตรมาสก่อน และสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 83%
ข้อมูลจาก Samsung Electronics ที่ประกาศงบฯ ออกมาหลัง SK ไม่กี่วัน ยิ่งช่วยยืนยันแรงส่งของตลาด โดย Samsung มีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 171.5 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 130% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 89.5 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นมากถึง 1,814% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย
Samsung ระบุว่า AI server เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันธุรกิจ memory จนยอดขายทั้ง DRAM และ NAND ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดไม่ได้ต้องการแค่ชิปสำหรับ AI accelerator เท่านั้น แต่ความต้องการ memory ที่ใช้รองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ก็เพิ่มขึ้นด้วย
Samsung คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี ความต้องการ memory จะยังแข็งแกร่ง โดยมี server เป็นศูนย์กลางของตลาด และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นให้ความต้องการ server DRAM, enterprise SSD และ HBM เพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น Samsung ยังมองเห็นการเติบโตของคอมพิวเตอร์ใช้งานทั่วไป (general-purpose computing) ควบคู่กับ AI ด้วย โดยเฉพาะเมื่อการใช้งาน AI แบบ agentic AI ขยายตัว ซึ่งทำให้ความต้องกำลังการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกชั้น
ผลประกอบการของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำเบอร์หนึ่งและสองของโลกกำลังสะท้อนว่า แรงส่งจาก AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory หรือ HBM) แต่กำลังขยายไปยัง memory หลายประเภทที่ใช้ในระบบ AI
SK Hynix เดินหน้าเพิ่มยอดขาย HBM4 ซึ่งเริ่มส่งมอบในไตรมาส 2 และเตรียมเพิ่มกำลังผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมระบุว่า ได้ส่งตัวอย่าง HBM4E ให้ลูกค้าแล้วในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ฝั่ง NAND บริษัทก็กำลังเร่งเปลี่ยนไปใช้กระบวนการผลิตขั้นสูง โดยชิป 321-layer มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของการผลิต และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็นราว 50% ของกำลังผลิตในประเทศภายในสิ้นปี
ด้าน Samsung ก็เดินหน้าเพิ่มยอดขาย HBM4 และส่งตัวอย่าง HBM4E ให้ลูกค้ารายใหญ่เป็นครั้งแรก พร้อมขยายการผลิต server DRAM และ enterprise SSD
เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นพร้อมกันในหลายผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ตามมาคือภาวะซัปพลายตึงตัว โดย Samsung คาดว่าข้อจำกัดด้านซัปพลายจะยังคงอยู่ในปีหน้า และมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้นในปี 2027 ขณะที่ SK Hynix มองว่าความต้องการ memory จะยังมากกว่าซัปพลายในระยะยาว
สัญญาณหนึ่งที่สะท้อนสถานการณ์นี้ คือ การที่ลูกค้ารายใหญ่เริ่มหันมาทำสัญญาจัดซื้อระยะหลายปี เพื่อรักษาความมั่นคงของอุปทานสำหรับการขยาย AI infrastructure
Samsung เผยว่า ได้ทำข้อตกลงกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ 5 รายแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีก 5 ราย ขณะที่ SK Hynix ก็เผยว่า มีสัญญาระยะหลายปีกับลูกค้าประมาณ 10 ราย
SK Hynix คาดว่า งบลงทุน (capital expenditure) ในปีนี้จะอยู่ในระดับสูงกว่า 45 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นประมาณ 50% และถือเป็นระดับการลงทุนสูงสุดของบริษัท
ทั้งนี้ SK ระบุว่า จะใช้โรงงานที่มีอยู่ในเมืองอีช็อนและเมืองยงอินให้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มการผลิต NAND และ advanced packaging ในเมืองช็องจูเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด
ฝั่ง Samsung ก็เพิ่มการลงทุนในธุรกิจ memory เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งการขยายโรงงานใหม่ในเมืองพย็องแท็ก การเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพื่อรองรับความต้องการ AI
อีกด้านที่ต้องติดตาม คือ ผลกระทบของราคา memory ที่สูงขึ้นต่อผู้ซื้อในอุตสาหกรรมอื่น เพราะการที่ผู้ผลิตชิปมี pricing power หมายถึงต้นทุนของผู้ใช้ชิปก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Samsung เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เพราะขณะที่ขาย memory chip ในราคาสูงขึ้น ธุรกิจขาอื่นของบริษัท อย่าง Mobile และ Networks ก็ขาดทุนรวมกันราว 700,000 ล้านวอนในไตรมาส 2 แม้ยอดขายสมาร์ทโฟนยังเติบโต โดย Samsung ระบุถึงแรงกดดันจากต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้น
หากราคาชิปยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่จะกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ทั่วไป ยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้ memory เป็นส่วนประกอบสำคัญ