Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ส่องงบฯ หุ้นหมูไก่ Q1/69 แต่ละเจ้ารายได้-กำไรโตหรือร่วง เพราะอะไร
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ส่องงบฯ หุ้นหมูไก่ Q1/69 แต่ละเจ้ารายได้-กำไรโตหรือร่วง เพราะอะไร

14 พ.ค. 69
21:12 น.
แชร์

บริษัทในอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอาหารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘หุ้นหมูไก่’ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 กันครบแล้ว ซึ่งออกมาเป็นภาพที่ไม่ค่อยสดใสนัก เพราะ 3 ใน 4 บริษัทมีกำไรลดลง

ทุกบริษัทเห็นผลกระทบชัดจากราคาหมูและไก่ที่ลดลง ทำให้รายได้และอัตรากำไรชะลอตัวลง แต่มีบางบริษัทที่สามารถประคองการเติบโตได้โดยการเร่งขยายธุรกิจใหม่ การบริหารต้นทุน และการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่ให้อัตรากำไรสูงกว่าเดิม

ส่วนแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี ยังต้องติดตามทั้งทิศทางราคาหมูและไก่ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้

SPOTLIGHT ชวนมาดูรายละเอียดว่า 4 บริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอาหารทำผลงานออกมาเป็นอย่างไรกันบ้างในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มีปัจจัยเรื่องสงครามในตะวันออกกลางเกิดขึ้นในเดือนสุดท้ายของไตรมาส ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งต้นทุนและกำลังซื้อ

TFG ค้าปลีกดันกำไรโต สวนแรงกดดันต้นทุน-ราคาสัตว์

บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Thai Foods Group (TFG) เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มหุ้นหมูไก่ในไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้รวม 17,877.88 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,047.09 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.68% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนผลปประกอบการของ TFG คือ ธุรกิจค้าปลีก ‘Thai Foods Fresh Market’ ที่ขยายสาขาได้ต่อเนื่อง

เพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TFG กล่าวว่า แม้สถานการณ์สงครามจะทำให้ต้นทุนบางส่วนปรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทได้ล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้าไว้ประมาณ 60-70% จึงช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนได้บางส่วน ขณะเดียวกันยังเดินหน้าลงทุนตามแผนขยายธุรกิจต่อเนื่อง

พัชรกล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ที่เติบโตต่อเนื่อง จากปริมาณสุกรในไทยที่เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น รวมถึงการขยายสาขาร้านค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มทั้งปี รายได้รวมจะเติบโต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

ด้านธุรกิจค้าปลีก TFG ตั้งเป้าขยายสาขา ‘Thai Foods Fresh Market’ เป็น 850 สาขาภายในปีนี้ จาก 615 สาขาในปีก่อนหน้า โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ขยายเป็น 690 สาขา พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และขยายฐานการผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ TFG มีแผนเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนาม ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ การขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2569 และเริ่มสนับสนุนรายได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

นอกจากนั้น คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 และกำไรสะสม ในอัตรา 0.085 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 11 มิถุนายน 2569

GFPT ส่งออกไก่ชะลอ ฉุดรายได้และกำไร

บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT มีผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายรวม 4,267.84 ล้านบาท ลดลง 381.63 ล้านบาท หรือ 8.21% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 517.11 ล้านบาท ลดลง 121.35 ล้านบาท หรือ 19.01%

ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของ GFPT คือ รายได้จาก ‘ธุรกิจอาหาร’ ที่ลดลง โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปและเนื้อไก่สด ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณส่งออกที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดจีน ทั้งนี้ ในไตรมาสแรก GFPT มีปริมาณขายส่งออกสินค้าเนื้อไก่แปรรูป 7,500 ตัน ลดลง 1,200 ตัน หรือ 13.79% จากปีก่อนหน้า ทำให้รายได้จากธุรกิจอาหารลดลงเหลือ 1,905.45 ล้านบาท หรือลดลง 14.11%

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเป็นธุรกิจหลักที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุดของ GFPT คิดเป็น 44.65% ของรายได้รวม โดยรายได้ในส่วนนี้ประกอบด้วยการส่งออกเนื้อไก่แปรรูป เนื้อไก่สด การส่งออกทางอ้อมเนื้อไก่ตัดแต่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ เช่น ไส้กรอกไก่ ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง

นอกจากธุรกิจอาหารแล้ว ‘ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์’ ของ GFPT ก็ทำผลงานต่ำลงเล็กน้อย โดยมีรายได้ 1,648.88 ล้านบาท ลดลง 2.41% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาขายไก่เนื้อที่ลดลง แม้ปริมาณการเลี้ยงยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม

ขณะที่ ‘ธุรกิจอาหารสัตว์’ ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากการขายอาหารสัตว์บก อาหารสัตว์น้ำและอาหารกุ้ง มีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 16.72% ของรายได้จากการขายรวม โดยมีรายได้ 713.51 ล้านบาท ลดลง 3.76% มีสาเหตุหลักจากยอดขายอาหารปลาและอาหารสัตว์บกที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังถือเป็นจุดแข็งของ GFPT คือ ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.28 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนเพียง 0.17 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนและรองรับความผันผวนของอุตสาหกรรมได้ในระยะต่อไป

BTG ราคาหมู-ไก่กดกำไรหด แต่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงโต

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG มีผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันของราคาสัตว์ในประเทศที่ลดลง โดยเฉพาะราคาสุกร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท

ในไตรมาส 1/2569 BTG มีรายได้รวม 28,560.9 ล้านบาท ลดลง 6.4% จาก 30,499 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,003 ล้านบาท ลดลงจาก 1,897.8 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือลดลงประมาณ 47% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 6.2% เหลือ 3.5%

สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ของเบทาโกรลดลง คือ รายได้ของ ‘ธุรกิจอาหารประเทศไทย’ ที่ลดลงตามราคาหมูและไก่ในประเทศที่ปรับลดลง นอกจากนี้ รายได้ใน ‘กลุ่มธุรกิจเกษตร’ ก็ลดลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ด้วย ทำให้ทั้งรายได้และอัตรากำไรถูกกดดันพร้อมกัน

กำไรขั้นต้นของ BTG อยู่ที่ 4,222 ล้านบาท ลดลง 21.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.7% เหลือ 14.9% สะท้อนผลกระทบจากราคาปศุสัตว์ที่ลดลง โดยเฉพาะราคาสุกรในประเทศที่ลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า

ส่วน EBITDA อยู่ที่ 2,700.9 ล้านบาท ลดลง 28.3% จากปีก่อน และมีอัตรา EBITDA ลดลงจาก 12.4% เหลือ 9.5% ขณะเดียวกัน อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารต่อรายได้ เพิ่มขึ้นเป็น 10.8% จาก 10.3% เนื่องจากรายได้รวมลดลง ทำให้ภาระต้นทุนคงที่มีสัดส่วนสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม BTG ยังมีจุดแข็งจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดย BTG ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากกลยุทธ์การการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น

ด้านฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 33,128.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.10 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.02 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 0.64 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.58 เท่า สะท้อนว่าบริษัทยังมีการใช้เงินทุนเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและการลงทุนต่อเนื่อง

CPF กำไรร่วงแรงจากราคาหมูในไทย-จีน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ยังคงเป็นบริษัทที่มีขนาดรายได้ใหญ่ที่สุดในกลุ่มหุ้นหมูไก่ แต่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เผชิญแรงกดดันอย่างมากจากราคาสุกรที่ลดลงในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยและจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไร

ในไตรมาส 1/2569 CPF มีรายได้จากการขาย 136,697 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 4,875 ล้านบาท ลดลงมากถึง 43% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นบริษัทที่กำไรหดตัวแรงที่สุดในกลุ่ม

ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21,289 ล้านบาท ลดลงประมาณ 20% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.3% เหลือ 15.6% สะท้อนแรงกดดันจากราคาสุกรที่อ่อนตัวลงในหลายประเทศ โดยเฉพาะไทยและจีน

CPF ระบุว่า หากไม่นับรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จะลดลงประมาณ 1.6% โดยปัจจัยหลักมาจากราคาสุกรในหลายประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งราคาสุกรลดลงจากฐานที่สูงในช่วงเกิดปัญหาโรคระบาดในปีก่อนหน้า เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ปริมาณสุกรจึงเพิ่มขึ้นและเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ส่งผลให้ราคาเริ่มอ่อนตัวลง

นอกจากประเทศไทยแล้ว ธุรกิจในจีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานสุกรล้นตลาด ทำให้ราคาสุกรปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของ CPF ในจีน โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์และการเลี้ยงสุกรที่มีผลขาดทุน ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลงเหลือ 1,367 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 60% จากปีก่อนหน้า

ด้านต้นทุน CPF ระบุว่า ราคากากถั่วเหลืองในตลาดโลกเริ่มลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในอเมริกาใต้และสหรัฐฯ แต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลให้ค่าระวางเรือและความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันต้นทุนอาหารสัตว์ในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม CPF ระบุว่า เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากบางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจไก่เนื้อ ซึ่งยังได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในฐานะโปรตีนที่เข้าถึงได้ง่ายและมีราคาคุ้มค่า ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาหารยังขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานได้รับความนิยมสูงขึ้น

ปัจจัยที่เป็นความได้เปรียบหนึ่งของ CPF คือ มีฐานธุรกิจต่างประเทศขนาดใหญ่ โดยรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นประมาณ 65% ของรายได้รวม และมีฐานการผลิตใน 17 ประเทศ ครอบคลุมทั้งเวียดนาม จีน รัสเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย ตุรกี และสหรัฐฯ ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง แม้จะยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

อีกปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันบางส่วนคือการปรับโครงสร้างเงินทุนใหม่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 5,497 ล้านบาท ลดลงประมาณ 10% จากปีก่อนหน้า และทำให้อัตราต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงจาก 4.33% เหลือ 3.71%

แชร์
ส่องงบฯ หุ้นหมูไก่ Q1/69 แต่ละเจ้ารายได้-กำไรโตหรือร่วง เพราะอะไร