
สำหรับชาวมุสลิมซึ่งมีอยู่มากกว่าสองพันล้านคนทั่วโลก ศาสนามีบทบาทครอบคลุมทุกด้านของชีวิต รวมถึงเรื่องการเงิน การทำธุรกิจ และการลงทุน
หลักชะรีอะฮ์ (Shariah Compliant) หรือกฎหมายอิสลาม มีการกำหนดกฎเกณฑ์ทางการเงินอย่างเคร่งครัด เรียกว่า ‘ระบบการเงินอิสลาม’ (Islamic Finance System) เป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ยึดมั่นในข้อกำหนดทางศาสนาอย่างเคร่งครัด ดังนั้น คนที่นับถือศาสนาอิสลามไม่สามารถลงทุนได้อย่างอิสระ แล้วถ้าชาวมุสลิมอยากลงทุนให้เงินงอกเงย สามารถลงทุนอะไรได้บ้าง ?
SPOTLIGHT ชวนเข้าใจการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม พร้อมกับสแกนหาหุ้นที่ถูกหลักศาสนาอิสลาม หรือที่เรียกว่า ‘หุ้นฮาลาล’ ในตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ มีหุ้นที่เราคุ้นหูคุ้นตาตัวไหนบ้างที่ผ่านเกณฑ์เป็นหุ้นฮาลาลบ้าง
หัวใจสำคัญของการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ คือ การหลีกเลี่ยงสิ่งต้องห้าม ซึ่งได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหล้า สุรา สิ่งมึนเมา, การพนัน, ธุรกิจบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่, อาวุธสงคราม, ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสุกร และต้องหลีกเลี่ยงธุรกิจที่เกี่ยวกับดอกเบี้ย เช่น ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเช่าซื้อต่าง ๆ
นอกจากกำหนดธุรกิจต้องห้ามแล้ว หลักชะรีอะฮ์ยังห้ามการทำธุรกรรมที่มีความไม่แน่นอนสูงเกินไป (gharar) และการพนัน (maisir) อย่างเช่น การลงทุนในอนุพันธ์ ฟิวเจอร์ส หรือออปชั่น ซึ่งไม่มีทรัพย์สินจริงรองรับ และมีความเสี่ยงในระดับที่ถือว่าเป็นการเสี่ยงโชค ดังนั้น การลงทุนควรมีทรัพย์สินรองรับจริง เช่น หุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจจับต้องได้ หรืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากการพนันที่อาศัยเพียงการเสี่ยงโชคเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่หลักศาสนาอิสามไม่ได้ห้าม เพราะถือเป็นการลงทุนในธุรกิจจริง ไม่ใช่การลงทุนที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ แต่ก็ต้องเป็นหุ้นที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มงวดโดยคณะกรรมการชะรีอะฮ์แล้วเท่านั้น โดยการคัดกรองจะคัดกรองสองด้าน คือ ด้านประเภทธุรกิจและด้านสัดส่วนทางการเงิน
การคัดกรองทางธุรกิจ คือ ตรวจสอบว่าบริษัทไม่ได้มีรายได้หลักเกี่ยวข้องกับธุรกิจต้องห้าม ได้แก่ ดอกเบี้ย อบายมุขสิ่งมึนเมา (การพนัน สุรา ยาสูบ) ธุรกิจบันเทิงที่ผิดศีลธรรม-ล่อแหลม อาหารที่ไม่ฮาลาล และอาวุธยุทโธปกรณ์
การคัดกรองทางการเงิน คือ ตรวจสอบงบการเงิน เพื่อดูว่าบริษัทมีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสูงเกินไปหรือไม่ ทั้งนี้ ตัวเลขเกณฑ์สัดส่วนของแต่ละตลาดอาจจะต่างกันเล็กน้อย แต่หลักเกณฑ์ที่เคร่งครัดที่สุด คือ หลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยองค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม (AAOIFI) ดังนี้
ส่วนเกณฑ์ของ MSCI และ S&P ที่ใช้กันเป็นมาตรฐานสากล กำหนดสัดส่วนทั้งสามไว้ที่ ไม่เกิน 33%, 33% และ 50% ของมูลค่าตลาด (market cap) ตามลำดับ และกำหนดสัดส่วนรายได้จากกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาไม่เกิน 5% ของรายได้รวมเช่นกัน
สำหรับหุ้นไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ร่วมกับ ฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) จัดทำดัชนี FTSE SET Shariah Index ใช้เกณฑ์สัดส่วน 33%, 33% และ 50% ของสินทรัพย์รวม (total asset) ตามลำดับ และกำหนดสัดส่วนรายได้จากกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาไม่เกิน 5% ของรายได้รวมเช่นกัน
ได้ยินชื่อว่า ‘หุ้นฮาลาล’ หลายคนอาจจะคิดว่าหายากเหมือนอาหารฮาลาลหรือเปล่านะ แต่ความจริงแล้วหุ้นฮาลาลมีจำนวนมาก และอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ มีอยู่ 4,133 ตัว คิดเป็น 49.02% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาด (ข้อมูลปี 2568)
ตัวอย่างหุ้นฮาลาลในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ
ส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีหุ้นฮาลาลในดัชนี SET Shariah Index จำนวน 124 ตัว (ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569) ตัวอย่างเช่น
นักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นฮาลาล สามารถลงทุนได้ทั้งโดยการเลือกหุ้นฮาลาลรายตัวด้วยตัวเอง และสามารถลงทุนแบบสะดวกโดยไม่ต้องจัดการเองผ่านกองทุนรวมอิสลาม ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนและคณะกรรมการชะรีอะฮ์ดูแลการคัดกรองให้เรียบร้อยแล้ว หรือสายตราสารหนี้ก็สามารถลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้อิสลาม (Sukuk) ได้เช่นกัน
อ้างอิง : Islamic Finance Thai, InnovestX, DAOL, Islamicly, Musaffa, FTSE Russell