Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์ยังไม่จบ ลงต่ำได้อีก ผจก.กองทุนดังคาดรอดไม่กี่บริษัท
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์ยังไม่จบ ลงต่ำได้อีก ผจก.กองทุนดังคาดรอดไม่กี่บริษัท

17 ก.พ. 69
18:04 น.
แชร์

ช่วงต้นปี 2026 โลกการลงทุนไม่ได้เผชิญกับวิกฤตที่เกิดจากตัวเลขเงินเฟ้อหรือดอกเบี้ยเหมือนปีก่อน ๆ แต่กลับเผชิญกับสิ่งที่นักวิเคราะห์ขนานนามว่า “SaaSpocalypse” หรือการล่มสลายของมูลค่าหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ (Software-as-a-Service) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยราคาร่วงลงอย่างรุนแรงจนมูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการผงาดขึ้นมาของ AI Agent ที่มีความสามารถในการทำงานสูง จนนักลงทุนเกิดความกังวลว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเดิมจะต้องถึงจุดจบ เพราะองค์กรต่าง ๆ จะใช้งาน AI แทน

เมื่อเห็นหุ้นซอฟต์แวร์ร่วงลงแรง หลายคนอาจมีความหวังว่าการเข้าซื้อในช่วงนี้ที่ราคาลดลงไปเยอะแล้วจะเป็นโอกาสในการทำกำไรเมื่อหุ้นรีบาวนด์ แต่เดี๋ยวก่อน ! อย่าเพิ่งช้อน เพราะล่าสุดมีคำเตือนจาก นิก อีแวนส์ (Nick Evans) ผู้จัดการกองทุนของ Polar Capital ที่บอกว่า ตอนนี้ยังน่ากังวล ไม่ใช่จุดที่ควรซื้อ

ตามที่บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นิก อีแวนส์ ผู้จัดการกองทุนของ Polar Capital ซึ่งตัดสินใจเทขายหุ้นซอฟต์แวร์และทำกำไรมหาศาลก่อนที่กระแสความตื่นตระหนกจะแพร่กระจายไปทั่วตลาด ได้เตือนเหล่านักลงทุนที่กำลังจ้องจะ ‘ช้อนซื้อ’ หุ้นซอฟต์แวร์ราคาถูกในตอนนี้ว่า หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดยังคงมีความเสี่ยงสูง และจะมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่อยู่รอด

“เราคิดว่าซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) กำลังเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจาก AI” อีแวนส์กล่าว ซึ่งผลงานการบริหารจัดการกองทุนเทคโนโลยีระดับโลกมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ ที่ทำผลตอบแทนดีกว่ากองทุนอื่นในกลุ่มเดียวกันถึง 99% ในหนึ่งปี และ 97% ในห้าปี ทำให้คำเตือนของเขาเป็นเสียงที่นักลงทุนคงต้องฟังไว้

ทั้งนี้ ความกังวลว่าเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังอย่าง Claude Cowork ของ Anthropic จะเข้ามาทำลายธุรกิจซอฟต์แวร์ส่งผลให้หุ้นกลุ่มนี้ดิ่งเหวในปีนี้ โดยปีนี้ (นับถึง 13 กุมภาพันธ์) ETF ที่อิงหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ร่วงลงถึง 22.42% ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความต้องการพลังการประมวลผลที่พุ่งสูงขึ้น

นิก อีแวนส์ มองว่า หุ้นกลุ่ม Application software ที่ช่วยผู้ใช้ทำงานทั่วไป เช่น การเขียนเอกสารและการจัดการระบบเงินเดือน คือกลุ่มที่เสี่ยงมากเป็นพิเศษ เขาตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดในเซกเตอร์นี้ ไม่ว่าจะเป็น SAP, ServiceNow, Adobe หรือ HubSpot โดยเหลือไว้เพียงหุ้นจำนวนเล็กน้อยและออปชั่นซื้อหุ้น Microsoft เท่านั้น พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่กลับไปลงทุนในบริษัทเหล่านี้อีก

ในมุมมองของเขา เครื่องมือเขียนโค้ดของ AI พัฒนาไปไกลมากจนสามารถเลียนแบบและปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่มีอยู่เดิมได้แทบทั้งหมด นั่นหมายความว่าบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ไม่ใช่แค่จากสตาร์ทอัพ AI แต่จากลูกค้าของตัวเอง" ที่กำลังเร่งสร้างเครื่องมือใช้เองภายในเพื่อลดต้นทุน

ในมุมมองของเขา เครื่องมือเขียนโค้ดของ AI พัฒนาไปไกลมากจนสามารถเลียนแบบและปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่มีอยู่เดิมได้แทบทั้งหมด นั่นหมายความว่านั่นหมายความว่าบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ที่ก่อตั้งมานานกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจากสตาร์ทอัพด้าน AI และจากลูกค้าของตนเอง ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ภายในองค์กรเพื่อลดต้นทุน

อีแวนส์มองว่า แม้บริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์แพ็กเกจซับซ้อนอย่าง SAP อาจจะมีความทานทนในการรับมือมากกว่ารายอื่น แต่ด้วยพลังของ AI ที่เก่งขึ้นอย่างมาก ทำให้มูลค่าในระยะยาวของบริษัทซอฟต์แวร์เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ปัจจุบัน พอร์ตการลงทุนของเขาเน้นหนักไปที่หุ้นกลุ่มชิปประมวลผล โดยมี Nvidia เป็นหุ้นอันดับหนึ่ง (เกือบ 10% ของพอร์ต) นอกจากนี้เขายังขยับไปลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานอย่าง อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก ไฟเบอร์ออปติก และระบบพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของ AI

อีแวนส์วิเคราะห์ว่า การร่วงลงของราคาหุ้นซอฟต์แวร์ที่เกิดจากภัยคุกคามจาก AI อาจทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ต้องเผชิญกับปัญหาอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ แรงกดดันต่อกระแสเงินสด (Cash flow) ของบริษัท เนื่องจากพนักงานบริษัทซอฟต์แวร์มักได้รับหุ้นเป็นส่วนหนึ่งของค่าตอบแทน เมื่อราคาหุ้นตก ผู้บริหารอาจต้องควักเงินสดจ่ายเพิ่มเพื่อชดเชยส่วนต่างที่หายไป บวกกับการที่บริษัทต้องเร่งหาเงินไปซื้อสตาร์ทอัพด้าน AI เพื่อกระตุ้นการเติบโตอาจเพิ่มภาระทางการเงินให้บริษัท

ที่สำคัญคือ อีแวนส์มองว่า ราคาหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของมูลค่าในระยะยาวและความเสี่ยงของกระแสเงินสดที่ถูกบีบคั้นทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาจะร่วงลงอีก

แม้ฝั่งนักกลยุทธ์การลงทุนของ JPMorgan กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่า หุ้นซอฟต์แวร์มีโอกาสรีบาวนด์ หลังจากราคาร่วงลงมาแรงมากแล้ว โดย JPMorgan ให้น้ำหนักกับหุ้นอย่าง Microsoft และ ServiceNow แต่นิก อีแวนส์ มองต่าง เขามองว่ามีเพียงบางส่วนของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เปราะบางต่อการถูกดิสรัปชันน้อยกว่า นั่นคือกลุ่มซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Software) ที่เป็นรากฐานของระบบ ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างเช่น Cloudflare และ Snowflake

ทั้งนี้ ผลประกอบการของกลุ่มซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานเพิ่งพิสูจน์ว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตยังกำลังพุ่งสูงขึ้น เห็นได้จากหุ้น Datadog พุ่งขึ้นกว่า 10% และหุ้น Fastly ที่ราคาพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า

สำหรับกลุ่มซอฟต์แวร์สำหรับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) นิก อีแวนส์ ยังมีมุมมองที่เป็นกลางเพราะยังไม่เห็นภัยคุกคามจาก AI ที่ชัดเจนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เขาลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอินทเอร์เน็ตและกลุ่มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์รวมกันไม่ถึง 7% ของพอร์ตเท่านั้น

นอกเหนือจากสองกลุ่มนี้ อีแวนส์คาดว่าจะมีบริษัทเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดจากกระบวนการคัดกรองอันเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาเปรียบสถานการณ์นี้กับอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ในช่วงทศวรรษ 2000 ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ถูกอินเทอร์เน็ตเข้ามาทำลายล้าง

สรุปกลยุทธ์การลงทุนที่อีแวนส์แนะนำ คือ นักลงทุนควรลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) ลงอย่างมีนัยสำคัญ และต้องขยับตัวปรับพอร์ตให้ไว เพราะยิ่งโมเดลปัญญาประดิษฐ์พัฒนาดีขึ้น การทำลายล้างก็จะยิ่งเร็วขึ้น

แชร์
วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์ยังไม่จบ ลงต่ำได้อีก ผจก.กองทุนดังคาดรอดไม่กี่บริษัท