Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศุลกากรยุคใหม่ ยกระดับบทบาทหนุนเศรษฐกิจ สกัดไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ศุลกากรยุคใหม่ ยกระดับบทบาทหนุนเศรษฐกิจ สกัดไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด

7 ก.ค. 69
13:18 น.
แชร์

ตลอดระยะเวลา 152 ปีที่ผ่านมา บทบาทของกรมศุลกากรถูกจดจำในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บอากร ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายเข้าออกประเทศ แต่ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความท้าทายด้านความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อนมากขึ้น บทบาทของหน่วยงานแห่งนี้ต้องยกระดับให้ครอบคลุมมากกว่าหน้าที่ในอดีต

การครบรอบ 152 ปีของกรมศุลกากรในปี 2569 นี้ จึงถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศทิศทางการพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด “NEXT DRIVE CUSTOMS” ที่มุ่งยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ลดขั้นตอนการให้บริการ เพิ่มความโปร่งใส และปรับบทบาทจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านพิธีการศุลกากร ไปสู่การเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศ

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล “Transition Today, Transform for Tomorrow” ที่มุ่งผลักดันการปฏิรูปภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล โดยกรมศุลกากรจะขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 บทบาทหลัก ได้แก่ การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Enabler) การคุ้มครองสังคม (Social Protector) และการจัดเก็บรายได้ของรัฐ (Revenue Collector) เพื่อให้สามารถรองรับการค้าโลกยุคใหม่และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน

การประกาศวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กรมศุลกากรถูกจับตามองมากขึ้น หลังรัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบส่งออกยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย หลังเกิดกรณีลูกเรือสายการบินไทยถูกจับกุมในคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทำให้โจทย์ของศุลกากรในวันนี้ไม่ได้มีเพียงการเร่งอำนวยความสะดวกทางการค้า แต่ยังต้องหาสมดุลระหว่างการทำให้การค้าระหว่างประเทศคล่องตัว กับการยกระดับการตรวจสอบสินค้าส่งออกและผู้โดยสารขาออก เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์

เปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร ผ่าน Digital Transformation

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การปรับองค์กรภายใต้แนวคิด NEXT DRIVE CUSTOMS เป็นส่วนหนึ่งของการขานรับนโยบายรัฐบาล “Transition Today, Transform for Tomorrow” ที่มุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล โดยกรมศุลกากรต้องการยกระดับการทำงานให้ใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้ว ผ่านการนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาเป็นหัวใจของการให้บริการและการกำกับดูแล

เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ชัดเจนขึ้น อธิบดีพันธ์ทองเปรียบเทียบว่า “กรมศุลกากรเหมือนบ้านผีสิง บ้านหลังนี้เก่า ใครผ่านไปผ่านมาก็กลัว เพราะเขาบอกว่าผีดุ ผีก็คือเจ้าหน้าที่ศุลกากร คนที่กลัวว่าก็ต้องไปจ้างคนกลางมาเจรจา แม้วันนี้จะไม่ค่อยเจอผีแล้ว แต่ตำนานมันยังอยู่”

อธิบดีอธิบายว่า เป้าหมายของการปฏิรูปคือการทำให้ ‘บ้านผีสิง’ หลังเดิมเปลี่ยนเป็น ‘บ้านโมเดิร์น’ ที่มีแสงสว่าง เปิดเผย และทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างมั่นใจ โดยต้องการเปลี่ยนวิธีทำงานของทั้งองค์กร ลดการใช้เอกสาร ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การผ่านพิธีการศุลกากรมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์

จากผู้ควบคุมการค้า สู่ผู้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

พันธ์ทองอธิบายว่า บทบาทของกรมศุลกากรในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้า แต่ต้องทำหน้าที่เป็น Trade Enabler หรือผู้สนับสนุนการค้า โดยใช้มาตรการด้านศุลกากรเข้ามาช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

แนวคิดนี้ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา กรมศุลกากรเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และพิธีการศุลกากรให้สอดคล้องกับรูปแบบการค้าในปัจจุบัน ซึ่งเติบโตผ่านอีคอมเมิร์ซและการขนส่งระหว่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าดำเนินได้รวดเร็วขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือ การพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาตรวจปล่อยสินค้าจากเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน หรือลดลงกว่า 85% รวมถึงการเปิดให้บริการตรวจปล่อยสินค้าบางส่วน (partly) ที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับสินค้าได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลารอคอยและต้นทุนด้านโลจิสติกส์

นอกจากนี้ กรมศุลกากรเดินหน้าพัฒนาระบบ Tariff e-Service และบริการอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งลงนามบันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างสินค้านำเข้ากับผู้ผลิตในประเทศ

อีกมาตรการสำคัญ คือ การจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมองว่า ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มรายได้ให้รัฐ แต่ยังเป็นการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จัดเก็บรายได้ควบคู่ธรรมาภิบาล สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการค้า

นอกจากการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้ว อธิบดีกรมศุลกากรอธิบายว่า อีกบทบาทสำคัญที่กรมศุลกากรต้องรักษาไว้ คือการเป็นหน่วยงานจัดเก็บรายได้ (Revenue Collector) ที่ต้องดำเนินการให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ซึ่งรายได้ที่กรมศุลกากรจัดเก็บไม่ได้หมายถึงอากรศุลกากรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น ก่อนนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ

ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้รวม 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเป็นการจัดเก็บอากรศุลกากร 85,766 ล้านบาท และจัดเก็บรายได้แทนกรมสรรพากร 308,016 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 43,725 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 38,596 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และคู่ค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่เป็นธรรม

ด้วยเหตุนี้ กรมศุลกากรจึงปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล โดยยกเลิกสิทธิรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง และอยู่ระหว่างผลักดันให้ยกเลิกระบบดังกล่าวสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพื่อลดผลประโยชน์ทับซ้อน ลดข้อกังวลเรื่องการใช้ดุลพินิจ และสร้างมาตรฐานการทำงานที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

อธิบดีพันธ์ทองกล่าวว่า การปรับปรุงเรื่องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลประโยชน์ทับซ้อน และทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่บนหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของกรมศุลกากร

เข้มตรวจขาออก ปิดช่องไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด

นอกเหนือจากภารกิจด้านสนับสนุนการค้าและการจัดเก็บรายได้แล้ว อีกบทบาทที่กรมศุลกากรต้องให้ความสำคัญมากขึ้น คือ บทบาท Social Protector หรือ หรือการคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจหลังรัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของยาเสพติดไปยังประเทศปลายทาง หลังเกิดกรณีลูกเรือสายการบินไทยถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลียจากคดียาเสพติด

พันธ์ทองยอมรับว่า ในอดีตหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย มุ่งให้น้ำหนักกับการตรวจสอบ ‘ขาเข้า’ มากกว่า ‘ขาออก’ เพราะเป้าหมายหลักคือการป้องกันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ แต่สถานการณ์ของไทยแตกต่างออกไป เนื่องจากแม้จะไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด แต่ไทยอยู่ใกล้พื้นที่ผลิตยาเสพติดสำคัญของโลก และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่พัฒนาแล้ว ทั้งถนน สนามบิน และท่าเรือ จึงถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายลักลอบขนส่งยาเสพติด

ด้วยเหตุนี้ กรมศุลกากรจึงเตรียมยกระดับการควบคุมการส่งออกมากขึ้น ทั้งการเพิ่มการใช้เครื่องเอกซเรย์สำหรับสัมภาระขาออก การนำสุนัข K9 เข้ามาช่วยตรวจค้น และการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุและสินค้าส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง แม้บางมาตรการจะไม่ใช่แนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้กับผู้โดยสารขาออก แต่ก็จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย

“เราต้องปรับปรุงในส่วนขาออก เดิมเราไม่เข้มงวดกับทางสินค้าและผู้เดินทางขาออก เพราะทั่วโลกเขาดำเนินการแบบนี้ แต่วันนี้เราต้องมาพิจารณาว่า เราจะเพิ่มมาตรการอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมศุลกากรย้ำว่า การเพิ่มความเข้มงวดไม่ได้หมายถึงการตรวจสอบผู้โดยสารหรือสินค้าทุกชิ้น เพราะในแต่ละปีมีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านระบบกว่า 13 ล้านตู้ และมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินของไทยราว 85 ล้านคน การจะตรวจสอบทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติและอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวด้วย

“เราตรวจร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ต้องใช้ตาข่ายกรอง ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลว่าผู้โดยสารคนไหน คอนเทนเนอร์ไหน หรือพัสดุไหนมีความเสี่ยง”

อธิบดีกรมศุลกากรอธิบายอีกว่า แนวทางที่กรมศุลกากรใช้ดำเนินการ คือ การใช้ระบบ Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง โดยนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ร่วมกับ AI เพื่อคัดกรองผู้โดยสาร สินค้า และพัสดุที่มีความเสี่ยง ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเชิงลึก วิธีการดังกล่าวเริ่มนำมาใช้แล้วที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสินค้าผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน กรมฯ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติด

นอกจากการใช้เทคโนโลยีแล้ว กรมศุลกากรยังเดินหน้าปรับมาตรการทางกฎหมายควบคู่กัน เช่น การเพิ่มโทษปรับการลักลอบส่งออกกัญชาเป็นกิโลกรัมละ 30,000 บาท หลังพบว่ามาตรการเดิมที่ยึดของเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยับยั้งการกระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังปรับบทลงโทษ กรมศุลกากรพบว่ามีการยกเลิกการเดินทางของผู้ที่ลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลในทางปฏิบัติ

ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรตรวจยึดยาเสพติดได้ 214 คดี มูลค่ารวมกว่า 691 ล้านบาท น้ำหนักรวมกว่า 917 กิโลกรัม ขณะที่การตรวจยึดกัญชามีมากถึง 3,309 คดี ปริมาณรวมกว่า 37,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายและบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 2,500 คดี

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมศุลกากรยอมรับว่า ความท้าทายของกรมศุลากรในยุค NEXT DRIVE CUSTOMS คือ การรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมทางความมั่นคง กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า เนื่องจากไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก ดังนั้น จึงต้องใช้ระบบบริหารความเสี่ยงเพื่อ “แยกคนดีออกจากคนไม่ดี” เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาความคล่องตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการปกป้องสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

แชร์
ศุลกากรยุคใหม่ ยกระดับบทบาทหนุนเศรษฐกิจ สกัดไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด