
หลังทดลองเปิดให้บริการสินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไป ‘Grab Quick Cash’ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมา 4 เดือน แกร็บพบว่าบริการนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ใช้บริการในพื้นที่เมือง ในช่วงไตรมาส 3 นี้ แกร็บจึงเตรียมขยายบริการไปยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองหลักอย่างชลบุรี ขอนแก่น และเชียงใหม่
พร้อมกันนี้ แกร็บเตรียมเพิ่มวงเงินสินเชื่อสูงสุดจากเดิม 20,000 บาท เป็น 30,000 บาท และขยายระยะเวลาผ่อนชำระจากสูงสุด 6 เดือน เป็น 9 เดือน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ และขยายโอกาสให้คนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลได้มากขึ้น
นายภูรัชต์ อ่องศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจบริการทางการเงิน แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บเริ่มทดลองให้บริการสินเชื่อเงินสดทันใจสำหรับบุคคลทั่วไป หรือ Grab Quick Cash ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมุ่งไปที่กลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ช่วงเริ่มต้นให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20,000 บาท และมีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน
จุดเด่นของ Grab Quick Cash คือ สมัครง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารประกอบการสมัคร อนุมัติไว และทำรายการผ่านแอปพลิเคชันได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน การให้บริการในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้แกร็บเห็นพฤติกรรมและความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกันของผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อไป
“เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลให้กับคนไทย แกร็บเตรียมเดินหน้าบริการสินเชื่อสำหรับบุคคลทั่วไปอย่างต่อเนื่อง โดยขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังผู้ใช้บริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะหัวเมืองหลักอย่างชลบุรี ขอนแก่น และเชียงใหม่ ในช่วงไตรมาส 3 พร้อมเพิ่มวงเงินสินเชื่อสูงสุดเป็น 30,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดิม และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดเป็น 9 เดือน เพื่อให้มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นและตอบโจทย์พฤติกรรมทางการเงินที่แตกต่างกันของผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม” นายภูรัชต์กล่าวเสริม
เมื่อเจาะลึกข้อมูลผู้ใช้บริการ Grab Quick Cash พบว่า กลุ่ม ‘เดอะแบก’ หรือคนวัยทำงานอายุ 30–45 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้บริการมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด หลายคนเริ่มเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า ‘Sandwich Generation’ ซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งของตัวเอง ลูก และพ่อแม่สูงวัยไปพร้อมกัน
รองลงมาคือกลุ่ม ‘Gen X’ อายุ 46 ปีขึ้นไป ซึ่งแม้จะผ่านช่วงสร้างตัวมาแล้ว แต่ยังมีภาระทางการเงินรอบด้าน
ขณะที่กลุ่ม ‘First Jobber’ หรือวัยเริ่มทำงานอายุ 20–29 ปี เป็นอีกกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการ โดยมีแนวโน้มริเริ่มเป็นผู้ประกอบการด้วยตัวเองเพื่อสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งทาง และบางส่วนอาจมีเงินทุนสำรองไม่มากนัก จึงต้องการตัวช่วยทางการเงินเมื่อมีค่าใช้จ่ายจำเป็น
พฤติกรรมการขอสินเชื่อก็มีอีกหนึ่งอินไซต์ที่น่าสนใจ เพราะกว่า 80% ของผู้ใช้ Grab Quick Cash เลือกกู้ไม่เต็มวงเงินที่ได้รับข้อเสนอ โดยขอกู้จริงเฉลี่ยเพียง 70% ของวงเงินที่ได้รับ ขณะที่เกือบครึ่งเลือกกู้ไม่เกิน 15,000 บาท
ในด้านระยะเวลาผ่อนชำระ เกือบ 70% เลือกผ่อนนาน 5–6 เดือน คิดเป็นค่างวดเฉลี่ยประมาณ 2,400–2,500 บาทต่อเดือน สะท้อนว่าผู้ใช้บริการให้ความสำคัญกับจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้และความสามารถในการผ่อนชำระ มากกว่าการเลือกกู้เต็มวงเงินที่ได้รับ
เมื่อเจาะลึกถึงวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ พบว่า กลุ่ม ‘เดอะแบก’ และ Gen X มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน โดยกว่า 70% ต้องการนำเงินไปใช้เป็น ‘ทุนหมุนเวียน’ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงใช้ขยายกิจการและสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ขณะที่กลุ่ม First Jobber มีโจทย์ต่างออกไป โดยนำเงินก้อนไปใช้เป็น ‘ทุนตั้งต้น’ สำหรับลงทุนซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานและสร้างรายได้