Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
'ทรัมป์’ตั้ง‘เควิน วอร์ช’เป็นปธ.เฟดคนใหม่ตามคาด หนุนแนวทางลดดอกเบี้ย
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

'ทรัมป์’ตั้ง‘เควิน วอร์ช’เป็นปธ.เฟดคนใหม่ตามคาด หนุนแนวทางลดดอกเบี้ย

30 ม.ค. 69
21:11 น.
แชร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างทำเนียบขาวกับเฟดที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นความเห็นต่างด้านอัตราดอกเบี้ย ความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน และบทบาทของเฟดต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงที่เงินเฟ้อยังเปราะบางและเศรษฐกิจโลกผันผวน

การเสนอชื่อวอร์ชถูกมองว่ามีนัยสำคัญทั้งในเชิงการเมืองและเชิงนโยบาย หลังทรัมป์ออกโรงวิจารณ์เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบันอย่างเปิดเผยและต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี ทั้งในแง่ทิศทางนโยบายและในระดับบุคคล จากความไม่พอใจต่อท่าทีของเฟดที่ไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ฝ่ายบริหารต้องการ

พาวเวลล์ซึ่งทรัมป์เป็นผู้เสนอชื่อเองในปี 2560 มีกำหนดครบวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ และหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ วอร์ชจะเข้ารับตำแหน่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนโยบายการเงินสหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากการเมืองภายใน กระบวนการตรวจสอบของฝ่ายยุติธรรม และความคาดหวังของตลาดการเงินทั่วโลก

ตัวเลือกของทรัมป์และสัญญาณต่อทิศทางนโยบายการเงิน

วอร์ชถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่สะท้อนมุมมองของทรัมป์ต่อบทบาทของเฟดได้อย่างชัดเจน วอร์ชเคยดำรงตำแหน่งในคณะผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2549-2554 ครอบคลุมช่วงก่อนและระหว่างวิกฤตการเงินโลก และเป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของเฟดอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

วอร์ชสนับสนุนแนวคิดการลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็มีภาพลักษณ์เป็นสายกลางด้านการคลัง และแสดงท่าทีระมัดระวังต่อการใช้นโยบายการเงินเชิงรุกขนาดใหญ่ โดยมีจุดยืนที่แตกต่างจากแนวทางผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ Quantitative Easing (QE) ซึ่งเฟดใช้อย่างเข้มข้นหลังวิกฤตโควิด-19

ทรัมป์ประกาศการเลือกวอร์ชผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่าเขารู้จักวอร์ชมายาวนาน และเชื่อมั่นว่าอดีตผู้ว่าการเฟดรายนี้จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในประธานเฟดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมย้ำว่าวอร์ชเป็นบุคคลที่ “เหมาะสมทุกประการ” สำหรับตำแหน่งประธานเฟด และจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้พิจารณาแต่งตั้งผู้สมัครจำนวนทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ เควิน วอร์ช, เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ, คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และริก รีเดอร์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดการลงทุนแบล็คร็อก

แม้ในหมู่แคนดิเดตทั้งสี่ ทรัมป์จะชื่นชมเควิน แฮสเซตต์ เป็นอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติ แฮสเซตต์ยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจคนสำคัญของทำเนียบขาว และหากต้องย้ายไปนั่งเก้าอี้ประธานเฟด ก็ย่อมหมายถึงการสูญเสียบุคคลหลักที่ทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารและมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แฮสเซตต์เป็นผู้ที่ปรากฏตัวต่อสื่อเป็นประจำและมีบทบาทเชิงนโยบายชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เควิน วอร์ชถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและลงตัวมากกว่า ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และทิศทางนโยบายโดยรวม

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนยังประเมินว่า การเลือกวอร์ชอาจช่วยคลายความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงที่ฝ่ายการเมืองจะเข้าแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด สก็อตต์ แลดเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน Horizon ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็น “สัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ว่า ความเป็นอิสระของเฟดน่าจะยังคงอยู่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า” พร้อมชี้ว่าวอร์ชมีทั้งความน่าเชื่อถือในเชิงสถาบันและในสายตาตลาดการเงิน อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำหนดนโยบายสายเหยี่ยว (hawkish) ด้านเงินเฟ้อ ที่พร้อมใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา

ด่านการเมืองและคำเตือนจากพาวเวลล์

อย่างไรก็ดี เส้นทางของเควิน วอร์ชสู่ตำแหน่งประธานเฟดยังไม่อาจเรียกได้ว่าราบรื่นนัก และมีแนวโน้มต้องเผชิญแรงต้านทางการเมืองไม่น้อย ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส พรรครีพับลิกันจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ออกมาประกาศชัดว่าจะชะลอการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟด จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐต่อเจอโรม พาวเวลล์จะได้รับการคลี่คลายอย่างโปร่งใส แม้ทิลลิสจะยอมรับว่าวอร์ชมีคุณสมบัติเหมาะสมและมีความเข้าใจเชิงลึกด้านนโยบายการเงิน แต่ก็ย้ำว่าจุดยืนของตนในประเด็นนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ท่าทีของทิลลิสถือว่ามีน้ำหนักต่อกระบวนการรับรองตำแหน่ง เนื่องจากเขาเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ซึ่งมีบทบาทในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อ ก่อนจะส่งเรื่องเข้าสู่วุฒิสภาเต็มคณะ คณะกรรมาธิการชุดนี้ประกอบด้วยสมาชิกพรรครีพับลิกัน 13 คน และพรรคเดโมแครต 11 คน ทำให้การคัดค้านเพียงไม่กี่เสียงก็อาจเพียงพอที่จะทำให้กระบวนการยืนยันตำแหน่งของวอร์ชต้องชะงักลงได้

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างทำเนียบขาวกับเฟดยังสะท้อนให้เห็นผ่านความพยายามถอดถอนลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด ซึ่งประเด็นดังกล่าวถูกยกระดับขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ด้านเจอโรม พาวเวลล์ ได้ให้คำแนะนำต่อผู้สืบทอดตำแหน่งในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเดือนมกราคม โดยเน้นย้ำว่าประธานเฟดควร “อยู่ห่างจากการเมือง” พร้อมอธิบายว่าหน้าที่การรายงานและให้การต่อรัฐสภาเป็น “ความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย” และไม่ใช่ภาระเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นพันธกิจที่ต้องทำอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ หากต้องการความชอบธรรมจากสังคม

ทรัมป์มั่นใจ “วอร์ช” หนุนลดดอกเบี้ย เมินแรงต้านวุฒิสภา ชี้เป็นเกมการเมือง

แม้คำถามใหญ่ที่สุดหลังการประกาศเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่จะอยู่ที่ทิศทางดอกเบี้ย แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า การซักถาม เควิน วอร์ช โดยตรงว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าตนมีความเชื่อมั่นว่าวอร์ชมีแนวโน้มสนับสนุนการลดต้นทุนการกู้ยืม หากเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐคนต่อไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า เขาไม่ได้กังวลมากนักต่อกระบวนการให้ความเห็นชอบในวุฒิสภา รวมถึงท่าทีของวุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส พรรครีพับลิกันจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ประกาศจะชะลอการรับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดทุกคน จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐต่อเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน จะได้รับการคลี่คลายอย่างครบถ้วนและโปร่งใส

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า หากทิลลิสไม่ให้ความเห็นชอบ กระบวนการก็จำเป็นต้องรอจนกว่าจะมีผู้ที่พร้อมสนับสนุนเข้ามาแทน พร้อมวิจารณ์ว่าท่าทีดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมการขัดขวางทางการเมือง

ทรัมป์เขย่าตลาดโลหะ ทอง-เงินร่วงแรงสุดรอบหลายทศวรรษ

ทั้งนี้ ประกาศของทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดโลหะมีค่าอย่างฉับพลัน โดยภายในช่วงเที่ยงวันเวลาสหรัฐฯ ราคาทองคำและเงินเผชิญการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน

เมื่อเวลา 11.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ราคาทองคำร่วงลง 7% ซึ่งหากปิดตลาดในระดับดังกล่าว จะเป็นการปรับตัวลงรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 ขณะที่ราคาเงินดิ่งลงถึง 19% และหากยังคงระดับนี้จนสิ้นวัน จะถือเป็นการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2530 ส่งผลให้ราคาทองคำและเงินรวมกันปรับตัวลงถึง 26% ภายในวันเดียว

การเคลื่อนไหวในระดับนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยครั้งสุดท้ายที่ทองคำและเงินเผชิญการปรับตัวลงพร้อมกันในวันเดียวที่หนักกว่านี้ ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนเมษายน 2530 ซึ่งในครั้งนั้นราคาทองคำลดลง 5% และราคาเงินทรุดตัวถึง 23% รวมแล้วลดลง 28% หากย้อนลึกไปกว่านั้น ตั้งแต่ทศวรรษ 2503 มีเพียงวันที่ 22 มกราคม 1980 เท่านั้นที่รุนแรงกว่า เมื่อราคาทองคำร่วงลง 13% และราคาเงินลดลง 15%

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.40 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ราคาทองคำสปอตดิ่งลงเกือบ 12% ลดลงมากกว่า 600 ดอลลาร์ หลุดระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ราว 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ในเวลาประมาณ 13.53 น.

แรงกดดันในรอบนี้ส่วนหนึ่งถูกเชื่อมโยงกับชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเควิน วอร์ช ซึ่งเป็นบุคคลที่ตลาดมองว่ามีจุดยืนสวนทางกับความคาดหวังก่อนหน้า โดยตามปกติแล้ว โลหะมีค่ามักเผชิญแรงกดดันในช่วงที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่า ขณะที่จะได้แรงหนุนในสภาวะที่สภาพคล่องมีต้นทุนต่ำและดอลลาร์อ่อนค่า

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากเดิมพันว่าทรัมป์จะเลือกประธานธนาคารกลางสหรัฐที่สนับสนุนนโยบายดอกเบี้ยต่ำ แต่การปรากฏตัวของวอร์ชกลับมาพร้อมภาพจำในทิศทางตรงกันข้าม แม้วอร์ชจะมีท่าทีสนับสนุนนโยบายลดดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าแรงเทขายครั้งนี้สะท้อนสภาพของตลาดโลหะมีค่าเองด้วย หลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นราว 75% ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา และราคาเงินพุ่งขึ้นมากกว่า 180% ตลาดที่ร้อนแรงในระดับนี้แทบไม่ต้องการแรงกระทบมากนักก็สามารถเกิดการถอยฐานได้

หากวอร์ชได้รับตำแหน่งและยังคงยึดแนวคิดเดิม การปรับฐานรอบนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีความเป็นไปได้มากกว่าว่านี่คือการเทขายของตลาดที่มีสถานะการลงทุนหนาแน่นเกินไป และกำลังมองหาเหตุผลเพื่อพักฐาน ซึ่งในเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา อดีตและท่าทีของเควิน วอร์ช ก็เพียงพอแล้วที่จะจุดชนวนแรงขายดังกล่าว

ที่มา: USA Today , Reuters, Forbes

แชร์
'ทรัมป์’ตั้ง‘เควิน วอร์ช’เป็นปธ.เฟดคนใหม่ตามคาด หนุนแนวทางลดดอกเบี้ย