
ตลอดปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ในไทยทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงถึง 4 รอบ ตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ภาพรวมดูเหมือนเป็นข่าวดีสำหรับผู้กู้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจและ SME ที่แบกรับต้นทุนทางการเงินสูงมาหลายปี
แต่ในความเป็นจริง ดอกเบี้ยที่ลดลง อาจยังไม่เพียงพอ ที่จะทำให้สินเชื่อฟื้นตัวได้ในเร็ววัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ยังมีโอกาสหดตัว -0.7% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แม้ต้นทุนดอกเบี้ยจะเริ่มผ่อนคลายลงก็ตาม
ในปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ซึ่งมีสัดส่วนสินเชื่อรวมกันถึง 84% ของระบบแบงก์ไทย ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หลัก ได้แก่
รวมแล้วลดลงประมาณ 0.40–0.90% ตามการลดดอกเบี้ยนโยบาย 4 รอบของ กนง.
อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยรอบล่าสุดเพิ่งเริ่มมีผลช่วง 22–24 ธันวาคม 2568 ทำให้ผลบวกที่ส่งผ่านไปถึงลูกหนี้ในปี 2568 ยังมีจำกัด เพราะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อานิสงส์ที่แท้จริงจะเริ่มเห็นชัดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569โดยคาดว่า ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อยจะลดลงรวมกัน ประมาณ 3,800–4,800 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก จากยอดคงค้างสินเชื่อรวมราว 12.5 ล้านล้านบาท
แม้ต้นทุนทางการเงินจะเริ่มลดลง แต่ปัญหาหลักของ SME ไม่ได้อยู่ที่ “ดอกเบี้ยอย่างเดียว”ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะ เปราะบาง (Fragile Economy – เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวยังไม่แข็งแรง)
ทั้งจาก
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้บรรยากาศการลงทุนยังไม่เอื้อ และส่งผลให้การใช้สินเชื่อใหม่ยังไม่คึกคัก
แม้ดอกเบี้ยจะลดลง แต่ พฤติกรรมผู้กู้ (Borrower Behavior – แนวโน้มการตัดสินใจกู้เงิน) ของ SME ยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง
หลายธุรกิจเลือก ชะลอการก่อหนี้ใหม่ เพราะมองว่าสินเชื่อคือภาระผูกพันระยะยาว ขณะที่รายได้ในอนาคตยังไม่ชัดเจน แตกต่างจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรงกว่า
สะท้อนจาก Diffusion Index (ดัชนีการกระจายตัวของความต้องการสินเชื่อ) ของ SME ที่เริ่มชะลอลงตั้งแต่กลางปี 2568 แม้ดอกเบี้ยจะทยอยลดลงต่อเนื่อง
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ ภาวะ Debt Deleveraging (การลดภาระหนี้) ผู้ประกอบการจำนวนมากเลือก
แนวโน้มนี้คาดว่าจะยังดำเนินต่อไปในปี 2569 หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างทั่วถึง
ในมุมของสถาบันการเงิน เศรษฐกิจที่ชะลอลงย่อมเพิ่ม Credit Risk (ความเสี่ยงด้านเครดิต)
โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และรายย่อยที่รายได้ไม่มั่นคง
ธนาคารจึงยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NPL Ratio (สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ) ในปี 2569 จะยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.80–2.97% ของสินเชื่อรวม
ภาพรวมสินเชื่อระบบแบงก์ไทยปี 2569 คาดว่าจะ หดตัว -0.7%ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่คาดว่าจะปิดที่ -2.3% เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
ดังนั้นดอกเบี้ยไม่ใช่คำตอบเดียวของ SME ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปว่า แม้การลดดอกเบี้ยจะช่วย ลดต้นทุนทางการเงิน (Financial Cost) และเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้ แต่ ไม่เพียงพอ ที่จะทำให้สินเชื่อฟื้นตัวได้ทันทีเพราะการตัดสินใจกู้ของ SME ยังขึ้นอยู่กับ
ดังนั้น การฟื้นสินเชื่อในระยะต่อไป จำเป็นต้องเดินควบคู่กับ
เพื่อให้ SME กลับมามีกำลังและ “กล้ากู้” อีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพราะดอกเบี้ยถูกลง แต่เพราะเห็นโอกาสในการเติบโตอย่างแท้จริง
อ้างอิงข้อมูล : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย