
ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันดีซีของสหรัฐฯ ว่า ทหารไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูขาอยู่ หลังจากสู้รบกันตั้งแต่ปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไทยเปิดทางให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมทำงาน
นับเป็นการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศครั้งแรกของนายกฯ กัมพูชา ซึ่งขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากบิดา ฮุน เซน เมื่อปี 2023 โดยฮุน มาเนตกล่าวยกย่องความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นอบอุ่นกับรัฐบาลสหรัฐฯ และว่า รัฐบาลของเขากำลังพยายามทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังขยายตัวอยู่ในกัมพูชา
ขณะที่ประเทศไทยยืนยันว่า จะยังคงกำลังพลไว้เช่นเดิม อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียด แต่ไทยยังคงปฏิเสธยังชัดเจนว่า ไม่ได้เข้าไปยึดครองดินแดนของอีกฝั่งแต่อย่างใด
ฮุน มาเน็ต อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุม “คณะกรรมการสันติภาพ” หรือ Board of Peace ของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ โดยเขาเปิดเผยด้วยว่า เขาหวังว่า คณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งเป็นองค์กรใหม่นี้ จะมีบทบาทสำคัญในการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนได้ ซึ่งเขาระบุว่า เป็นอะไรที่เปราะบางมาก ทั้งที่มีข้อตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม แต่สถานการณ์กลับเข้าสู่การปะทะครั้งใหม่
คณะกรรมการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทรัมป์ตั้งใจจัดตั้งขึ้น เพื่อดูแลแผนงานสันติภาพของกาซา แต่ทรัมป์ก็ออกมาระบุว่า องค์กรดังกล่าวอาจจะเข้าไปมีบทบาทในเรื่องต่างประเทศด้วย
ก่อนหน้านี้ สื่อกัมพูชารายงานว่า ฮุน มาเนตจะไปเข้าร่วมประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการสันติภาพที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และยังมีแผนจะเดินทางไปเยือนยุโรปต่อ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้า ขยายความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ
แถลงการณ์ระบุว่า เขากำลังวางแผนที่จะเยือนยุโรป ทั้งเจนีวาและบรัสเซลล์ ซึ่งจะได้เข้าพบกับผู้นำและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนสำคัญ
ส่วนนับจนถึงขณะนี้ มีราว 26 ประเทศที่ตกลงเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์ โดยประเทศในเอเชีย นอกจากกัมพูชา ก็ยังมีอินโดนีเซีย คาซัคสถาน มองโกเลีย ปากีสถาน อุซเบกิสถานและเวียดนาม
ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนตได้ออกมาแถลงเพื่อกลบความเป็นกังวลของประชาชน เกี่ยวกับการต้องจ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมบอร์ดดังกล่าวของทรัมป์ โดยระบุว่า ตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นเงื่อนไขที่ใช้เฉพาะสำหรับประเทศที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกถาวรเท่านั้น
เขากล่าวว่า การที่กัมพูชาเข้าร่วมในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งของคณะกรรมการสันติภาพดังกล่าว เป็นวาระระยะเวลา 3 ปี และไม่มีภาระผูกพันด้านการเงินแต่อย่างใด
การแสดงความคิดเห็นของฮุน มาเน็ต ว่าด้วยเรื่องปัญหาพรมแดน สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของความขัดแย้งที่อาจจะปะทุขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง แม้ว่าทรัมป์จะป่าวประกาศว่า เขาประสบความสำเร็จในการเป็นตัวกลางให้เกิดข้อตกลงสันติภาพขึ้น
การปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งนี้ นับว่าเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปี เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ ตามแนวพรมแดนที่ติดกันถึง 817 กิโลเมตร ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน กลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย
ส่วนข้อตกลงสันติภาพ ได้รับการลงนามร่วมกับทรัมป์และนายกฯ มาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 27 ธันวาคม
อย่างไรก็ตาม ฮุน มาเน็ต ให้สัมภาษณ์ล่าสุดนี้ว่า กองกำลังไทยยังคงเข้ายึดดินแดนกัมพูชาในหลายจุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกเหนือจากเส้นพรมแดนที่ฝั่งไทยเองกล่าวอ้างด้วยซ้ำไป และอ้างว่า กองกำลังทหารไทยได้นำตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าและลวดหนามไปวางไว้ในพื้นที่ ซึ่งไทยเองก็รับรองมาโดยตลอดว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้
นายกฯ กัมพูชาอ้างว่า “นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่” และว่า “กัมพูชาไม่อาจยอมรับสิ่งที่เรียกว่า การละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนได้”
ผู้นำกัมพูชากล่าวด้วยว่า แนวทางเดียวในการตรวจสอบข้อเท็จจริง คือการใช้กลไกทางเทคนิคที่มีอยู่ ภายใต้กรอบสนธิสัญญาและข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามไว้ โดยแสดงความหวังว่าไทยจะเห็นชอบและเปิดทางให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เริ่มทำงานโดยเร็วที่สุด
นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายไทยได้อ้างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นเหตุผลที่ยังไม่สามารถเริ่มกระบวนการปักปันเขตแดนได้ โดยนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสชาตินิยมในการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว ภายหลังเหตุความตึงเครียดบริเวณชายแดน
ผู้นำกัมพูชาบอกว่า ตอนนี้ การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว จึงหวังว่าไทยจะสามารถเริ่มต้น อย่างน้อยในระดับเทคนิค เริ่มการวัดและปักปันเขตแดนในพื้นที่จุดร้อน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ