Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทัพสหรัฐฯ ล้อมตะวันออกกลางเผื่อคุยไม่จบพร้อมรบทันที  อิหร่านซ้อมรบด่วน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทัพสหรัฐฯ ล้อมตะวันออกกลางเผื่อคุยไม่จบพร้อมรบทันที อิหร่านซ้อมรบด่วน

17 ก.พ. 69
15:58 น.
แชร์

กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าสร้างฐานทัพทางอากาศและเรืออย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีนัดเจรจากับอิหร่านอีกครั้ง ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ที่เจนีวา อวันนี้ (อังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569) ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ 

แหล่งข่าวของสำนักข่าว CNN ชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังเคลื่อนหมากให้ลงตัว เพื่อข่มขวัญอิหร่านว่า หากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ผิดพลาดไปจากที่สหรัฐฯ ต้องการ กองทัพสหรัฐฯ ก็สามารถโจมตีเข้ามาในบริเวณประเทศอิหร่านได้

สหรัฐฯ เคลื่อนพล กระชั้นอิหร่านกดดันการเจรจา

ยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทั้งเรือบรรทุกเชื้อเพลิง และ เครื่องบินต่อสู้ แต่เดิมอยู่ที่สหราชอาณาจักร แต่ในขณะนี้ กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่นั้น สหรัฐฯ ยังทยอยเคลื่อนระบบป้องกันทางอากาศเข้าใกล้ภูมิภาคนี้ และกองทหาร ซึ่งตามกำหนดต้องเคลื่อนพลออกนอกตะวันออกกลาง ก็กลับได้รับคำสั่งขยายเวลาประจำการออกไป

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flight-tracking ยังระบุว่า มีเครื่องบินบรรทุกสินค้าสหรัฐฯ หลายสิบลำขนอุปกรณ์ต่าง ๆ จากสหรัฐฯ ส่งไปยังจอร์แดน บาห์เรน และซาอุดิอาระเบีย ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

และตามข้อมูลของ Air Frame เว็บไซต์การจราจรทางอากาศที่เปิดเป็นสาธารณะพบว่า เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เครื่องบินรบหลายลำได้รับคำสั่งทางการทูตให้เคลื่อนพลเข้าสู่น่านฟ้าของจอร์แดนได้ นอกจากนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมยังเผยว่า เครื่องบิน US F-15 จำนวน 12 ลำ ได้เข้าประจำการที่ฐานทัพอากาศมูวัฟฟาก ซัลติ ในจอร์แดน

หากรวมข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ สรุปได้ว่า มีเที่ยวบินบรรทุกสินค้าจากสหรัฐฯ บินเข้าจอร์แดนแล้วมากกว่า 250 เที่ยวบิน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งคำขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เมื่อเขาเตือนผู้นำอิหร่านว่า หากทางการอิหรานไม่หยุดเข่นฆ่าประชาชนที่ออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล และล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในตอนนี้

การเคลื่อนยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ใกล้เคียง และคำของผู้นำระดับสูงสหรัฐฯ ที่ว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองคงจะดีที่สุด ยิ่งทำให้การเจรจาทวิภาคีที่กำลังจะเกิดขึ้นวันนี้มีควมสำคัญยิ่งยวดขึ้นไปอีก

การเจรจาทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยมีโอมานเป็นตัวกลางนั้น คาดว่า จะนำโดยผู้แทนพิเศษของทรัมป์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และลูกเขยของทรัมป์ จาเร็ด คุชเนอร์ และฝ่ายอิหร่านนำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี

หากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก้าวถัดไปไม่มีใครเดาได้

แม้สหรัฐฯ จะออกปากว่า อยากเห็นอิหร่านเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่หากเป็นเช่นนั้น ใคร ฝ่ายไหนจะมารับช่วงต่อ ก็ยังเป็นคำถามที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ให้คำตอบไม่ได้ และอ้างอิงจากข้อมูลแหล่งข่าว เมื่อเดือนก่อน ตัวรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอเองก็ให้คำตอบว่า “ไม่มีใครรู้” เมื่อถูกถามคำถามดังกล่าวระหว่างการพิจารณาคดีของรัฐสภา

แหล่งข่าวยังชี้อีกว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองดูจะสร้างปัญหาให้สหรัฐฯ และพันธมิตรของสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้นเสียอีก กลุ่มข่าวกรองสหรัฐฯ เชื่อว่า ในระยะสั้น ตำแหน่งผู้นำสูงสุดที่ว่างเอาไว้ จะเป็นช่องให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สายแข็งเข้ามาเสียบช่องว่างนี้ได้ หนึ่งในแหล่งข่าว CNN ให้ความเห็นว่า

“IRGC นั้นเด่นมาก และยังทำงานเหนือระบบราชการทหารทั่วไปด้วย แต่ก็ยากจะเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้นแน่ ๆ หากระบบการปกครองถูกล้มล้างขึ้นมา” แหล่งข่าวกล่าว

 นอกจากนี้ การล้มล้างระบอบการปกครองของอิหร่านนั้นยากกว่าเวเนซุเอลาเพราะเรื่องข้อมูล เนื่องจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รู้ข้อมูลระบอบการปกครองของเวเนซุเอลา และพลวัตอำนาจดี ก่อนที่จะบุกเข้าไปจับตัวนิโคลัส มาดูโร 

กลับกัน ภายหลังการลอบสังหารพลตรี คาเซ็ม สุเลมานี ผู้บัญชาการทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่านโดยสหรัฐฯ ในช่วงวาระการดำรงตำแหน่งแรกของทรัมป์ สหรัฐฯ เองยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับลำดับชั้นภายใน IRGC อยู่มาก และไม่มีข้อมูลว่า ใครควรจะมาแทนที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน

แหล่งข่าวหลายคนระบุว่า ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่การประท้วงในอิหร่านปะทุถึงขีดสุด เป็นช่วงที่เอื้อเหตุผลให้สามารถโจมตีอิหร่านได้มากที่สุด แต่ในขณะนี้มีโอกาสน้อยมากที่สหรัฐฯ จะโจมตีแล้วเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายต่อต้านในอิหร่าน เอื้อให้ชาวอิหร่านสามารถโค่นล้มรัฐบาลของพวกเขาได้

สหรัฐฯ เสียโอกาสทองโจมตี ตอนนี้กดดันด้วยกองทัพ

แหล่งข่าวเหล่านั้นจึงตั้งคำถามว่า ทรัมป์อาจจะ “พลาดโอกาสดี” ไปเสียแล้ว และปฏิบัติการทางทหารที่ล่าช้าไปหลายสัปดาห์จะสามารถให้ผลแบบเดียวกับกับช่วงโอกาสทองที่เขาพลาดไปได้หรือไม่

สาเหตุที่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ มาช้าไปก็เพราะว่า ขณะที่โอกาสทองในอิหร่านเกิดขึ้น ยุทโธปกรณ์ทั้งหลายของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในทะเลแคริบเบียน ปฏิบัติการจึงมีข้อจำกัด และอิสราเอล พันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาคก็ได้แต่กังวลว่า ตนอาจกลายเป็นเป้าหากอิหร่านเลือกใช้ขีปนาวุธโจมตี

และเพราะพลาดโอกาสช่วงการกวาดล้างประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไป ทรัมป์จึงเปลี่ยนเหตุผล เลือกใช้เหตุผลป้องกันการเสริมสมรรถภาพยูเรเนียมในโครงการนิวเคลียร์แทน

พร้อมกับการเปลี่ยนหัวข้อ ตอนนี้สหรัฐฯ มีกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ที่อยู่ในภูมิภาคอยู่แล้ว  และยังมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี USS Gerald Ford  ที่กำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง รวมถึงฝูงบินขับไล่และเครื่องบินเติมน้ำมันที่กำลังถูกปรับเปลี่ยนกำลังพลอย่างรวดเร็ว 

“ผมคิดว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จนะ” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ “ถ้าไม่สำเร็จอิหร่านก็คงแย่” และเมื่อถูกถามว่า ทำไมเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ต้องประจำอยู่ในพื้นที่ ทรัมป์ก็ตอบว่า “เผื่อตกลงกันไม่สำเร็จ”

การเคลื่อนพลยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ เหมือนกับการเคลื่อนหมากไปรอบ ๆ จนตอนนี้สหรัฐฯ มีตัวเลือกในการโจมตีอิหร่านจากหลากหลายทาง เรือทำลายล้างติดอาวุธปล่อยนำวิถี (Guided-missile destroyers) ที่แล่นคุ้มกันไปพร้อมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ตัวอย่างเช่น สามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk cruise missiles) ได้หลายสิบลูก ซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 1,000 ไมล์ และติดตั้งหัวรบแบบธรรมดา (Conventional warheads) น้ำหนัก 1,000 ปอนด์ 

โดยปกติแล้ว กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะปฏิบัติการร่วมกับเรือดำน้ำโจมตีที่สามารถยิงโทมาฮอว์กได้เช่นกัน นอกจากนี้ เครื่องบินขับไล่ F-35 และ F-15E ยังสามารถบรรทุกระเบิดนำวิถีและขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้น (Air-to-surface missiles) ได้หลากหลายรูปแบบ

นอกจากโจมตีได้หลายทาง เป้าหมายในการโจมตีก็หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือศูนย์บัญชาการของ IRGC และฐานทัพทหารนอกพื้นที่โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นอกจากนี้ ยังมีการคุยกันถึงความเป้นไปได้ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะปฏิบัติการร่วมกัน แหล่งข่าวกล่าวว่า ปฏิบัติการเหล่านี้อาจมีลักษณะคล้ายกับ "ปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์" (Operation Midnight Hammer) เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตอนที่สหรัฐฯ ได้เข้าโจมตีสถานนิวเคลียร์ของอิหร่านในช่วงปลายของสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ดำเนินมา 12 วัน 

ในขณะเดียวกัน อิหร่านได้จัดการซ้อมรบทางทหารเพิ่มเติมภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนการเจรจาที่กรุงเจนีวา โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน (IBRC) รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เปิดปฏิบัติการ “การป้องกันที่กล้าหาญ” (Valiant defense) ครอบคลุมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล บนเกาะ 3 แห่งของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทพรมแดนที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

ตามรายงานระบุว่า โดรนของกองกำลัง IRGC ได้ถูกวางกำลังไว้ ณ จุดใต้สุดของอิหร่าน พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผู้รุกรานในทุกรูปแบบ

เจรจาครั้งนี้ไม่ง่าย แต่ก็อาจได้ถ้าใช้เศรษฐกิจ-การทูต

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการ “การเสริมสมถรรนะใด ๆ” หมายความว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดก็ตามที่อนุญาตให้มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้จะในระดับต่ำก็ตาม เมื่อพิจารณาจุดยืนที่อิหร่านเน้นย้ำว่า การเสริมสมรรถนะเป็น “สิทธิ” แหล่งข่าวจึงให้ความเห้นว่า การเจรจาคงเหลือพื้นที่ให้พูดคุยกันได้ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวให้ความเห็นว่า ท่าทีแข็งกร้าวอาจเปลี่ยนผลลัพธ์การเจรจาได้เสมอ และอาจมีหนทางอื่นที่อิหร่านใช้เพื่อปัดป้องการโจมตีจากสหรัฐฯ ได้ อย่างการใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ 

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ในระหว่างการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหลายรอบเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงการให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ ในการเข้าถึงการพัฒนาทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซ และแร่แรร์เอิร์ธของอิหร่าน และบุคคลนี้กล่าวเสริมว่า คาดว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกยกขึ้นมาหารือกันอีกครั้ง

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ในการแถลงข่าวที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี รูบิโอกล่าวถึงความตั้งใจของทรัมป์ว่า ประธานาธิบดีอยากใช้การเจรจาทางการทูตมากกว่า ถึงจะยากก็เถอะ

“ท้ายที่สุดแล้ว อิหร่านถูกปกครองและตัดสินใจโดยคณะนักบวชชีอะห์ — ซึ่งเป็นนักบวชชีอะห์สายสุดโต่ง เข้าใจไหมครับ? คนกลุ่มนี้ตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของศาสนศาสตร์บริสุทธิ์ (หลักความเชื่อทางศาสนาแบบเคร่งครัด) นั่นคือวิธีที่พวกเขาใช้ตัดสินใจ ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำข้อตกลงกับอิหร่าน” รูบิโอกล่าว

และเมื่อวันอาทิตย์ ที่งานแถลงข่าวในสโลวาเกีย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากกองทัพสหรัฐฯ จะตัดสินใจโจมตีอิหร่านและโค่นล้มการปกครองของคาเมเนอี จะแจ้งการตัดสินใจนั้นให้รัฐสภารู้ก่อนหรือไม่ รูบิโอก็ไม่ได้ให้คำตอบ

“เราก็จะทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับ และมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่จุดนั้นด้วย แต่ในขณะนี้ สิ่งที่เรากำลังคุยกันอยู่คือเรื่องของการเจรจา [...] ถ้าหัวข้อเปลี่ยน ทุกคนก็จะเห็นได้ชัดเอง และแน่นอนถ้ากฎหมายกำหนดให้เราทำอะไร เราก็จะทำตามนั้น” รูบิโอกล่าว

ด้านพันธมิตรในภูมิภาคอย่างรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียนั้นกำลังกังวลกันเป็นอย่างมากว่า การโจมตีของสหรัฐฯ อาจทำลายความมั่นคงในภูมิภาคได้ แหล่งข่าวระบุว่า พวกเขาพยายามล็อบบี้เพื่อชะลอปฏิบัติการทางทหารออกไปก่อน เพื่อให้เวลากับกระบวนการทางการทูตมากขึ้น 

“ทุกคนพยายามผลักการโจมตีออกไป” นักการทูตรายหนึ่งในภูมิภาคกล่าว และกล่าวว่า อิสราเอลเป็นเพียงชาติเดียวในภูมิภาคที่พยายามคุยให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน


แชร์
ทัพสหรัฐฯ ล้อมตะวันออกกลางเผื่อคุยไม่จบพร้อมรบทันที  อิหร่านซ้อมรบด่วน