Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กูรูมองไทยเสี่ยงขาดน้ำมัน คาดใช้หมดในอีก 3-4 เดือน แนะรัฐเร่งคุมการใช้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

กูรูมองไทยเสี่ยงขาดน้ำมัน คาดใช้หมดในอีก 3-4 เดือน แนะรัฐเร่งคุมการใช้

24 เม.ย. 69
15:26 น.
แชร์

สถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อเกินกว่า 8 สัปดาห์ ยกระดับจากความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ไปสู่ความเสี่ยงเชิงปริมาณของพลังงานโลก โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หรือ TISCO ESU เตือนว่า โลกอาจกำลังเผชิญภาวะ “Energy Lockdown” ครั้งใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงราคาพลังงานที่พุ่งสูง แต่รวมถึงความเสี่ยงที่บางประเทศอาจไม่สามารถจัดหาพลังงานได้เพียงพอต่อการใช้จริง

สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงดังกล่าวมีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ เนื่องจากโครงสร้างพลังงานยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ขณะที่เส้นทางขนส่งหลักจำนวนมากต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ถูกปิดกั้นเกือบสมบูรณ์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สถานการณ์จึงไม่ได้เป็นเพียงโจทย์ด้านต้นทุนพลังงาน แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ไทยอาจเข้าสู่ภาวะ “ขาดแคลนพลังงาน” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังคลังน้ำมันสำรองถูกดึงมาใช้ต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะถูกบีบให้เข้าสู่ภาวะหยุดชะงักโดยไม่มีเวลาตั้งตัว

ฮอร์มุซปิดยาว สัญญาณวิกฤตพลังงานโลกไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันแพง

นายธนธัชระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่สุดของโลก ถูกปิดตายเกือบสมบูรณ์ และมีแนวโน้มยืดเยื้อมากกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ของอิหร่าน เข้าควบคุมเส้นทางสัญจรอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมประกาศห้ามเรือทุกสัญชาติผ่าน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงการตอบโต้ทางทหารระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่เป็นการใช้พลังงานเป็นเครื่องมือต่อรองเชิงเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ และประชาคมโลก โดย TISCO ESU มองว่า บทบาทของ IRGC ยังสะท้อนอำนาจของฝ่ายทหารที่อยู่เหนือรัฐบาลอิหร่านในสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้โอกาสที่วิกฤตจะคลี่คลายอย่างรวดเร็วลดลง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงลึกกว่าแรงกระแทกต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก เพราะเมื่อเส้นทางขนส่งพลังงานถูกจำกัดเป็นเวลานาน ระบบโลจิสติกส์ด้านน้ำมัน ก๊าซ และวัตถุดิบพลังงานของหลายประเทศจะเริ่มเผชิญปัญหาในเชิงกายภาพ ตั้งแต่การจัดหา การขนส่ง ไปจนถึงการบริหารคลังสำรอง นี่คือเหตุผลที่ TISCO ESU ใช้คำว่า “Energy Lockdown” เพื่ออธิบายความเสี่ยงที่ระบบพลังงานโลกอาจถูกล็อกจนไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ

ไทยเสี่ยงขาดแคลนพลังงาน หลังคลังสำรองอาจยื้อได้เพียงไม่กี่เดือน

สำหรับประเทศไทย นายธนธัชมองว่าสถานการณ์อยู่ในระดับน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ทั้งหมด และน้ำมันส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่คลังน้ำมันสำรองตามกฎหมายรวมกับคลังน้ำมันสำรองเพื่อการค้า สามารถรองรับการใช้งานได้เพียงประมาณ 30-60 วันเท่านั้น

เมื่อพิจารณาระยะเวลาขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังเอเชีย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน TISCO ESU ประเมินว่า เรือน้ำมันเที่ยวสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่ก่อนความขัดแย้งรุนแรง ได้เดินทางมาถึงไทยและถูกใช้ไปแล้วในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา หมายความว่า ขณะนี้ไทยอาจไม่ได้อยู่ในช่วงรอผลกระทบอีกต่อไป แต่เข้าสู่ช่วงที่ต้องอาศัยน้ำมันจากคลังสำรองเพื่อพยุงการใช้ในประเทศ

นายธนธัชระบุว่า น้ำมันในคลังสำรองอาจช่วยให้ไทยใช้งานได้ตามปกติอีกเพียง 3-4 เดือน หากไม่มีแหล่งทดแทนหรือมาตรการลดการใช้ที่เพียงพอ ก่อนที่ความเสี่ยงจะยกระดับไปสู่ภาวะน้ำมันหมดลงโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งต่อภาคขนส่ง อุตสาหกรรม การบิน ปิโตรเคมี ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพของประชาชน

TISCO ESU จี้รัฐเร่งลดใช้น้ำมัน ก่อนเศรษฐกิจหยุดชะงัก

TISCO ESU ประเมินว่า แม้การบริโภคน้ำมันเริ่มปรับลดลงตามราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการบิน รวมถึงการเริ่มใช้มาตรการประหยัดพลังงานบางส่วน เช่น การทำงานจากที่บ้านในหน่วยงานราชการ แต่ระดับการลดใช้น้ำมันในปัจจุบันยังอยู่ในวงจำกัด และยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤตที่อาจยืดเยื้อ

ในมุมมองของ TISCO ESU ทางออกสำคัญคือ ภาครัฐต้องออกมาตรการลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างจริงจังและเด็ดขาดโดยเร็ว เพื่อชะลอการลดลงของระดับน้ำมันในคลังสำรองไม่ให้เข้าใกล้จุดวิกฤต มาตรการดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่จะช่วยซื้อเวลาให้ประเทศมีความพร้อมมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้เร็วเมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลาย

นายธนธัชทิ้งท้ายว่า รัฐบาลหลายประเทศอาจเห็นตรงกันว่ามีทางตันรออยู่ข้างหน้า แต่ยังลังเลเพราะคาดหวังว่าสถานการณ์จะสงบลงในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม หากไม่ตัดสินใจตั้งแต่วันนี้ สิ่งที่ควรเป็นเพียง “การชะลอเดินชั่วคราวเพื่อเตรียมรับมือ” อาจกลายเป็น “การบังคับหยุดชะงักในวันที่สายเกินไป” ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจรุนแรงและกว้างขวางกว่ามาก

แชร์
กูรูมองไทยเสี่ยงขาดน้ำมัน คาดใช้หมดในอีก 3-4 เดือน แนะรัฐเร่งคุมการใช้