Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เศรษฐกิจไทยบนทางแยกการเมือง สัมภาษณ์พิเศษ เกรียงไกร เธียรนุกุล
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เศรษฐกิจไทยบนทางแยกการเมือง สัมภาษณ์พิเศษ เกรียงไกร เธียรนุกุล

2 ม.ค. 69
14:38 น.
แชร์

ท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ต้นปีนี้ การให้สัมภาษณ์ของคุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในรายการ SPOTLIGHT BizTalk อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนดัง ๆ ถึงจุดเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างน่ากังวล หากแต่ “เสถียรภาพทางการเมือง” และ “คุณภาพของผู้นำหลังการเลือกตั้ง” กำลังกลายเป็นตัวแปรชี้ขาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นหรือจะถดถอยลึกลงไปกว่านี้

GDP ไทยต่ำกว่าศักยภาพ หลายปัญหาทับซ้อนในเวลาเดียวกัน

คุณเกรียงไกร ฉายภาพเศรษฐกิจไทยปี 2568 อย่างตรงไปตรงมา สภาอุตสาหกรรมประเมินว่า GDP ไทยปี2568 อาจขยายตัวได้เพียง 1.8–2.2% เท่านั้น ตัวเลขนี้ไม่เพียงต่ำกว่าศักยภาพประเทศ แต่ยังสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดว่า ไทยกำลังเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งในอดีตเคยเป็น “ผู้ตาม” ของไทย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการซ้อนทับกันของหลายแรงกดดัน ตั้งแต่ หนี้ครัวเรือนที่พุ่งเกือบ 90% ของ GDP กดทับกำลังซื้อในประเทศ ไปจนถึงผลกระทบจากสงครามการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนทิศทางการค้าอย่างรวดเร็ว

แม้การส่งออกไปสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีจะดูดีขึ้นจากการเร่งส่งออกเพื่อหนีภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff )  แต่ผลข้างเคียงกลับตกหนักใส่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME เมื่อสินค้าจีนจำนวนมากที่เคยส่งไปตลาดสหรัฐฯ ทะลักเข้ามาในอาเซียนและไทยอย่างต่อเนื่องสินค้าเหล่านี้ไม่เพียงราคาถูก แต่จำนวนไม่น้อยยังมีปัญหาด้านคุณภาพและมาตรฐาน ทำให้การแข่งขันในตลาดภายในประเทศบิดเบี้ยว ขณะที่ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า

ซ้ำเติมด้วย ค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่า 8% แข็งที่สุดในภูมิภาค ส่งผลโดยตรงต่อทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งควรเป็นเครื่องยนต์หลักในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแรง

ปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาตั้งแต่กรกฎาคมมาจนถึงการปะทะกันรอบ 2 ตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568 กระทบต่อการค้าชายแดนที่ต้องมีการปิดด่านและการท่องเที่ยว ขณะที่ไตรมาส 4 เรายังเจอน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้อีก โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลาซึ่งคาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องไปจนถึงปี  2569 มากกว่า 9 หมื่นล้านบาท  

เมื่อไล่ดูตัวเลขรายไตรมาส ภาพที่คุณเกรียงไกรสะท้อนออกมาชวนให้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
GDP ไตรมาส 1 โต 3.2% ไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 2.8% และคาดว่าไตรมาส 3 จะเหลือเพียง 1.2% ก่อนจะดิ่งลงเหลือ 0.3% ในไตรมาสสุดท้ายของปี ขณะที่การเลือกตั้งคือความหวังว่าจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น

ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่า ปีหน้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี หากเศรษฐกิจไทยยังเต็มไปด้วยปัญหาจะส่งผลให้ปีหน้า GDP  ไทยโตได้แค่  1.6% ซึ่งตรงกับที่ กกร.ประเมินไว้ แต่ซ้ำร้ายกว่านั้น SCB EIC คาดว่า GDP  ไทยปีหน้าอาจต่ำถึง 1.5% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 30 ปี 

การเมืองไม่เสถียร นโยบายสะดุด ประเทศเสียโอกาส

หนึ่งในประเด็นที่คุณเกรียงไกรพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คือ ความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง
ในช่วงเวลาเพียง 4 ปี เขาต้องทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน และอาจกำลังจะเจอคนที่ 5 เมื่อเกิดเลือกตั้งที่จะถึงนี้สิ่งนี้ นั่นสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้นโยบายเศรษฐกิจไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างจริงจัง ขาดความต่อเนื่อง

ที่สำคัญ คุณเกรียงไกร ชี้ว่า ระบบโควตาทางการเมือง ทำให้บางครั้งผู้ดูแลเศรษฐกิจของประเทศ “ไม่ตรงกับงาน” ขาดความเชี่ยวชาญ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

"ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ ไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทย แต่ว่าสิ่งที่สำคัญ คือ กระทรวงที่ เกี่ยวข้องกับ เศรษฐกิจ จะต้อง ได้คน เก่ง คนดี คนมี ประสบการ์ณถูก ไหมครับ ในการที่จะมาแก้ไข อย่างน้อย ผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ถ้าเก่งสามารถที่จะพลิกฟื้นมันได้ด้วยยิ่งดีใหญ่ การเมืองเราเนี่ยขอโทษทีนะครับบางท่านเนี่ยไม่มีโพรไฟล์หรือว่าเรียนมาคนละอย่าง เชี่ยวชาญคนละอย่าง แต่ให้มาดูอีกอย่างหนึ่ง แล้วดันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเหล่านี้มันถือว่ามันไม่ตรง"

อย่างไรก็ตาม คุณเกรียงไกรชี้ให้เห็นถึง ตัวอย่างเชิงบวกจากช่วงรัฐบาลนายกฯอนุทิน ที่มีวาระเพียงไม่กี่เดือน แต่การเลือกใช้ทีมเศรษฐกิจที่เป็น “คนนอก” ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเปิดรับฟังภาคเอกชนอย่างจริงจังได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจได้ 

มาตรการลักษณะ “Big Win” ที่ออกมาในช่วงนั้น แม้จะยังไม่ทันเห็นผลเต็มที่ แต่ก็สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจได้ว่า หากมีทีมที่เหมาะสม เศรษฐกิจก็ยังพอมีทางประคองตัวได้ดังนั้นนอกจากนโยบายพรรคการเมืองต้องดีแล้ว การเลือกคนเข้ามาทำงานก็ต้องเป็นคนดี คนเก่งด้วย 

“เลือกตั้งต้องโปร่งใส” เงื่อนไขตั้งต้นของการฟื้นเศรษฐกิจ

หนึ่งในช่วงที่เกรียงไกรย้ำชัดที่สุด คือความกังวลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง หลังจากพูดคุยกับหลายพรรคการเมือง ที่เตือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดและอาจมีการซื้อเสียงจำนวนมหาศาล ซึ่งไม่เพียงทำลายระบบประชาธิปไตย แต่ยังเปิดช่องให้ทุนสีเทาเข้ามาใช้การเลือกตั้งเพื่อฟอกเงินได้ 

"สิ่งที่เขากังวลเนี่ยก็คือเรื่องของการใช้ทุนเทามาฟอกในการเมืองไทย เพราะว่า การเลือกตั้งที่จะถึงครั้งนี้คาดว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ดุเดือด มีการแข่งขันกันมาก และอาจจะใช้เงินจำนวนมหาศาลในการซื้อเสียง ทีนี้การซื้อเสียงอัตราเปลี่ยนไปจากเดิมที่ข่าวเขาพูดกันว่า 500 ถึงพันบาทต่อหัว ตอนนี้พูดถึง3000ถึง4000 บาทเพราะฉะนั้นเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้เกรงว่า จะเป็นแหล่งในการฟอกเงินของทุนเทาจำนวนมหาศาล เพราะถือว่าฟอกแล้วคุ้ม ถ้าเกิดจับพลัดจับผลูพรรคการเมืองของตัวเองที่สนับสนุนได้ไปเป็นรัฐบาลจะควบคุมกลไก"

“ประเทศไทยต้องการ Clean Election แข่งขันกันด้วยนโยบาย บุคลากร และอุดมการณ์ ต้องการคนดี คนเก่ง มาบริหารประเทศ ”

สำหรับมุมมองของคุณเกรียงไกรแล้ว การเลือกตั้งที่โปร่งใสไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่คือ “จุดตั้งต้น” ของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ หากประเทศได้ผู้นำที่มีความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ โอกาสในการฟื้นฟูเศรษฐกิจก็ยังไม่สายเกินไป

6 ปัญหาเชิงโครงสร้าง กับโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่

ในมุมของภาคเอกชน คุณเกรียงไกรระบุชัดว่า ประเทศไทยต้องเร่งแก้ 6 ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่สังคมสูงวัย การขาดแรงงานคุณภาพ กับดักรายได้ปานกลาง มาตรการภาษีจากสหรัฐฯ สินค้าทะลักราคาถูก ทุนสีเทา–หนี้ครัวเรือน ไปจนถึงกฎหมายล้าสมัยและคอร์รัปชัน

โดยเฉพาะประเด็นทุนเทาและเศรษฐกิจใต้ดิน ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 48% ของ GDP ถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาค และเป็นภัยเงียบที่บิดเบือนกลไกเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

แม้ภาพรวมจะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่คุณเกรียงไกรยังทิ้งท้ายด้วยความหวังว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างโปร่งใส ไทยยังมีโอกาสรักษาบทบาททางเศรษฐกิจในภูมิภาคไว้ได้

เพราะในวันที่เศรษฐกิจยืนอยู่บนทางแยก การเมืองที่มีคุณภาพ อาจเป็นคำตอบเดียวที่ช่วยไม่ให้ประเทศไทยหลุดออกจากเส้นทางการแข่งขันของโลก

เตรียมพบกับการให้สัมภาษณ์ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แบบเจาะลึกถึงอนาคตเศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง 2569 ในราย SPOTLIGHT BizTalk อังคารที่ 6 ม.ค.2568 ทาง Youtube SPOTLIGHTTH อย่าลืมกด Subsribed จะได้ไม่พลาดทุกประเด็นเศรษฐกิจและต่างประเทศ

แชร์
เศรษฐกิจไทยบนทางแยกการเมือง สัมภาษณ์พิเศษ เกรียงไกร เธียรนุกุล