
รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูอุทกภัยภาคใต้เต็มกำลัง หลังสถานการณ์น้ำท่วมสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีเปิดประชุมด่วนกับหน่วยงานเศรษฐกิจ-ความมั่นคง-สาธารณสุข วางมาตรการเยียวยาแบบเร่งรัด มุ่งลดภาระผู้ประกอบการ ดันสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ และคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ผ่านช่วงวิกฤตไปได้
การระดมกลไกรัฐครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่งบประมาณฉุกเฉิน การผ่อนคลายกฎระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง การเร่งจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ไปจนถึงมาตรการการเงิน-ภาษี-แรงงานและประกันภัย พร้อมกำหนดศูนย์สื่อสารข้อมูลเดียวผ่าน ศป.กฉ. เพื่อให้ประชาชนรับข่าวสารที่ถูกต้องต่อเนื่อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมที่กระทรวงการคลังว่า การประชุมวันนี้เน้นกำหนดกรอบงบประมาณและเชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากร-การสื่อสารของทุกกระทรวงให้เป็นเอกภาพ ปฏิบัติการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินโดยยกเว้นหรือผ่อนปรนระเบียบเพื่อความคล่องตัวในการช่วยเหลือโดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อบูรณาการกำลังทุกระดับอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประสานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคง มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บัญชาการสนับสนุนในพื้นที่ ระดมกำลังเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมเร่งระบายน้ำและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเยียวยาทั้งบุคคลและนิติบุคคล ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ ร้านค้า และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้เร่งดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเงินช่วยเหลือคนละ 9,000 บาท ได้ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยและพร้อมจ่ายทันที พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูในระยะต่อไป โดยทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันงบประมาณมีความพร้อมในการรองรับทุกมาตรการ
ในเชิงโครงสร้างการสั่งการ นายกรัฐมนตรีมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรับผิดชอบรายจังหวัด เปรียบเสมือนคำสั่งนายกฯ ในพื้นที่ โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ดูแลจังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และรัฐมนตรีรายอื่น ๆ รับผิดชอบจังหวัดต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน พยายามลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด และสั่งช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง รายงานล่าสุดสะท้อนว่าสถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางบวก
ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ระบุว่า ศป.กฉ. จะรวบรวมข้อมูลและกำหนดแนวทางการช่วยเหลือในทุกช่วง ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะฟื้นฟู และระยะยาว พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ คลัง พาณิชย์ แรงงาน และดีอี และเตรียมประสานงานเพิ่มเติมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง พม. เพื่อเร่งดูแลประชาชนหลังสถานการณ์คลี่คลายให้เร็วที่สุด
ด้านสาธารณสุข นายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วย เสริมกำลังโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง และเตรียมตั้งโรงพยาบาลสนามหากจำเป็น โดยย้ำว่าบุคลากรสาธารณสุขมีประสบการณ์รับมือวิกฤตลักษณะนี้มาแล้ว พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจาก ศป.กฉ. ซึ่งจะแถลงทุกวันเช้า–เย็น เปรียบสถานการณ์การสื่อสารเหมือนช่วงโควิด-19 เพื่อให้รับข้อมูลจากแหล่งเดียวลดความสับสน และสั่งปลัดมหาดไทยร่วมบัญชาการกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวสูงสุด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ช่วยเหลือได้ทันที พร้อมออกหนังสือเวียนแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ให้ระเบียบเป็นอุปสรรคต่อการเบิกจ่ายเร่งด่วน โดยกรมบัญชีกลางออกระเบียบรองรับแล้ว
ในมิติประกันภัย รัฐบาลตั้งศูนย์อำนวยการเครือข่ายวายุภักษ์ร่วมกับสำนักงาน คปภ. เร่งเคลมรถยนต์น้ำท่วมแบบดิจิทัล เลขาธิการ คปภ. ประสานสมาคมประกันวินาศภัยและประกันชีวิต เปิดระบบ “ถ่ายรูปเคลม-จ่ายเงินทันที” พร้อมยืนยันหลักการว่านายกรัฐมนตรีกำชับเงินต้องลงรวดเร็ว โดยรายละเอียดขั้นตอนจะชี้แจงเพิ่มเติมเป็นรายกรณี
นายเอกนิติย้ำอีกว่า นายกรัฐมนตรีสั่งกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเร่งจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ให้ถึงมือประชาชนโดยไม่ล่าช้า ควบคู่การหารือสถาบันการเงินของรัฐและสมาคมธนาคารไทย ออกแพ็กเกจพักหนี้-พักดอก และสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อฟื้นฟูครัวเรือนและกิจการ โดยให้ทั้งแบงก์รัฐและเอกชนเตรียมระบบเพื่อให้เงินไหลเข้ารวดเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ลงพื้นที่สำรวจและเปิดที่ราชพัสดุราว 5-6 แห่ง เป็นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ พร้อมให้เครือข่ายวายุภักษ์ กรมศุลกากร และสถาบันการเงินของรัฐ สนับสนุนการลำเลียงสิ่งของ การขนส่ง และการช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด
ด้านแรงงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รายงานผลสำรวจ ณ วันที่ 26 พ.ย. ว่ามีสถานประกอบการกว่า 10,000 แห่ง และลูกจ้างราว 200,000 คน ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กระทรวงแรงงานเดินหน้าโครงการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ กองทุนประกันสังคมจ่ายชดเชย 50% ของค่าจ้างรายวัน นานไม่เกิน 6 เดือน ผู้ประกันตนยื่นผ่านสำนักงานหรือเว็บไซต์ได้ทันที พร้อมตั้ง “ศูนย์ซ่อมสร้าง” ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านเรือนและยานพาหนะหลังน้ำลดตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี