ธุรกิจการตลาด

เปิดเหตุผลทำไม 'Apple' ถึงเป็นบริษัทเทคฯ เดียวที่ไม่ต้องเลย์ออฟพนักงาน

20 ม.ค. 66
เปิดเหตุผลทำไม 'Apple' ถึงเป็นบริษัทเทคฯ เดียวที่ไม่ต้องเลย์ออฟพนักงาน

advertisement

2022 และ 2023 เรียกได้ว่าเป็นปีชงของพนักงานบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก หลังเศรษฐกิจซบเซา และเงินเฟ้อทำพิษจนต้องประกาศเลย์ออฟกันระนาวตั้งแต่กลางปี 2022 ยันต้นปี 2023 ที่ล่าสุดไมโครซอฟต์ออกมาประกาศว่าจะเลย์ออฟพนักงานถึง 10,000 คน ภายในเดือนมีนาคมปีนี้

แต่ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในสหรัฐ ทั้ง Meta, Amazon, Peloton และ Twitter จะต้องทยอยเลย์ออฟพนักงานไปหมดแล้วเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่มีบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งที่ไม่เคยมีข่าวเลย์ออฟ นั่นก็คือ “Apple” ที่ยังรักษาพนักงานไว้ได้ครบทุกคนตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดจนมาถึงหลังโควิด

 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Apple ไม่ต้องเลิกจ้างพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายอย่างเพื่อน?

istock-506871794

สำหรับคำถามนี้ ปัจจัยแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือผลประกอบการของ Apple ที่ขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดย Apple สามารถโกยกำไรไปได้กว่า 9.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาถึง 5.41% จากปี 2021 ในขณะที่บริษัทอื่นอย่าง Meta และ Alphabet (Google) พบรายได้ลดลงจากรายได้จากค่าโฆษณาที่ลดลง ตอกย้ำตำแหน่งของ Apple ในฐานะยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ออกผลิตภัณฑ์อะไรมาก็มีคนรอซื้อ 

อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ Apple แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เพราะบริษัทอื่นที่กำลังจะมีการเลย์ออฟครั้งมโหฬารอย่าง Microsoft ก็ทำกำไรไปได้ไม่เลวในปี 2022 เพราะทำไปได้ถึง 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมา 18.72% จากปี 2021

จากการรายงานของ CNBC เหตุผลที่ทำให้ Apple ไม่ต้องลดจำนวนพนักงานลงในตอนนี้ก็คือเพราะ Apple สามารถคุมอัตราการรับพนักงานเพิ่มให้พอดีกับความต้องการและแนวโน้มการเติบโตในอนาคตได้ และไม่รีบรับพนักงานเพิ่มเป็นจำนวนมากในปี 2020-2021 เหมือนบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 แล้วคิดว่าบริษัทจะสามารถเติบโตในอัตรานี้ไปตลอด

 

บริษัทเทคฯ ส่วนใหญ่พลาดรับพนักงานจำนวนมากช่วงโควิด ยกเว้น Apple

ในปี 2020 ที่ยังมีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด การล็อกดาวน์ทำให้คนส่วนมากต้องพึ่งเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือซื้อของ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสื่อสาร อีคอมเมิร์ซ ธุรกิจขนส่ง รวมไปถึงธุรกิจส่งอาหารเติบโตขึ้นมากในช่วงนั้น และทำให้บริษัทเหล่านี้จ้างงานพนักงานเพิ่มเป็นจำนวนมากในช่วงนั้นเพื่อตอบรับดีมานด์ของสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลของ CNBC ในช่วงปี 2020-2021 แต่ละบริษัทเทคโนโลยีมีการรับพนักงานเพิ่มดังนี้

  1. Microsoft: รับพนักงานเพิ่ม 18,000 คนในปี 2020 เพิ่ม 11% จากปี 2019 และรับพนักงานเพิ่มอีก 40,000 คนในช่วงปี 2021-2022 โดยในปลายเดือนมิถุนายน ปี 2022 Microsoft มีพนักงานมากถึง 221,000 คน เพิ่มขึ้นมา 22% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2021
  2. Amazon: รับพนักงานเพิ่มประมาณ 500,000 คน ในปี 2020 และเพิ่มอีก 310,000 คนในปี 2021 ในปลายปี 2021 Amazon มีพนักงานทั้งหมด 1.6 ล้านคนทั่วโลก 300,000 คนในนั้นเป็นตำแหน่งงานในองค์กร 
  3. Meta: รับพนักงานเพิ่มกลายพันคนต่อปีตั้งแต่ปี 2012 และเพิ่มพนักงานถึง 13,000 คนในปี 2020 และอีก 13,000 คนในปี 2021
  4. Alphabet (Google): เพิ่มพนักงานถึง 16,000 คนในปี 2020 และอีก 21,000 คนในปี 2021

และในขณะที่บริษัทเหล่านี้เร่งรับพนักงานเพิ่มเป็นจำนวนมากจนต้องมาทยอยเลย์ออฟออกในปี 2022 Apple กลับเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่เพียงบริษัทเดียวที่ไม่ได้เพิ่มอัตราการรับพนักงาน หรือรับพนักงานเพิ่มคราวทีละมากๆ แต่รับพนักงานในอัตราปกติอย่างที่เคยทำในช่วงก่อนมีการระบาดของโควิด 

จากข้อมูลเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืนก็คือการวางแผนและบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ตองไม่มองแต่เพียงสภาพตลาดในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังต้องคาดการณ์ไปข้างหน้าว่าในอนาคตบริษัทจะยังสามารถรองรับพนักงานที่อยู่ในมือได้หรือไม่ 

เพราะหากคาดการณ์ผิดพลาด นอกจากบริษัทจะต้องมาปวดหัว หาทางขอให้พนักงานออก และให้ค่าชดเชยพนักงานในภายหลังแล้ว การเลย์ออฟยังสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่บริษัทนั้นๆ อีกด้วย เพราะมันสะท้อนว่าธุรกิจนั้นๆ มีการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ 

 

ที่มา: CNBC, Macrotrends(1), Macrotrends(2)





advertisement

Relate Post

Spotlight